ภูกระดึงเดือนห้า ยังไม่เข้าเดือนหก แต่ฝนก็ต๊กพรำๆ

ไปภูกระดึงเดือนห้า ไปซันนี่บ่นไอ้หยา เราจะไปกันอีกจริงๆเหรอฮับ… ก่อนหน้านี้เคยคิดจะมาเที่ยวภูกระดึงตอนวันปิดภูนั่งๆนอนๆเล่นซักสองสามวัน ก็คิดว่าอากาศมันคงจะร้อนๆแล้งๆ คนน้อยจะได้เงียบสงบดี แต่ด้วยวันลาที่จำกัดเลยพับโครงการไป แล้วพอดีปีนี้ฝนมาไวกว่าที่คิด แล้วรูปน้ำตกอันสวยงามที่ผ่านตาเราเข้ามาก็ล่อหลอกให้เราต้องไปหาเขาอีกครั้ง เหมือนที่เคยเป็นมาซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า Advertisements

เชียงดาวในม่านหมอก – – – Chapter3 – – – Till we meet again

ตอนนั้นสองจิตสองใจว่าจะขึ้นยอดดอยเช้าวันกลับดีไหม เพราะว่าวันที่สองใช้ขาหนักมาก ใจนึงก็กลัวจะบอบช้ำ ถ้ายังหาเรื่องไปเสี่ยงเพิ่มอีก แต่อีกใจนึงก็อยากจะไปให้มันสุดทางไปเลย ทริปนี้เหลือแค่ทะเลหมอกอย่างเดียวก็จะสมบูรณ์แบบทุกอย่างแล้ว จริงๆมีอีกเรื่องที่กังวลคือกลัวฝนตก ดูพยากรณ์อากาศก่อนมาเค้าบอกมีฝน20% จะรอดไหมหนออีกวันเดียว ตอนกราบหมอน(จริงๆคือปลอกถุงนอน)ก่อนนอนเลยขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ว่าขอให้ฝนไม่ตก แล้วจะมุ่งมั่นตั้งใจขึ้นยอดดอยวันกลับเป็นการตอบแทน (เกี่ยวไหม แหะๆ)

เชียงดาวในม่านหมอก – – – Chapter2 – – – It’s a perfect day.

ตัดภาพมาที่เช้าวันใหม่ ตื่นตี ๔ กว่าๆ ร่างกายสดชื่นแจ่มใส นอนหลับสบายดี อากาศไม่หนาวเท่าที่โดนขู่มา แค่มีเรื่องตื่นเต้นนิดหน่อยตอนก่อนเข้านอน ได้ยินเสียงแปลกๆข้างเต๊นท์ เหมือนว่าเมื่อคืนจะมีคนมายืนฉี่อยู่ข้างๆ เพราะเต๊นท์เราอยู่ใกล้เต๊นท์กองกลางมากๆและค่อนข้างรก แต่อย่างน้อยก็ยังดีที่ไม่ฉี่เหนือเต๊นท์นะ เพราะพื้นที่ลาดเอียงมาไหลลงมาแน่ๆอะ -*-

เชียงดาวในม่านหมอก – – – Chapter1 – – – Nice to see you again, Doi Luang Chiang Dao

๒๕ พ.ย. ๒๕๕๙ ณ หน่วยพิทักษ์ป่าขุนห้วยแม่กอก ๑๔ ชั่วโมง คือเวลาโดยประมาณที่พวกเราใช้เดินทางมาถึงที่นี่ ๑๒ ชั่วโมงจากกรุงเทพฯถึงเชียงดาว และต่อรถกระบะเข้ามาอีกประมาณ ๒ ชั่วโมง พี่เอก หัวหน้าทัวร์แคมป์ลูกหมู ตัดสินใจให้เราพักกินอาหารกลางวันกันตรงนี้เลย เพราะเวลาก็ล่วงเลยมาใกล้เที่ยงเต็มที และเป็นการกำจัดน้ำหนักที่ต้องแบกไประหว่างเส้นทางเกือบๆ ๘ กิโลที่ต้องเดินในอีกไม่กี่อึดใจนี้ด้วย เราเดินไปเข้าห้องน้ำ หวังจะล้างมือล้างหน้าจากฝุ่นดินแดงที่เราต้องผ่านมายี่สิบกว่ากิโล แต่สิ่งที่เห็นจะทำให้คุณทึ่ง เอ้ย! ไม่ใช่ละ คือเราเจอสิ่งที่เราหวังจะมาตามหาจากทริปนี้…ที่หน้าห้องน้ำ… ตั้งแต่ยังไม่ออกเดินซักก้าวด้วยซ้ำ

ออกเดินทางครั้งใหม่กับหัวใจดวงเดิม –(3)– อำลาภูกระดึง…แล้วเราจะกลับมาอีก

๒๓ ตุลาคม ๒๕๕๙ เช้าวันสุดท้ายบนภูกระดึง วันนี้ตั้งใจตื่นสายตามใจชอบเลย เพราะกะจะเดินชิลๆไม่รีบ กลับรถทัวร์รอบทั้งทุ่มนึง ไม่ตั้งนาฬิกาปลุกด้วยซ้ำ

ออกเดินทางครั้งใหม่กับหัวใจดวงเดิม –(2)– เสียขาให้ผาหล่มสัก :P

เช้าวันที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๕๙ เป็นเช้าวันที่สองของเราบนอุทยานแห่งชาติภูกระดึงแห่งนี้ เรามีนัดกับเจ้าหน้าที่ตอนเวลาประมาณตีห้า เจ้าหน้าที่บอกว่าจัดกับพระอาทิตย์ไว้ จะพาพวกเราไปเจอ นักท่องเที่ยวตาดำๆหลายสิบคนก็ได้แต่หวังว่าคุณพระอาทิตย์คงจะไม่เบี้ยวนัด เพราะกว่าพวกเราจะขุดร่างอันปวดร้าวและอุ้ยอ้ายขึ้นมาจากที่นอนอันแสนอุ่นมันไม่ง่ายเลย ขอให้ได้พบเจอบรรยากาศอันสวยงามดังใจด้วยเถอะ เพี้ยง!

ออกเดินทางครั้งใหม่กับหัวใจดวงเดิม –(1)– อีกครั้งกับภูกระดึง

ไปภูกระดึง? เคยแล้วไม่ใช่เหรอ จะไปอีกทำไมอะ ไปเที่ยวที่ใหม่ๆไม่ดีกว่าเหรอ … ไม่รู้ว่าจะสรรหาคำอธิบายมาตอบยังไงดี รู้แค่ว่าในใจมันเรียกร้องว่า… ภูกระดึง ไปกี่ครั้งก็ยังไม่พอ ^^

พักใจ ไม่พักกาย ณ ดอยหลวงเชียงดาว +++ Chapter3 +++ เอาชนะความกลัว

เราเริ่มออกเดินอีกครั้งด้วยความเร็วที่ไม่มาก แต่สม่ำเสมอ เดินไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ เพียงไม่นานนักก็เจอกับสมาชิกกลุ่มแรกที่มาปักหลักรออยู่ บริเวณนั้นร่มรื่นดีมาก และเวลาก็เหมาะสมดี พวกเราเลยตกลงที่จะกินข้าวกลางวันกันตรงนั้น ระหว่างนั้นสมาชิกที่ตามหลังเราก็ทยอยเดินมาทันและจับกลุ่มกันนั่งกินอาหาร

ไต่หน้าผาที่ดอยหนอก แล้วไปบอกรักน้ำตกเกล็ดนาค

รุ่งอรุณของวันที่ 2 บนดอยหลวงพะเยา อาการปวดเมื่อยจากเมื่อวานแทบไม่เหลือแล้ว ด้วยยาคลายกล้ามเนื้อที่ได้มาจากพี่สาวแสนสวย ^^ เราถูกปลุกโดยไม่ตั้งใจด้วยเสียงจากเต๊นท์ข้างๆ “ตื่นเร็ว พระอาทิตย์จะขึ้นแล้ว” เค้าไม่ได้ปลุกเราหรอก แต่ดันหูดีได้ยินเอง พอลืมตาตื่นขึ้นมาเห็นแสงสว่างจากด้านนอกส่องเข้ามาในเต๊นท์เลยรีบลุกแล้วรูดซิบหน้าต่างออกดู