Once upon a time on Mount Kinabalu #7# inaccessible to any but winged animals

เราก็นั่งพักรอพระอาทิตย์ขึ้นแถวๆหน้าป้ายนั่นแหละ คุณไกด์ก็เปลี่ยนหน้าที่จากไกด์ไปเป็นคนจัดระเบียบป้ายจุดสูงสุด เพราะบางคนไปจองที่หลังป้ายไว้ ทำให้นักท่องเที่ยวคนอื่นไม่สามารถไปถ่ายรูปกับป้ายได้ ส่วนคุณป้อและชาวแก๊งที่เริ่มมารวมตัวกันเมื่อเห็นว่าคนขึ้นมากันครบแล้ว ก็เริ่มหาที่ทางของตัวเองเพราะว่าพระอาทิตย์กำลังจะขึ้นแล้ว ( ถ้าเทียบทิศแล้ว Low’s peak ที่เรายืนอยู่มันคือทิศเหนือ มองไปทางขวาจะเป็นทิศที่พระอาทิตย์ขึ้น มองกลับไปทางที่เราเดินขึ้นมาจะเป็นทิศใต้ที่เป็นที่ตั้งของ South peak ตามชื่อเลย ) เอาจริงๆวิวพระอาทิตย์ขึ้นมันไม่ได้ทำให้เราตื่นเต้นเท่าไหร่แล้ว เพราะการที่เราพาร่างอันบอบบางขึ้นมาถึงจุดนี้ได้มันคือที่สุดของทริปนี้แล้ว แค่นั่งอยู่เฉยๆก็มีความสุขมากแล้ว ไม่มีอะไรมาสวยงามมากไปกว่านี้อีกแล้ว ^^

Once upon a time on Mount Kinabalu #6# You’re standing at the hightest peak of Mt. Kinabalu

จากการตกลงกันว่าเราจะตื่นนอนเป็นคนแรก เลยตัดสินใจตั้งนาฬิกาปลุกไว้ที่ตี 1 เพราะการจราจรในห้องน้ำคงจะคับคั่งน่าดู กับสมาชิกจำนวนไม่ต่ำกว่า 20-30 คนในบ้านน้อยหลังนี้ แต่เรากลับตื่นก่อนเวลาที่ตั้งปลุกเอาไว้เสียอีก ทำไมทั้งความเมื่อยล้า ทั้งยาคลายกล้ามเนื้อ ทั้งอากาศที่หนาวเหน็บ กลับไม่ทำให้เรานอนพักผ่อนให้ยาวนานเพื่อจะได้เก็บแรงไว้สู้ศึกหนักที่จะมาถึงแบบที่ใจต้องการ เราตัดสินใจอยู่ซักพักว่าจะนอนต่อประมาณ 15 นาทีดีไหม แต่อีกใจก็บอกมาว่าไหนๆก็รู้สึกตัวตื่นและไม่รู้สึกง่วงแล้ว ก็ไปเข้าห้องน้ำเลยดีกว่า

Once upon a time on Mount Kinabalu #5# ฟ้าหลังฝนย่อมสดใสเสมอ?

เราประคองร่างกายที่อ่อนล้าไปเรื่อยๆจนเจอกับพี่อั้มที่เดิน slow life อยู่เหมือนกัน เลยไปขอแบ่งน้ำมาต่อชีวิตไปได้ แล้วเราก็เดิน slow life ไปด้วยกัน ^^ ตอนนั้นมีฝรั่งกลุ่มนึงเดินตามหลังมา ดูแต่ละคนตัวใหญ่ๆอายุเยอะๆทั้งนั้นเลย ดูแล้วท่าทางน่าจะใกล้หมดพลังชีวิตพอๆกับเรา (แต่จริงๆแล้วไม่เลย) พอเราพักแล้วหลบให้เค้าแซง เค้าก็บอกไม่เป็นไร รักษาระยะแบบนี้มาซักพัก จนเราพักบ่อยมาก สุดท้ายฝรั่งกลุ่มนั้นก็ยอมแซงเราไป และเราก็ไม่เจอเค้าอีกเลย ม่ายยยยยยย ทำไมไม่รอเอ๋เลยยยยยย

Once upon a time on Mount Kinabalu #4# สู่ความเวิ่งว้างอันไกลโพ้น

พอก้าวออกมาปุ๊บ เจอบันไดลงยาวๆเลยจ้า งงเลย คือคิดไว้ว่าต้องมีขึ้นมาลง แต่ว่านี่ลงยาวๆ คือยิ่งลงไปเยอะเท่าไหร่ก็แปลว่าเราต้องเหนื่อยไต่ขึ้นมาเยอะกว่านั้นอีก แค่เริ่มก็เป็นกังวลแล้ว จริงๆบันไดลงนี้เดินไม่ยากเลย สบายๆมาก แต่เพราะเรามีปัญหากับการ downhill นี่แหละ ลงยาวๆจะกลัวว่าเจ็บตั้งแต่เริ่มไหมนะ… แต่มันก็ไม่มากมายซักเท่าไหร่ ไม่นานเกินรอก็พ้นทางลง และหลังจากนั้นเราก็ไม่เจอทางลงแบบนั้นอีกเลยตลอด 6km ข้างหน้า  😥 😥 😥

Once upon a time on Mount Kinabalu #3# การเดินทางได้เริ่มขึ้น

ชั่วเวลาไม่นานนักจาก Kinabalu Pine Resort พวกเราก็มาถึง Kinabalu National Park (1585m) มาจุดนี้เราต้องทำอะไรกันหลายอย่างเลย อันดับแรกต้องลงทะเบียนนักท่องเที่ยวเพื่อจะเดินขึ้นเขา อันนี้ทางทัวร์จะจัดการให้ เราแค่ส่งมอบพาสปอร์ตให้เค้าไปก็เป็นอันจบกันละ อย่างต่อไปคือสัมภาระ พวกเราทุกคนจะแบ่งสัมภาระเป็น 3 ส่วน ส่วนแรกคือของสำคัญ/ของมีค่าที่จะนำติดตัวตลอดการเิดินทาง ส่วนที่สองคือของที่จะต้องใช้คืนนี้หรือเช้าวันพรุ่งนี้ จะให้ลูกหาบแบกขึ้นไปให้ และส่วนที่สามคือสัมภาระที่เหลือจากสองส่วนแรก เราจะทำการฝากเอาไว้ที่อุทยานข้างล่างนี้ไว้ แล้วค่อยกลับมารับคืนหลังจากลงเขามา ค่าน้ำหนักสิ่งของที่จะให้ลูกหาบแบกขึ้นไปคือ 13 MYR/1KG ฟังเหมือนว่าแพงจัง… Read more “Once upon a time on Mount Kinabalu #3# การเดินทางได้เริ่มขึ้น”

Once upon a time on Mount Kinabalu #2# สวัสดี โกตา คินาบาลู

ถึงสนามบินโกตาคินาบาลูแล้วก็ต้องไปผ่าน immigration อีกรอบ (แล้วที่ตรูผ่านมาแล้วที่ KLIA คืออัลไล ทำไมต้องทำสองรอบ งง???) ก้าวแรกที่ก้าวพ้นตัวเครื่องบินมา ความรู้สึกแรกเลยก็คือ…ร้อนจัง ร้อนๆอบๆยังกับเมืองไทยแหนะ ทำไมอากาศช่างแตกต่างกับตอนอยู่บนเครื่องที่เปิดแอร์เย็นยังกับอยู่ขั้วโลก แบบนี้จะป่วยไหมหนอ…

Once upon a time on Mount Kinabalu #1# ซันนี่ร่ายยาว ว่าด้วยคินาบาลู

คืนก่อนออกเดินทาง หม่ามี๊บอกว่าพวกเราต้องไปนอนอีกบ้านนึง เพราะว่าวันรุ่งขึ้นพวกเรามีนัดกับลุงๆป้าๆที่สนามบินดอนเมืองตอนตีห้า… อ่านไม่ผิดหรอกฮับ ตีห้า เพราะว่าเราจะต้องเดินทางเที่ยวบินเวลาประมาณ 7 โมงเช้า เพื่อไปต่อเครื่องที่สนามบิน Kuala Lumpur ก่อนจะไปถึงสนามบินปลายทางที่เมือง Kota Kinabalu อีกทีนึง แค่ฟังก็เหนื่อยแล้วเนาะ แต่ไม่เป็นไรหรอกฮับ ยังไงซันนี่ก็ไม่เดือดร้อนอยู่แว้ว เพราะซันนี่นอนหลับปุ๋ยอยู่ในเป๋าหม่ามี้ ไม่ต้องแหกขี้ตาตื่นตั้งแต่ยังไม่ตีสี่เหมือนใครบางคน เกิดเป็นเด็กมันดีแบบนี้นี่เอง…. วิวตอนเช้าที่สนามบินดอนเมืองแสงสวยดี เห็นแสงทองๆทะลุผ่านชั้นของก้อนเมฆลงมา หวังว่าทริปนี้เราจะได้เจอสภาพอากาศดีๆและวิวสวยๆไม่น้อยไปกว่ารูปถ่ายใบแรกของหม่ามี๊นะฮับ….. พอขึ้นเครื่องได้ไม่นาน ทุกคนก็คงจะหลับปุ๋ยเอาแรง เพราะว่าต้องตื่นแต่เช้าเพื่อมาขึ้นเครื่อง… Read more “Once upon a time on Mount Kinabalu #1# ซันนี่ร่ายยาว ว่าด้วยคินาบาลู”