ทริปเกิดเพราะผาส้มเทรล ep.1 บ้านลีซูเชียงดาว

พูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในอำเภอเชียงดาว ก็คงหนีไม่พ้นดอยหลวงเชียงดาว แต่ว่าเราเดินป่าขึ้นดอยหลวงเชียงดาวมา 2 ปีติดแล้ว ทริปนี้เลยอยากจะเปลี่ยนบรรยากาศมาชมดอยหลวงเชียงดาวแบบสบายๆ ไม่ต้องเหนื่อยบ้าง โดยหารู้ไม่ว่าไอ่การไม่ต้องเดินนี่แหละที่ลำบากชีวิตยิ่งกว่า!!!

วางแผนการเดินทาง
ตอนแรกตั้งใจจะนั่งรถทัวร์จากเมืองเชียงใหม่ไปเชียงดาว แล้วเช่ารถเดินทางแค่ในเชียงดาว นั่งรถทัวร์กลับเชียงใหม่ แล้วหารถโดยสารไปสะเมิงเพื่อจะไปที่จัดงานวิ่งเทรล แต่มารู้ภายหลังว่ารถสองแถวเหลืองที่ผ่านหน้างานมีวิ่งแค่วันละครั้ง ออกจากเชียงใหม่10โมงเช้า!!! ซึ่งเรากลับมาจากเชียงดาวไม่ทันแน่ๆ แถมขากลับไม่มีรถผ่านเส้นทางนั้น ต้องอาศัยเกาะคนอื่นกลับมา อีกทางเลือกหนึ่งคือเหมารถไปเอง ซึ่งก็มีทั้งเราเหมาเอง T_T หรือทางผู้จัดมีบริการเหมารถให้ แต่ดูเวลาแล้วก็คงกลับจากเชียงดาวไม่ทันอีกเช่นกัน อันนี้ต้องขอบคุณทางแอดมิน PhasonTrail มากๆเลยที่ให้คำปรึกษาตลอด แล้วเค้าก็บอกว่าถ้าเรามีรถส่วนตัวสามารถเดินทางจากเชียงดาวมาสะเมิงโดยไม่ต้องเข้าเมืองเชียงใหม่ได้ (ไปทางแม่ริม) แล้วขากลับก็ไปทางสะเมิงก็จะใกล้สนามบิน น่าจะไปทันขึ้นเครื่องบินรอบห้าโมงครึ่งได้ ก็เลยสรุปว่าทริปนี้เราจะเช่ามอเตอร์ไซค์ขับตั้งแต่เมืองเชียงใหม่ ไปนอนเชียงดาว 2 คืน แล้วลงมาสะเมิงเพื่อร่วมงานผาส้มเทรล ก่อนจะแว๊นกลับเชียงใหม่เย็นวันนั้นเลย ทริปที่ตอนแรกว่าจะไปชิลๆ เหมือนมันจะไม่ค่อยชิลซะแล้วแฮะ

 

18 มกราคม 2561

โชคดีได้ตั๋วเครื่องบินที่เวลาเช้าดี 7 โมงเช้าเศษ ก็ดีใจว่าจะได้มีเวลาเที่ยวเยอะ แต่เพิ่งมารู้สึกตัววันก่อนเดินทางว่าถ้าจะไม่ให้ตกเครื่องต้องไปขึ้น airport link รอบแรกให้ทัน ไม่งั้นอาจตกเครื่อง ได้ทิ้งตั๋วโปรโมชั่นจนน้ำตาเช็ดหัวเข่าเป็นแน่

มาถึงสนามบินเชียงใหม่ นั่งรถแดงมาร้านเช่ามอเตอร์ไซค์แถวๆนิมมาน ระยะทางไม่ถึง 5 กิโลเมตร โดนไปคนละ 50 บาท รู้สึกพลาดมากๆ พอไปถามว่าไหนข้างรถเขียนบอกว่า 20-30 บาทไง คนขับก็บอกว่านั่นมันราคาสำหรับรอบในเมือง สนามบินถือว่าเป็นรอบนอกแล้ว มีพี่บอกว่าให้ถ่ายรูปรถมันแล้วโทรไปแจ้งร้องเรียนเลย แต่อนิจจา รถมันไม่มีทะเบียนแปะอยู่หลังรถ ก็ไม่รู้จะถ่ายอะไรเพราะด้านหลังรถคงเหมือนกันทุกคัน จะอ้อมไปถ่ายหน้ารถก็กลัวมันจะชนเอา เลยต้องเจ็บช้ำน้ำใจที่โดนโขกสับโดยทำอะไรมันไม่ได้

 

เส้นทางที่เราจะไปในวันนี้ จากตัวเมืองเชียงใหม่มุ่งหน้าขึ้นเหนือไปตามเส้น 107 โดยแวะเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล อุทยานแห่งชาติศรีลานนา ตัวอุทยานแยกจากถนนใหญ่เข้าไปประมาณสิบกว่ากิโลเมตรเท่านั้น เรามาที่นี่เพราะความอยากประทับตราอุทยานแห่งชาติเท่านั้น พอเจ้าหน้าที่อุทยานเห็นเราเอาพาสปอร์ตอุทยานแห่งชาติออกมาให้ประทับก็มีเสนอเส้นทางไปยังอุทยานแห่งชาติอื่นใกล้ๆอีกหลายที่เลย ใจดีมากๆ แต่ว่าอุทยานอยู่ออกนอกเส้นทางที่เราจะไปต่อ เลยไม่มีโอกาสได้ไป มารู้จากเจ้าหน้าที่ว่าที่นี่เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 60 ของประเทศ มีเนื้อที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของภาคเหนือ หรือใหญ่เป็นอันดับ 8 ของประเทศเลยทีเดียว

ถนนเข้าอุทยาน

เขื่อนก็ใหญ่โตสวยงาม มีร้านอาหารกับที่พักในเขื่อน ต้องนั่งเรือเข้าไป ฉากหลังเป็นเทือกเขาซ้อนหลั่นกันเป็นชั้นๆ ถ้ามาเยือนตอนพระอาทิตย์ขึ้นหรือตกคงเป็นมุมที่สวยงามมากๆ แต่ว่าเราไปถึงตอนกลางวันซึ่งมันร้อนมาก เลยเก็บความสวยงามมาได้ประมาณนี้

อุทยานเค้ามีจุดชมวิวที่สวยมากเลยนะ วันนี้ขอชมจากภาพไปก่อน

เราตัดสินใจกินอาหารกลางวันที่ร้านอาหารของอุทยานริมเขื่อน เสร็จแล้วเดินทางต่อไปเชียงดาว เราแวะซื้อเสบียง กับเติมน้ำมันครั้งสุดท้ายที่อำเภอเชียงดาวเวลาเกือบๆบ่ายสามโมง จากตัวเมืองก็มองเห็นดอยหลวงได้ชัดเจนเลย เราตื่นเต้นกันมากเพราะว่าฟ้าใส อากาศดีมาก อยากรีบไปให้ถึงไวๆจัง

 

embed clip ไม่เป็น ช่างน่าเศร้า ต้องแคปรูปแล้ว insert link เอา T_T

จากตัวเมืองไปถึงบ้านลีซู (เวลาใครถามว่าจะไปไหนก็บอกบ้านระเบียงดาว เพราะบอกบ้านลีซูแล้วคนจะทำหน้างง จริงๆละแวกนั้นมีโฮมสเตย์น่าจะมากกว่า 10 ที่ อยู่ติดๆกันหมดเลย เราก็เปิด google map เลยว่าอยากได้หลังไหน เลือกบ้านลีซูเพราะเห็นว่ามันอยู่ไกลจากชาวบ้าน น่าจะเงียบสงบดี แต่พอเอาจริงๆแล้ววิวน่าจะไม่ต่างกันมาก) จุดหมายปลายทางของเราในวันนี้ เป็นระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร ไต่ความสูงประมาณ 1000 เมตร ความผิดพลาดใหญ่หลวงของการวางแผนเส้นทางทริปนี้คือเราดูเส้นทางในแนวราบเท่านั้น แต่ไม่ได้นำความชันมาคิดในการเลือกเส้นทาง มันทำให้เราประเมินการเดินทางผิดไปเยอะเลย

บ่นแค่นี้ก่อน ออกเดินทางดีกว่า ถนนที่จะไปบ้านลีซูนี่ดีเลยล่ะ เป็นถนนลาดยาง/คอนกรีตสองเลนตลอดทั้งเส้น ช่วงแรกก็ผ่านเข้าไปในหมู่บ้านชาวบ้าน ผ่านไปได้ประมาณ 5 กิโลเมตรก็เข้าสู่เขตภูเขาล้วนๆ ชันมาก นั่งเกร็งขาจนต้นขาปวดตุบๆ จนกลัวว่าตะคริวจะขึ้น เวลาเล่นเวทยังไม่รู้สึกว่าใช้กล้ามเนื้อเยอะขนาดนี้เลย เกร็งมากๆ ต้องคอยพักรถเรื่อยๆเมื่อมีโอกาสเพราะว่ามันชันยาวตลอดทางจริงๆ ขึ้นลงรถแต่ละครั้งก็ต้องร้องโอดโอยเพราะว่าปวดก้นกบมากจริงๆ -*-

แล้วก็มีผ่านด่านของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาวด้วย ตรงนี้ก็ตื่นเต้นอีกเพราะนี่เราทำตัวเหมือนเข้าเขตอุทยานเลย เรานึกว่าเรามาเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจที่บ้านพักตากอากาศธรรมดานะเนี่ย ไม่เคยรู้มาก่อนว่าต้องเข้ามาในป่าลึกขนาดนี้ (จริงๆคนอื่นก็คงรู้หมดอะนะยกเว้นเรา ฮ่าๆ)

พักรถอีกครั้งตอนเจอที่ราบที่กว้างพอให้ลงไปเดินเล่นได้ แต่พอดูดีๆแล้วเราเคยมาตรงนี้มาก่อนนี่นา

นี่คือจุดที่เรามาต่อรถตอนลงจากดอยหลวงเชียงดาวทางปางวัว โอ้ยคิดถึงจังเลย ทุกทีเรามาผ่านตรงนี้คือกำลังจะกลับบ้านแล้ว แต่คราวนี้ตรงนี้เป็นแค่เส้นทางผ่านก่อนไปถึงที่พักของเราในวันแรกเท่านั้นเอง ตอนนั้นเวลาเกือบๆ 4 โมงเย็นแล้ว ได้เวลาสมัครงานวิ่งเทรลปลายปีที่เราหมายมั่นปั้นมือจะไป แต่สัญญาณอินเตอร์เน็ตติดๆดับๆ ด้วยความชะล่าใจเราเลยคิดว่าเดี๋ยวไปถึงที่พักค่อยสมัครก็คงไม่เป็นไร

ไปถึงบ้านลีซู โหมันกว้างใหญ่กว่าที่คิดแฮะ นึกว่าจะมีเต็นท์ 5-6 หลัง แต่ของจริงนี่น่าจะเกิน 20 เลยมั๊ง เยอะมาก เราได้เต็นท์เสริมอยู่หน้าห้องน้ำเลย แต่ก็ไม่แย่อย่างที่คิดนะ เพราะว่าเค้ามีห้องน้ำหลายจุด คนก็มาเข้าตรงเราไม่เยอะ และสามารถชะเง้อดูได้เลยว่าห้องน้ำว่างไหม ไม่ต้องไปรอคิวให้เสียเวลา ค่าใช้จ่ายถ้าเป็นเต็นท์ 2 คนก็หลังละ 1000 บาท รวมอาหาร 2 มื้อ(เย็น/เช้า) โดยทางบ้านลีซูไม่มีพื้นที่ให้เต็นท์ภายนอกมากาง

เพื่อนบ้านมากมาย

 

กว่าจะหาสัญญาณ 4G ได้ประมาณไม่เกินสี่โมงครึ่ง แต่ว่า แต่ว่า แต่ว่า ฮือออออออ ระยะที่เราจะสมัครมันเต็มแล้ว เค้ารับสมัครแค่ 100 คน ปีก่อนคนสมัครไม่ถึง 20 คนมั๊ง ปีนี้เกิดมาฮอตอะไรเต็มเร็วมาก ไม่รอตรูเบย ฮือออออ เราก็นั่งโหยหวนอยู่ในเต็นท์นานเลยจนพี่บอกว่าพอได้แล้ว ก็คนมันเศร้านี่นา goalปี2018 เพียงข้อเดียวของเราจะล่มสลายไปตั้งแต่ยังไม่เริ่มเลยแบบนี้ได้ไงอะ คือตั้งแต่เกิดมาไม่เคยสมัครวิ่งไม่ทัน งานที่ 3 นาทีเต็มเราก็ยังช่วงชิงมาได้ แต่นี่เราไม่ทัน รู้สึกเป็นจุดด่างพร้อยของชีวิต ฮือออออ

แล้วชีวิตต่อจากนี้ก็ไม่มีอะไรมากละ วิวก็สวยงามตามท้องเรื่อง มองออกมาจากเต็นท์เห็นดอยหลวงเชียงดาวตั้งตระหง่านเด่นเป็นสง่าอยู่ตรงหน้าเลย อากาศก็ดี เย็นสบาย ฟ้าใส ไม่มีหมอก แต่โดยรวมก็ถือว่าโอเค เราก็อาบน้ำ ถ่ายรูปเล่น กินข้าว เค้ามีชุดขันโตกมาเสิร์ฟถึงหน้าเต็นท์เลย เต็นท์อื่นได้กินบนโต๊ะ แต่เต็นท์เราเป็นเต็นท์พิเศษหน้าห้องน้ำเลยไม่มีโต๊ะ ได้กินบนขันโตก เย่ อาหารมันเย็นเร็วมากๆเลยเพราะอากาศเย็น ต้องรีบกินอย่างไวว่อง

ข้าว ไข่เจียว กะหล่ำปลีผัดน้ำปลา แกงจืดเต้าหูหมูสับ และน้ำพริกลีซู อาหารธรรมดาๆแต่ว่าอร่อยมาก
ขันโตกหน้าเต็นท์
วันนี้น้ำเย็นไม่ต้องสระผมหรอกเนาะ ><

 

นาฬิกาปลุกถูกตั้งขึ้นเวลาห้าทุ่มหรือเที่ยงคืนนี่ล่ะ พี่ลุกขึ้นมาถ่ายดาว ส่วนเรานอนหลบหนาวดูผลก่อน ถ้าถ่ายออกมาสวยจะยึดเลนส์มาถ่ายบ้าง เพราะทริปนี้เราตั้งใจมาถ่ายดอกไม้ พกมาแต่เทเล ถ่ายดาวไม่ล่าย T_T แล้วพี่ก็บอกว่าไม่เห็นทางช้างเผือก โอเคค่ะ งั้นก็นอนต่อ รอตื่นมาตีสี่ตีห้ารอดูอีกรอบ ก็ไม่เห็นอีก สรุปว่าภารกิจถ่ายดาวก็ยกเลิกไป รอชมพระอาทิตย์ขึ้นแทน อากาศตอนเช้ามืดประมาณ 12 องศา หนาววววว ~~~

วันนี้ไม่เห็นดวงอาทิตย์โผล่พ้นของฟ้า แต่โผล้พ้นเทือกเขาแทน

อาหารเช้ามาเสิร์ฟถึงหน้าเต็นท์เช่นเคย

อาหารเช้าก็มีออเดิร์ฟด้วยโอวัลติน/กาแฟ และจานหลักคือข้าวต้ม (ที่คาดว่าน่าจะทำจากข้าวที่เหลือจากเย็นวาน :P) เราไม่เห็นดวงอาทิตย์ขึ้นแบบที่ตั้งใจ เพราะมันไปขึ้นด้านหลังของภูเขาที่สูงที่สุดอันดับ 3 ของเมืองไทย แปลว่าสูงมาก กว่าดวงอาทิตย์จะโผล่พ้นสายตาเรามันก็คือสายโด่แล้ว มาทีนึงส่องเข้าเต็นท์ร้อนมากเลย แต่พอแสงมาปุ๊บ ความร้อนมาโดนไอเย็นในอากาศ ก็เกิดหมอกลอยเต็มเหมือนฝันเลย

เสร็จแล้วก็เก็บข้าวของ พร้อมผจญภัยไปอีกฟากนึงของดอยหลวงเชียงดาว เย่

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

w

Connecting to %s