the NAViGATOR #2 ไกลแค่ไหนคือใกล้

ปกติเวลาพูดถึงงานวิ่ง เค้าจะมีเกณฑ์ที่วัดเป็นเวลาใช่มะ ว่าเราใช้เวลาเท่าไหร่ในแต่ละระยะทางที่จัดแข่งขัน ไม่นานมานี้เพิ่งจะรู้จักการวิ่งอีกรูปแบบนึงที่ใช้เกณฑ์เป็นระยะทาง ว่าใครวิ่งได้กี่กิโลเมตรภายในเวลาของการแข่งขันนั้นๆ โดยทุกรายการที่เคยเจอจะมีเส้นทางวิ่งที่กำหนดชัดเจน ขึ้นอยู่กับว่าใครทำความเร็วได้มากกว่าก็จะใช้เวลาน้อยกว่า หรือว่าเก็บระยะได้มากกว่าก็ว่ากันไป แต่สำหรับรายการที่เราเพิ่งจะไปเข้าร่วมมา มันไม่ใช่ทั้งสองแบบที่พูดมาข้างต้น เป็นรายการที่ผู้เข้าแข่งขันสามารถออกแบบเส้นทางวิ่งได้เองทั้งหมด อยากจะไปตรงไหนก่อนหลังก็ได้ หรือตรงไหนไม่อยากไปเลยก็ยังได้ ขอแค่กลับมายังจุดเริ่มต้นให้ทันในเวลาที่กำหนด เออแปลกดีนะ แค่คิดก็สนุกแล้วเนาะ

แต่จะให้อยู่ดีๆไปวิ่งสะเปะสะปะก็คงจะไม่ใช่ the NAViGATOR มีอะไรที่ท้าทายกว่านั้น เพราะผู้จัดเค้าจะมีป้ายคะแนนกระจายอยู่ตามสถานที่ต่างๆรายทางในอาณาบริเวณดอยสุเทพ-ดอยปุย การเดินทางต้องไปเป็นทีม ทีมละ 2 คน ต้องอยู่ด้วยกันตลอด แต่ละทีมก็ไปตามล่า CP เพื่อเก็บคะแนนตามป้ายเหล่านั้น ตามล่าก็ไม่ใช่อะไรหรอก แค่ไปเซลฟี่สมาชิกคู่กับป้ายคะแนนแล้วมาส่งรายงานผลประกอบการตอนจบ อันนี้คือข้อมูลที่รู้มาตอนแรก แค่นี้เอง แล้วก็อ่านรีวิวของคนที่ไปมาเมื่อปีที่แล้ว (จัดครั้งแรก) ทุกคนบอกว่าสนุกมาก ชอบมาก ต้องไปลอง ก็เลยอยากไปลองบ้าง

หลอกล่อเพื่อนกมาเป็นบัดดี้ได้หนึ่งคน (ไม่รู้ใครหลอกใครมากันแน่) ว่าเออกติกามันน่าสนดีนะ พอถึงวันสมัคร พอเห็นค่าสมัครทีมละ 4000 บาท ยอมรับว่าอึ้ง เพราะยังไม่เคยลงสมัครงานวิ่งที่ต้องจ่ายเงินเยอะขนาดนี้ ก็เกิดอาการลังเล แต่เพื่อนบอกมาว่าถ้าอยากไปก็ไป เงินหมดค่อยกลับมาหาใหม่ก็ยังได้ เออ คิดได้แบบนี้ก็สบายใจดี ก็เลยสมัครไปแบบงงๆ คิดไว้แค่ว่า ต้องทำคะแนนให้ถึงเป้าให้ได้ เพื่อให้เงิน 2000 ไม่เสียเปล่า ฮ่าๆๆ

ว่าด้วยเรื่องการซ้อมกับบัดดี้ เราเตรียมการมาอย่างดีมาก คือไม่เคยซ้อมวิ่งด้วยกันเลยซักครั้ง T_T ต่างคนต่างแยกกันไปซ้อม วิ่งเพซเดียวกันไหมก็ยังไม่รู้ แต่เคยไปเดินป่าด้วยกัน 2 ทริปแล้ว คือไปดอยหลวงเชียงดาว กับดอยม่อนจอง ตอนซิ่งลงดอยตามๆกันมาก็สนุกดี หวังว่าประสบการณ์เล็กๆน้อยๆนี้คงจะทำให้คู่เราผ่านการแข่งขันครั้งนี้ไปได้อย่างไม่ทุลักทุเลมากเกินไปนัก

ตัดมาที่วันเดินทาง งานนี้จัดวันเสาร์ที่ 11 มีนาคม (เมื่อไหร่จะมีแฟน) 2017 แต่ว่าตามกำหนดการณ์แล้วต้องไปลงทะเบียนรับบิบในวันที่ 10 พร้อมกับมาเลี้ยงข้าวเย็น ซึ่งนี่เป็นเป้าหมายนึงของเราว่าเราอาจจะวิ่งไม่ค่อยคุ้ม แต่เราต้องมากินอาหารให้คุ้ม ฮ่าๆ ก็เลยรีบมาก นั่งรถไฟมาตั้งแต่คืนวันที่ 9 มาถึงเชียงใหม่เช้าวันที่ 10 เพื่อเตรียมพร้อมไปกินข้าวเย็นฟรีให้เต็มที่ เย่

ขาหาย -*-
พยายามจะเป็นผู้หญิงอ่อนหวาน แต่ยากจัง…

เนื่องด้วยเรามีเวลาเหลือกันเยอะมาก ก็เลย slow life กันไปเรื่อยๆในวันแรก เดินถ่ายรูปเล่น โบกรถนักท่องเที่ยวขึ้นไปดอยสุเทพ แล้วก็เดินเล่น กินข้าว และก็ค้นพบว่าร่างกายเหนื่อยล้ากับกิจกรรมตอนเช้ามากๆ ร้อนด้วย เริ่มกังวลละว่าพรุ่งนี้จะรอดไหม คุณบัดดี้ก็ดี๊ดีนะ ตกลงกันอย่างดีว่าแบ่งกันคนละครึ่งทาง เราจะโบกจากข้างล่างไปถึงดอยสุเทพ หลังจากนั้นให้เค้าโบกต่อไปจนถึงข้างบน พอเดินออกมาจากดอยสุเทพก็ตรงดิ่งไปที่คิวรถสองแถวเลยครัช นี่ใช่ไหมการแสดงฝีมือที่ว่า -*-

ประมาณบ่ายสองโมงเราก็มาถึงตรงลานกางเต๊นท์ดอยปุย เหมือนอยู่คนละโลกกับข้างล่างเลย อากาศดีมากๆ ลมเย็นสบาย มองไปบริเวณที่จัดงานเหมือนว่าเค้ายังเตรียมของไม่ค่อยเสร็จ เราก็พักผ่อนกันตามอัธยาศัยไปก่อน ตามคอนเซปต์ slow life เพราะยังไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น

พอถึงเวลาก็เดินไปลงทะเบียนและรับของ มีเสื้องาน (ที่ดูแรกๆก็เฉยๆ แต่พอดูไปดูมาก็สวยดีเหมือนกันนะ) บิบ และเอกสารมาปึกนึง เป็นกติกาการแข่งขัน คือเนื่องด้วยงานนี้มันไม่มีเส้นทางที่ชัดเจน ทำให้ผู้จัดไม่สามารถไปตั้งซุ้มแจกน้ำแจกอาหาร หรือจุดปฐมพยาบาลได้เลย แต่เรารับรู้ได้ถึงความตั้งใจและแผนการรองรับนะ ข้อแรกเลยคือเราต้องเดินทางด้วยกันกับบัดดี้ตลอด จะได้ช่วยดูแลกันได้ แล้วเช้าวันรุ่งขึ้นพอเค้าแจกแผนที่มา เราต้องวางแผนการเดินทาง ว่าจะไปจุดไหนบ้าง และจุดไหนก่อน-หลัง มาตารางมาให้กรอกเป็น first plan เลย แล้วก็ส่งการบ้านให้ผู้จัด นี่คือขั้นแรกละว่าอย่างน้อยเค้าก็จะรู้คร่าวๆแล้วว่าแต่ละทีมจะเดินทางไปตรงไหนบ้าง และเราก็ต้องส่ง sms รายงานตัวมาให้ผู้จัดทุก 2 ชั่วโมง ว่าตอนเราผ่าน CP ล่าสุดที่จุดไหน และกำลังมุ่งหน้าไปตรงไหน

บัดดี้เก๊าเอง
จัดฉากเตรียมอุปกรณ์ ใช้หลักเหลือดีกว่าขาดเช่นเคย

อาหารเย็น ถ่ายมาแบบรีบๆ เพราะหิวมาก แต่มันดีงามนะ ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ผัดกะเพราหมูสับ ไก่เทอริยากิ และแกงส้ม คือดีงามและอร่อยทุกอย่าง กินไปสองจานถ้วน อิ่มแปร้ ^^


11 มีนาคม เช้าวันแข่งขัน (ในส่วนของการตื่นตั้งแต่ตีสามกว่าเพื่อมาทาครีมและเขียนคิ้วเราจะละไว้ในฐานที่เข้าใจ) กินข้าวเวลาประมาณตี 4 ครึ่ง ข้าวฟรีเช่นเคย เป็นข้าวไก่อบธรรมดา แต่ขนมมีเพียบ ทั้งแซนด์วิช ผลไม้ น้ำดื่ม ชา กาแฟ แต่เราไม่ค่อยกล้ากินขนมเยอะ ตื่นเต้น เลยเน้นกินแต่กล้วยไป 3-4 ลูกได้มั๊ง คิดอะไรไม่ออกก็กินไปก่อน เสร็จแล้วพอเวลาประมาณตี 5 เค้าก็แจกแผนที่มาให้ ความรู้สึกแรกหลังจากเห็นแผนที่เลยก็คือ…อึ้ง เวรละ มันดูยังไงวะ ตัวเลยเยอะแยะไปหมด จะไปไหนก่อนหลังดี จะวางแผนยังไงดี

แผนที่แบบปกติ และแบบซูม และตาราง CP พร้อมคะแนนแจกทีมละ 2 ชุด

ไอ่คืนก่อนหน้าที่พยายามจะวางแผนมาแล้วคร่าวๆ บอกได้เลยว่าแทบไร้ประโยชน์ เพราะเราวางแผนลอยๆกับอากาศ แต่นี่ของจริงมาแล้ว 57 control points ที่มากับคะแนนของแต่ละจุด พร้อมทั้งบอกตำแหน่งของป้ายมาเป็น ละติจูด ลองจิจูด บวกกับคำใบ้(ที่มารู้ทีหลังว่าช่วยบ้างไม่ช่วยบ้าง) แถมทีมงานยังบอกอีกว่าว่าป้ายนี่ไม่ได้หาง่ายๆ ต้องใช้สายตาสอดส่องนิดนึง (เหมือนขู่เลยอะ T_T )

อ.นทีกำลังบรีฟ เรานั่งหน้าสุดเลย (นั่งแหงนคอตั้ง เพราะไม่รู้ว่าเค้าจะมาบรีฟตรงนี้)
ทุกคนตั้งใจฟังอย่างขะมักเขม้น

เหลือเวลาอีกไม่ถึงชั่วโมงก็จะเริ่มแล้ว ก่อนอื่นต้องตั้งสติก่อนเลย ลองเลือก CP ที่อยากไปมาคร่าวๆ แล้วก็ลองรวมคะแนนดู เหย รวมแล้วได้ประมาณสองร้อยเค้าบอกร้อยนึงก็ได้เหรียญแล้ว ก็เริ่มชิลขึ้นหน่อยละ จริงๆก่อนมาเราอยากไปตรงแถวบ้านม้งดอยปุยเป็นหลักเลย แต่ด้วยความงกคะแนน เห็นว่าแถวขุนช่างเคี่ยนมีคะแนนให้เก็บได้เยอะกว่า เลยกะว่าไปแถบขุนช่างเคี่ยนก่อน แล้วตอนกลางวันกลับมากินข้าวฟรีตรงแคมป์ พอตอนบ่ายค่อยออกไปตรงเวิ้งบ้านม้ง วางแผนอย่างสวยหรูมาก ว่าแล้วก็เดินไปหยิบกล้วยมาตุนดีกว่า ฮ่าๆๆ

ถือว่าคู่แล้วล่ะเนาะ รูปอื่นตัวเลขมันสว่างจ้าตลอดเลย

พอได้เวลา เค้าประกาศเริ่มการแข่งขัน ทุกทีมก็ต้องมาเซลฟี่คู่กับป้ายเวลาก่อน กว่าเราจะฝ่าฝูงชนเข้าไปได้ก็ผ่านไปหลายนาทีแล้ว แต่ไม่เป็นไรเราไม่รีบละ เป้าหมายแรกที่จะไปเลยคือยอดดอยปุย พวกคะแนนเล็กๆน้อยๆระหว่างทางกะจะมาเก็บตอนกลับแคมป์ตอนกลางวัน ทีมเราเน้นแต้มใหญ่ แต่ว่าพอเริ่มออกเดินไปได้ไม่นาน ปัญหาก็บังเกิด คือ maps.me มันงงๆ เส้นที่มันชี้ไปมันดูแปลกๆ เดินแล้วก็วนกลับมาตรงที่เก่า เหมือนเราจะต้องฝ่าหาทางใหม่เอง แต่ตอนนั้นก็ยังไม่ค่อยมั่นใจ เลยกลับมาเดินตามป้ายบอกทางของอุทยาน ที่นำไปทางถนนไม่ใช่ทางเทรลแล้วเหมือนจะอ้อมมากๆเลย ยังเดินงงๆไปไม่ถึงไหนก็ได้เก็บไฟฉายแล้ว ฟ้าเกือบสว่างแล้ว ละก็ไปผ่านเส้นทางของ cp ที่ไม่ได้ตั้งใจจะเก็บ แต่ว่าเพื่อนร่วมทางใจดีมากๆ เจอแล้วก็ชวนแวะเข้าไป ก็เลยเก็บได้มา 3 cp มาแบบงงๆ กว่าจะไปถึงยอดดอยปุยที่ตั้งใจจะไปเก็บเป็น cp แรกก็ใช้เวลาไปชั่วโมงนึงพอดี ป้ายไปซ่อนอย่างมิดชิดเลย โชคดีว่ากลุ่มที่มาก่อนหน้าเค้าหาเจอเราเลยตามๆกันไป อิอิ

พอหลุดออกมาจากยอดดอยก็เป็นมหกรรมชมวิวและถ่ายภาพ และการวิ่งลงเขา คือวิวสวยงามมาก อากาศก็กำลังดี อยากหยุดเวลานี้ไว้นานๆจัง ได้ถ่ายรูปเล่นกับซันนี่ด้วยล่ะ หลังจากที่ตอนไปเกาะช้างปล่อยให้ลูกค้างเติ่งอยู่ในเป้น้ำไม่ได้ออกมาชมโลกภายนอก

CP006 – 3points – 3 people 😉
ทางสวยอะ ชอบ ♥

แต่หลังจากนี้ก็ไม่มีรูปซันนี่แล้วอยู่ดี เพราะถึงแม้ว่าจะไม่รีบแบบงานนั้น แต่ว่าสภาพค่อนข้างสะบักสะบอมไม่ต่างกันเลย เริ่มจากทางลงดอยปุย ที่รอบก่อนเรามาซ้อมย้อนเส้นทาง การไต่เขาชันไม่มีปัญหาสำหรับเรา แต่คราวนี้เราต้องลง ไม้เท้าก็พกไปนะ แต่กลัว แทบจะลงไปนั่งแล้วกระถดๆๆ ท่าคงจะน่าเกลียดมากจนพี่ที่เห็นเค้าต้องคอยช่วยเรา เขิลจัง ><

ทำไมเราต้องทำหน้าเรียบร้อยขนาดนี้ ><

แล้วดูสิว่าเราเจอใคร พี่จุ๋ง >///< ดีใจมากๆเลยที่เจอ จริงๆตอนแรกเจอกันตรงจุดปล่อยตัวแล้ว พี่จุ๋งอวยพรให้เราโชคดีด้วย ^^ คราวนี้มาเจอกันอีกรอบบนเขา สงสัยพี่เค้าวิ่งวนขึ้นมาจากอีกทาง เลยขอชักภาพเป็นที่ระลึกซักหน่อย (ตอนนี้เก็บได้ 6cp 16 แต้มละ ฮีบๆ)

หลังจากนี้สมาชิกทีมอื่นที่เกาะกลุ่มกันมาตั้งแต่แรกก็ทะยอยวิ่งหนีหายไปทีละทีมสองทีม ฮือออออ ไม่กล้าลงเร็วๆอ่า กลับจากเกาะช้างมาร่างยังไม่ค่อยสมบูรณ์เลย พอลงมาถึงถนนตรงทางจะไปขุนช่างเคี่ยน แต่เราต้องแยกไปอีกทางก่อนเพื่อเก็บ cp116 แถวๆทางแยกเจอพี่หนำมาแวะให้กำลังใจด้วย ดีใจจัง 🙂

ไอ้ cp116 มีคำใบ้ว่า “ขึ้นมาจากทางไปสวนกาแฟ” อ่านเจอคำว่ากาแฟ กาแฟ กาแฟ พอวิ่งไปเจอสวนกาแฟเราก็ตะลุยเข้าเลยครัช วนเวียนอยู่ในนั้นนานมาก มันเหมือนจะใกล้แต่มันไม่ใช่ จนมีชาวบ้านผ่านมาบอกว่ามันไม่ได้อยู่ในนั้นนนน ก็เลยลุยออกมาจากสวนแล้วต้องขึ้นเขาชันๆไปอีกซักพักเลย ก็ว่าอยู่ทำไม 9 แต้มมันไม่น่าจะได้มาง่ายๆใช่มะ ถึงตรงนี้ได้มา 25 แต้ม 1ใน4 ละ แต่ว่าใช้เวลาไป 2 ชั่วโมงกว่า เริ่มรู้สึกลนๆละ จะครบไหมเนี่ยร้อยแต้ม ไหนจะต้องส่ง sms อีก แล้วก็กลับไปทางขุนช่างเคี่ยนเตรียมตามล่าหาแผ่นป้ายต่อไป…. (เราบ่นหนักมากเนาะ แต่จริงๆคือ sms เพื่อนก็เป็นคนส่ง แผนที่เพื่อนก็เปิด ส่วนเรามีหน้าที่ทำหลงทางอย่างเดียว ฮ่าๆ)

cp ถัดไปอยู่ในหมู่บ้านเลย พอมาถึงแถบนี้คือจะเจอคนวิ่งสวนไปสวนมาตลอด เราไม่ได้ไปในเส้นทางเดียวกันเหมือนตอนวิ่งจากลานกางเต็นท์ขึ้นไปยอดดอยแล้ว เราไม่สามารถตามๆชาวบ้านไปได้เพราะไม่รู้ว่าทีมนั้นเค้าจะไปจุดถัดไปจุดเดียวกับเรารึเปล่า แต่บางคนก็ใจดีนะ ถามว่าจะไปจุดนี้ใช่ไหม เข้าไปในซอยนี้เลย ป้ายอยู่หลังร้าน พอเข้าไปแล้วก็วนผิดทางไปซักพักตามสไตล์ค่อยหาป้ายเจอ คนอื่นเค้าเจอป้ายกันเร็วๆหรือว่าต้องวนหลงตลอดเหมือนทีมเรานะ -*- แต่ดีอย่างที่ cp นี้อยู่ตรงร้านขายของชำเลย เราเลยซื้อน้ำกิน + เข้าห้องน้ำล้างหน้าล้างตาจนพอใจค่อยออกเดินทางต่อ โดยหารู้ไม่ว่านี่เป็นจุดสุดท้ายที่จะมีน้ำและอาหารขายแล้ว (ถ้าโซนอื่นที่มีร้านค้าก็ต้องลงไปข้างล่างเลย) ตอนนั้นยังคิดอยู่ว่าวนๆอีกหน่อยเดี๋ยวกลับแคมป์ก็มีของกินจ้าาาา

cp ถัดไป ตั้ง 11 แต้มแหนะ แถมเปิดแอพดูแล้วระยะทางไม่กี่ร้อยเมตร ในใจกระหยิ่มยิ้มย่องมาก แต่เชื่อไหมว่าใช้เวลาไปเกือบชั่วโมง คำใบ้มันคือ “ใกล้สวนร้าง” คือพอไปได้ไม่นานเราก็เจอสวนร้างจริงๆ เป็นเหมือนสนามเด็กเล่น แล้วไงต่ออะ เดินวนหาในสวน หลังกองขยะ บนต้นไม้ ในห้องน้ำ อาคารเรียน วนไปวนมา ตรงไหนใกล้สวนร้างนะ ดูจาก gps คือเราอยู่ห่างไม่ถึงร้อยเมตรเลย แต่หาไม่เจอ แยกกันหาก็แล้วก็ยังไม่เจอ แล้วทางที่แอพมันชี้ไปคือมันไม่มีทาง ไม่งั้นต้องวนไปทางอื่นอีกไกลเลย

ให้มันจมลงไปสุดใจ ปล่อยไว้ไม่ต้องดูแล แค่นี้ก็คงเพียบพอกับใจฉัน ♪♪

สรุปว่าบัดดี้ผู้เสียสละเลยเดินฝ่าทางที่เหมือนไม่ใช่ทางไปหาเส้นทางให้ เรารอซักพักเริ่มเคว้ง เลยค่อยกระดึ๊บๆตามลงไป บอกเลยว่าใบไม้แห้งอันนี้เป็นเลเวลอัพของเกาะช้าง มันทับถมกันหนามากเหยียบลงไปบางครั้งที่รองเท้าหายลงไปเลย แล้วก็กลัวไม่รู้จะมีอะไรอยู่ใต้ดินรึเปล่า เลยกระดึ๊บไปอย่างช้าๆ บางทีคือเห็นมีจิ้งจกอยู่บนใบไม้แต่ทางมันชันแล้วขาก็ก้าวลงไปแล้วมันหยุดไม่ได้ ก็ได้แต่ภาวนาขอให้จิ้งจกน้อยตัวนั้นรอดพ้นจากขายักษ์ของเรานะ T_T แต่รู้สึกโชคดีที่ตัดสินใจใส่กางเกงขายาว ไม่งั้นคงเละ -*- ถึงเราจะไปช้าแต่มั่นคงนะ ไม่สะดุดล้มเลย ยังคงรักษาคอนเซปต์ slow life ไว้อย่างเหนียวแน่น จนได้ยินเสียงมาจากข้างหน้าว่า “เจอแล้ว โอ๊ยเจอซักที” แต่คือเสียงไกลมากนะ แต่ว่าเราไม่เห็นเจ้าของเสียง โต๋ผู้นำเราไปก่อนแล้วก็ไม่เห็นเหมือนกัน เราก็กระดึ๊บๆตามต่อไปอย่างมีความหวัง

มุดๆเข้าไป แต่เห็นกล้องต้องยิ้มไว้ก่อน 😀

จนสุดท้ายก็เจอจนได้นะ คุณ cp119 กับ 11 แต้มที่ได้มาอย่างยากลำบาก จนต้องขอกราบซักที ฮ่าๆๆ

CP119 จะถูกจดจำไปอีกนาน

จริงๆมันมีทางมา cp นี้จากอีกทางด้วย เห็นเป็นทางเทรลสวยงามเลย ทำไมชีวิตเราเศร้าเลือกเส้นทางผิดแบบนี้นะ เห้อ แต่หลังจากนี้ไปอีก 3cp บอกเลยว่า แต้มก็พอๆกับแต้มที่ผ่านมาแต่ว่าเส้นทางเข้าถึงง่ายกว่าเยอะเลย เจอพี่เอ๋กับพี่หวังวิ่งสวนมาด้วย มาจากทางไหนไม่รู้ แต่ก็ยังดีที่ยังเจอคนรู้จักให้ชื่นใจบ้างว่าไม่โดนทิ้งอยู่กลางป่านะ พี่เอ๋แซวว่ามาวิ่ง จะเดินได้ไง แต่เราไม่สนใจ เหนื่อยแล้ว เราจะเดิน ฮ่าๆๆๆ

ลูกสนสวยๆเยอะเลย เอามาเล่นแต่ไม่เก็บกลับไปเนาะ…

พอครบ 4 ชั่วโมง เก็บได้ 80 แต้มละ ชิลมาก แต่ว่าเราเริ่มเจ็บละ ลงเขาต้องเดิน ทำเวลาไม่ค่อยได้ไม่ได้ โต๋ถามว่าจะกลับแคมป์ก่อนไหม แต่ด้วยความงกแต้ม เห็นว่าถ้าเลยออกไปอีกหน่อยนี่ได้แต้มเยอะๆทั้งนั้นเลย ก็เลยตัดสินใจไปต่อ จริงๆนี่อาจเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดเลยก็ได้นะ เพราะถ้าเลี้ยวกลับแคมป์ตอนนั้น ก็คงไปกินข้าวกลางวันชิลๆแล้วไปต่อบ้านม้งได้สวยๆ นี่กลายเป็นเรายิ่งไปไกลจากแคมป์มากกว่าเดิม แถมทางชันมาก ยิ่งลงต่ำก็ยิ่งร้อน อากาศเย็นๆแบบบ่ายเมื่อวานหายไปหมดสิ้น แล้วคือยิ่งร้อนยิ่งหมดแรง เดินอย่างเดียว ยิ่งต้องลงไปมากเท่าไหร่ก็เห็นหายนะละ ว่าต้องไต่กลับขึ้นมาเหนื่อยแน่ๆ

ยิ่งสูงยิ่งหนาว… ยิ่งลงยิ่งร้อนนนนนนน ☼☼☼
หมดแรง เจอไรเกาะหมด

สับปะรดจิ๋ว


หลบร้อนมาอู้ถ่ายรูป

แปลงสตรอเบอรี่ กับแสงแดดอันแรงกล้า
คุณพี่ใจดี แบ่งสตรอเบอรี่ให้กินฟรี ^^

ฝั่งขวามือนี้มันคือดงดอกไม้จิ๋วๆดอกสีม่วง มันควรจะน่ารักมากถ้าเราผ่านตรงนี้มาในเวลาอื่นถ้าไม่ใช่เที่ยงๆ

ถึงจะเหนื่อยแต่ว่าก็ได้แต้มคุ้มนะ ตรงนี้ใช้สกิลเดินป่ารัวๆเลย เดินจ้ำๆๆๆเอา ได้มาอีก 6cp ณ เวลาเที่ยงครึ่ง 142 แต้มละ จริงๆตั้งแต่รู้ว่าเกินร้อยแล้วก็ได้แต่หาทางกลับละ ตอนนั้นไม่ได้นับแต้มแล้ว ระหว่างทางก็เจอสมาชิกทีมอื่นที่ไม่คุ้นหน้ามากขึ้นเรื่อยๆ เค้ามาจากทางไหนกันนะ เราก็ได้แต่คิดและก็สงสัย แต่ไม่ได้ไปถามเพราะต้องเอาตัวเองให้รอดก่อน เจอคนหน้าเหมือนหมออีมด้วยอะ เราก็ทักทายสวัสดีไปตามมารยาท พอกันไปมองป้ายชื่อ อ้าวหมออีมนี่นา กรี๊ด(ในใจ) ไม่กล้ากรี๊ดออกมาเดี๋ยวป่าแตก อิอิ

จริงๆแพลนตอนนั้นตั้งใจจะไป cp115 เป็น cp สุดท้ายในโซนนั้นก่อนวกกลับแคมป์ แต่ด้วยความบังเอิญหรืออะไรไม่รู้ ไปผิดทาง พอเจอสามแยกเราควรจะเลี้ยวไปทางง่าย แต่ดันเลือกทางชันที่ชันโหดๆยาวๆเลย แล้วพอเดินขึ้นมาซักพักค่อยรู้ว่าผิด ในใจคือไม่อยากจะลงไปแล้ว อุตส่าห์ไต่ขึ้นมาตั้งเยอะ โต๋เลยเปิด google maps เลย (นอกใจ maps.me ผู้ชอบพาหลงทาง) ปรากฎว่าเราอยู่ใกล้ถนนที่สามารถตัดไปแคมป์แบบใกล้ๆเลย แต่ประเด็นคือมันไม่มีเส้นทางทั้งใน google maps และ maps.me ตอนนั้นคือเป็นสถานการณ์ที่ต้องตัดสินใจ ทางเลือกแรกคือเชื่อ maps.me แล้ววกกลับลงไป ก็จะเจอทางแยกไป cp115 แล้วเราก็จะได้แต้ม แต่ว่าเส้นทางบอกว่าให้วนกลับไปขุนช่างเคี่ยน และต้องวกทางเดิมผ่านยอดดอยปุยกลับแคมป์ เราจะต้องเดินอ้อมไกลมาก แต่จะมีร้านน้ำและอาหารรอเราอยู่ในหมู่บ้าน ส่วนทางเลือกที่สองคือเสี่ยงหาเส้นทางที่จะไปโผล่ถนนให้เจอ ถ้าเจอคือรอด เราจะไปถึงแคมป์ได้ในไม่เกินชั่วโมง และมีอาหารรอเราอยู่ที่แคมป์ แต่ถ้าเราหาถนนไม่เจอ เราก็จะต้องกลับไปใช้ทางเลือกแรกอยู่ดี ด้วยพลังกายพลังใจที่ลดลงกว่าเก่า เพราะตอนนี้น้ำใกล้หมดกันทั้งคู่แล้ว (ตอนแรกน้ำเราหมด โต๋ก็แบ่งมาให้ จนที่แบ่งมามันหมด เราก็ไปกดจากคูลเลอร์ของหน่วยดับไฟป่าอะไรซักอย่างที่เค้าตั้งอยู่ข้างทาง เจ้าของหายไปไหนไม่รู้ อับจนแค่ไหนคิดดู 😥 ) เสบียงยังเหลือก็จริงแต่ยิ่งกินยิ่งกระหายน้ำจนไม่อยากกินอะไรแล้ว ชีวิตเศร้ามาก และในสถานการณ์อันยากลำบากนี้เองก็ก่อกำเนิดฮีโร่ขึ้นมา บัดดี้ตัดสินใจบอกว่าให้เอ๋นั่งรออยู่ตรงนั้นนั่นแหละ แล้วเค้าจะขึ้นไปหาทางดูว่ามีจริงไหม เผื่อมันไม่สำเร็จเราจะได้ไม่ต้องเสียเวลาขึ้นไป โฮววววว ซึ้งใจมากอะ แต่ไม่บอกหรอกนะว่าซึ้ง ชอบโดนทวงบุญคุณ 😛 ฮ่าๆ

ถ่ายรูปเล่นระหว่างนั่งรอ…

สรุปว่ามันมีเส้นทางไปออกถนนได้จริงๆ ดีใจมากมาย เลยค่อยๆลากสังขารตามขึ้นไป ชันมากแค่ไหนก็ไม่หวั่นแล้ว ณ จุดนั้น เราเลยดูดน้ำฟรืดสุดท้ายจากเป้น้ำจนเกลี้ยง แล้วไปตายเอาดาบหน้า จ้ำ จ้ำ จ้ำ ไปอย่างอดทน สนในที่สุดก็เจอถนนจนได้ ตั้งแต่เริ่มวิ่งมานี่เราจะหาทางเข้าป่ามาตลอด ไม่เคยรู้สึกรักและโหยหาถนนเท่าวันนี้มาก่อนเลยนะ อิอิ

หลังจากนั้นก็เดินไปตามถนน เป็นทางราบบ้าง ชันบ้าง แต่เทียบกับที่ผ่านมาแล้วแทบจะไม่รู้สึกถึงความชัน เดินไปเรื่อยๆก็ถึงลานกางเต็นท์ ตอนนั้นใช้เวลาไป 8 ชั่วโมงครึ่ง (ไหนบอกจะกลับมาตอนกลางวัน T_T) พี่หนำรออยู่ตรง hash house ตะโกนดีใจประหนึ่งเราเข้าเส้นชัย ถามว่าพอรึยัง เราก็บอกยังๆ แค่มาแวะเติมเสบียงก่อนค่ะ

แล้วคืออาหารมันดีงามมากๆ (ถ่ายรูปมาไม่ครบ มีเยอะมาก) ทั้งขนม น้ำ เกลือแร่ ผลไม้ และมีบาร์บีคิวที่เราหมายปอง (แต่มันยังไม่สุก) เดินวนเวียนกินอยู่พักนึง เจอหลายๆทีมที่นั่งอยู่เค้าบอกพอแล้ว แต่เค้าก็แนะนำจุดใกล้ๆให้ไปเก็บแต้มเพิ่มได้ เราเลยตัดสินใจอำลากองเสบียงอาหารแล้วจากไปอย่างเศร้าสร้อย เสียดายว่าเวลาเหลือน้อยแล้วเลยไปที่บ้านม้งดอยปุยไม่ทัน เก็บ cp ใกล้ๆแคมป์มาได้อีก 4 cp 9 แต้ม แต่บอกเลยว่าไม่คุ้มกับอาหารที่เราจากลามา ฮ่าๆๆ เพราะเป้าหมายแรกของเราคือเก็บแต้มให้ครบร้อย ซึ่งครบนานแล้ว เป้าหมายรองคือต้องไม่เป็นที่โหล่ ซึ่งถึงแม้จะหวั่นใจหน่อยๆ แต่พี่หนำบอกว่าไม่โหล่หรอก เราก็ควรจะเชื่อพี่หนำนี่นา สุดท้ายกลับแคมป์ไปเซลฟี่กับป้ายเวลาอีกครั้งเป็นการปิดฉากการวิ่งด้วยเวลา 9:25 ชั่วโมง เก็บระยะทางได้ 23Km กับความชัน 1,590m เข้าทันเวลาไม่โดนหักแต้ม และได้คะแนนโบนัสจากการจับปิงปองอีก 5 แต้ม ดีงามมาก สรุปว่าได้แต้มรวม 156 เป็นอันดับ 19 จาก 24 ทีมแบบ mix และอันดับ 41 overall จาก 57 ทีม ดีงามอะ หนีบ๊วยได้อย่างสง่างาม *0*

มือไม่ได้เป็นง่อย แต่ซ่อนขนมไว้ข้างหลัง เดี๋ยวรูปไม่สวย

หมออีมคนเก่ง ^^

งานนี้จะจบไปได้อย่างสวยงามขนาดนี้ไม่ได้ถ้าขาดคู่หูที่คอยช่วยเหลือแทบจะทุกๆอย่าง ถึงแม้จะชอบบ่นชอบขัดตลอดทางก็ตาม ตอนแรกคิดว่าผ่าน 10 ชั่วโมงนี้ไปคงจะวิ่งด้วยกันจนเบื่อหน้าไปแล้ว ไม่อยากคุยกันไปอีกหลายวันอะไรแบบนี้ แต่ก็ยังพอไหวอยู่นะ นอกจากนี้ก็ต้องยกความดีความชอบให้กับพี่หนำและทีมงานทุกคน ที่คิดงานวิ่งที่สนุกและท้าทายขนาดนี้ขึ้นมาให้ได้เล่นกัน โดยใส่ใจในทุกรายละเอียดจริงๆ ตั้งแต่เสื้อวิ่ง บิบน่ารักๆ เส้นทางวิ่งที่สวยงามแต่ท้าทาย ของกินที่อร่อยและเยอะมากๆ คนปิ้งบาร์บีคิวก็หล่อมากด้วย อีกทั้งกฎเรื่องส่ง sms ที่ทำให้งานที่ดูน่าจะเคว้งคว้าง กลับดูอุ่นใจในความปลอดภัยขึ้นมาได้ (เหลืออย่างเดียว หนูรอรูปจากกล้องหลักอยู่นะคะ อิอิ) ค่าสมัครที่เคยบ่นว่าแพงตอนแรก ตอนนี้รู้สึกคุ้มมากๆเลยค่ะ และต้องไม่ลืมน้ำใจจากเพื่อนๆทุกคนที่ได้ร่วมทางกัน แค่ความช่วยเหลือเล็กๆน้อยๆ หรือแค่เดินสวนกันมาแล้วยิ้มให้ ก็ดีมากๆแล้ว รวมถึงคุณป้าไร่สตรอเบอร์รี่ด้วยที่แบ่งสตรอเบอร์รี่ลูกโตให้กินฟรี หวานชื่นใจมาก โดยรวมแล้วชอบมาก ดีงามทุกๆอย่าง แม้แต่การหลงทางหรือน้ำหมดเราก็ถือเป็นเรื่องดี มันเป็นประสบการณ์ที่สนุกมากๆ ชอบ ยกเว้นอย่างเดียวคือทำไมไม่ได้ไปบ้านม้ง เศร้าใจ 😦 ปีหน้าจัดงานวันที่ 10 มีนาคมนะครัช เผื่อใครสนใจมา ส่วนตัวเราล็อกวันไว้เรียบร้อยแล้ว ไม่พลาดแน่นอน ^^

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s