วันที่ฉันไปวิ่งในป่า

โดยส่วนตัวเราเป็นคนที่ค่อนข้างผูกพันกับป่า พาตัวเองเข้าป่าบ่อยๆอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการเดินป่า เดินน้ำตก ปีนเขา หรือแม้วิ่งเทรล (วิ่งตามรายการแข่งขันที่เป็นเส้นทางในป่า) แต่คราวนี้มันจะไม่เหมือนคราวที่ผ่านๆมา เพราะเราจะไปวิ่งในป่า ที่ไม่ใช่วิ่งตามงาน หรือว่ามีคนจัดเตรียมเส้นทางและสิ่งอำนวยความสะดวกไว้ เราจะเตรียมเส้นทางเอง ดูแผนที่เอง เพื่อนำตัวเองไปตามเส้นทางที่ต้องการ และไปสู่จุดมุ่งหมายให้ได้ การวิ่งครั้งนี้แม้จะไม่มีข้อจำกัดทางด้านเวลาเหมือนงานวิ่ง แต่ด้วยการที่เราต้องเตรียมทุกอย่างเอง ก็อาจเกิดปัญหาที่ไม่คาดคิดตามมาได้เช่นกัน ก็คงต้องค่อยๆแก้ปัญหาเฉพาะหน้ากันไป แค่คิดก็สนุกแล้ว เนาะ ^^

ทริปนี้เกิดขึ้นได้เพราะเราต้องไปร่วมงานแต่งงานของเพื่อนที่จังหวัดเชียงใหม่ ก็เลยคิดว่าไหนๆก็เดินทางไปถึงเมืองที่หลายๆคนตั้งใจไปเพื่อไปซ้อมวิ่งเทรลแล้ว เราก็น่าจะลองสักหน่อย พูดถึงเส้นทางการวิ่ง เราไปหาเส้นทางที่คนสร้างไว้ใน movescount.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่รวมรวบข้อมูลที่ผู้ใช้นาฬิกา suunto แบ่งปันเอาไว้ทั่วโลก เจอเส้นทางที่ระยะและสถานที่น่าสนใจและอยู่ในบริเวณที่เดินทางไม่ยากจนเกินไปนัก ก็เลยจะลอกๆตามเค้า แต่มีปรับแผนเล็กน้อย คือเค้าเริ่มต้นและจบเส้นทางที่อุทยานแห่งชาติดอยปุย ซึ่งเดินทางไปถึงยาก เราเลยจัดการให้เริ่มต้นจากหน้าวัดพระธาตุดอยสุเทพแทน แล้ววนเส้นทางเดียวกันแต่กลับทิศทาง ขึ้นไปขุนช่างเคี่ยน แล้ววนทวนเข็มนาฬิกาไปยังยอดดอยปุย ลานกางเต๊นท์ดอยปุย และวนกลับมายังวัดพระธาตุดอยสุเทพที่เป็นจุดเริ่มต้น เพื่อที่จะต่อรถสองแถวแดงกลับลงไปที่เมืองเชียงใหม่ ระยะรวมประมาณ 19 กิโลเมตร ก่อนจะตกลงปลงใจเส้นทางนี้เราก็ได้สอบถามกับพี่ตูน พี่สาวคนสวยที่อาศัยอยู่ที่เชียงใหม่และซ้อมเส้นทางแถวๆนี้เป็นประจำ ก็ได้รู้ว่าเส้นทางที่เราเลือกมาไม่ได้ยากและอันตรายจนเกินไป เป็นเส้นทางที่ชาวบ้านใช้เดินทางสัญจรกันอยู่แล้ว แค่มีบางช่วงที่จะชันหน่อยเท่านั้น

15696659_10155676785568378_353523566_o

เราใช้แอพลิเคชั่น Maps.ME เป็นเครื่องนำทางหลักในวันนี้ ตัวแอพเป็น offline map คือสามารถใช้งานได้โดยไม่มีอินเตอร์เน็ต เพียงแต่ว่าเราโหลดแผนที่บริเวณที่คิดว่าจะไปมาไว้ในโทรศัพท์ก่อน แล้วเวลานำทางก็ใช้แค่ GPS เท่านั้น

การวิ่งในวันนี้เรามีบัดดี้ไปด้วยหนึ่งคนถ้วน เป็นน้องเลิฟตัวน้อยชื่อกุ๊กไก่ ที่โดนลากมาด้วยแบบไม่รู้ว่าเต็มใจไหม ชุดที่ใส่ก็ไม่ใช่ชุดวิ่ง เป้ก็เป้ธรรมดา รองเท้าถนนที่ดอกยางไม่ค่อยดี สรุปคือมาแต่ใจเท่านั้น น้องเลิฟคนนี้พร้อมจะบุกป่าฝ่าดงไปกับพี่สาวแสนสวย มีเพียงอย่างเดียวที่มันกังวลจนต้องถามเราทุกวันตั้งแต่ก่อนมา ว่าจะเจอหมีกริซลีย์ในป่านี้ไหม -*- คือแรกๆก็อึ้งไปกับคำถามนี้…ป่าเมืองไทยมันจะมีหมีกริซลีย์ไปได้ยังไง แต่เอาเถอะคนมันกลัวไปแล้ว ก็ได้แต่สอนน้องว่าถ้าเจอตัวจริงก็ให้แกล้งตายละกัน เพราะถึงวิ่งหนีก็คงหนีไม่ทันมัน ฮ่าๆ

20170108_072728
ยืดเส้นระหว่างรอสักหน่อย

ภาพตัดมาวันอาทิตย์ที่ 8 มกราคม นั่งสองแถวแดงราคา20บาท (ต่อจาก30บาท ทำไมชอบโก่งราคากันจังแฮะ) มาถึงหน้ามช.ตอนเวลา 7 โมงครึ่ง แล้วก็รอคิวคนคนเต็มรถ เพื่อเดินทางขึ้นสู่วัดพระธาตุดอยสุเทพ ขึ้นไปถึงหนัาวัดประมาณ 8 โมงกว่า ตอนแรกกะจะไม่เข้าไปในวัดเพราะรู้สึกว่าสายแล้ว แต่พอดีเจอพี่ที่ทำงานเค้ามาเที่ยวกับครอบครัว และชวนขึ้นไปด้วยกันก็เลยขึ้นไปสักการะพระธาตุดอยสุเทพเพื่อเป็นสิริมงคลกับชีวิตและให้พวกเราเดินทางกันแคล้วคลาดปลอดภัยในวันนี้ด้วยค่ะ

20170108_081807

เรามาเริ่มออกวิ่งกันจริงๆเวลา 8 โมงครึ่ง แค่เริ่มก็งงแล้วเพราะไม่รู้จะเลี้ยวไปทางไหน รู้แค่ว่าเราต้องแยกจากทางถนนเข้าทางเทรล พอเห็นทางเล็กๆข้างวัดเราก็ออกเดินทางไปตรงนั้นเลย ไปได้ซัก 500 เมตรก็เริ่มแหม่งๆ ทำไมดูในแอพแล้วเราวนไปข้างๆวัด แถมพอมองทางข้างหน้าเราชักจะห่างยอดดอยไปเรื่อยๆ จนคิดว่าหลงทางแน่แล้ว เลยวิ่งกลับมาตรงจุดตั้งต้น เหนื่อยฟรีไปโลนึง กับเวลาสิบกว่านาที ไปได้ไม่ถึงไหนเลย ทีนี้ก็เริ่มใจแป้วละว่าต่อไปจะรอดไหม แค่เริ่มก็ยากแล้ว จะไปหาทางเข้าจากไหน เดินวนๆอยู่แถวๆหน้าวัดเลยเห็นทางบันไดเข้าไปในป่าสองเส้น เส้นนึงมีป้ายกากบาทแปะไว้เราเลยไปอีกทาง เดินๆวิ่งๆไปใจก็ตุ๊มๆต่อมว่าถูกทางไหมหนอ GPS ก็ดูงอแง แต่พอผ่านไปได้ซักโลนึงเออมันวนไปเส้นที่ควรจะไปละ ก็เลยสบายใจ ทางช่วงแรกเป็นทางลงซะเป็นส่วนใหญ่ ก็เลยวิ่งได้ แต่ว่าไม่ได้วิ่งยาวตลอดเพราะต้องแวะรอกุ๊ก เหมือนเข่ามันจะไม่ค่อยดีต้องค่อยๆเดิน วิ่งไม่ได้ กลัวถ้าไม่หยุดรอแล้วจะคลาดกันยาว ก็ดีเหมือนกันนะถือโอกาสพักไปในตัวด้วย

20170108_084731
วิวในบริเวณบ้านพักอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย มีทะเลหมอกด้วย

ผ่านไปได้ประมาณ 2 กม. ทางก็นำไปสู่บ้านพักอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ทีนี้ก็เริ่มงงละเพราะถนนเล็กๆในอุทยานเพียบเลย ก็ค่อยเดินไปตามสัญชาตญาณ แต่ว่าทางที่คิดว่าจะใช่ดันมีป้ายห้ามผ่าน เขตเจ้าหน้าที่ และมีเจ้าหน้าที่ยืนหลายคนเลย เราก็งงว่าอ้าวไม่ไปทางนี้จะไปทางไหนหว่า หรือว่าเค้าจะห้ามรถผ่านแต่ไม่ห้ามคน เลยบุกไปถามเลยว่าจะซ้อมวิ่งไปขุนช่างเคี่ยน ต้องไปทางไหน เจ้าหน้าที่เค้าก็บอกทางให้ (ทางที่บอกว่าห้ามผ่านนั่นแหละ) เย่ แสดงว่าที่ผ่านมาเรามาถูกทางละ เค้าบอกว่ามีเส้นทางค่อนข้างชัดเจน ไม่หลง แค่ว่ารกหน่อย….

คือมันไม่ใช่รกหน่อยอะ มันรกมาก เราฝ่าใยแมงมุมไปหลายใยจนแมงมุมมันสาบแช่งเราเยอะแน่ๆ แล้วคือแกะก็แกะไม่ออกเหนียวหนึบเต็มหน้าไปหมดเลย แต่ว่าอากาศดีมากๆเลยนะ วิ่งเหนื่อยปานกลางเพราะมันยังเป็นทางลงอยู่ วิ่งๆ เดินๆ ถ่ายรูปๆ

20170108_090156
ลอดต้นไม้ล้มกันสนุกเลย
1483898804658
ทำตัวเป็นนางไม้ จริงๆนั่งเกร็ง ฮ่าๆ
1483898847899
นอกจากบุกป่าฝ่าดง ยังต้องข้ามแม่น้ำอีก มาค่ะ พร้อม!
20170108_095350
อันนี้ไม่รกแว้ว ตอนรกมากถ่ายไม่ไหว ต้องป้องกันใยแมงมุมก่อน
20170108_103210
กุ๊กน้อยค่อยๆเดินตามมา

พอผ่าน 4 กม.ไปก็เริ่มจะเป็นทางขึ้นละ มีทั้งเนินซึมๆทั้งทางชันๆหาทางราบได้น้อยมาก แต่ก็ยังไปได้เรื่อยๆ เหนื่อยก็แวะถ่ายรูป จนซัก กม.8-9 อากาศเริ่มร้อนขึ้นแต่ว่าก็ยังไม่หยุดพักเพราะคิดว่าใกล้ถึงแล้ว วิ่งไปเรื่อยๆเจอไร่สตรอเบอร์รี่ด้วย ตื่นเต้นมากๆไม่เคยเจอของจริงที่ใหญ่ขนาดนี้ เลยวิ่งลงไปถ่ายรูป พอมีมอเตอร์ไซค์มาทีนึงก็ต้องระแวงกลัวเค้าหาว่ามาขโมย จริงๆหนูแค่มาขอถ่ายรูปเฉยๆนะคะ ^^

20170108_103744
ไร่สตรอเบอร์รี่

20170108_103947_

1483898888684
อยากกิน ><

พอผ่านไร่ไปได้หน่อยนึงเจอลูกสตรอเบอร์รี่ตกพื้นอยู่ กุ๊กหยิบขึ้นมาให้ดู เราก็เอามาถ่ายรูปเล่นไม่ได้กะว่าจะกินเลย ถ่ายเสร็จมีงูเลื้อยผ่านไป เราไม่เห็นหรอกแต่น้องมันโวยวายเสียงดังมาก เลยรีบวางสตรอเบอรี่ลงข้างๆทางเลย บอกเจ้าป่าเจ้าเขาว่าหนูไม่ได้จะกินจริงๆนะคะ แค่ยืมมาถ่ายรูป T_T

20170108_105113
กิ่งก้านอันงดงามของพญาเสือโคร่ง

จากนั้นก็ออกวิ่งต่อ เจอต้นพญาเสือโคร่งที่ผลัดใบเห็นแต่กิ่งก้านที่แห้งแล้งและดอกตูมเล็กน้อย เราก็เริ่มเห็นอนาคตตัวเองละว่าที่หมู่บ้านต้องมีไม่เยอะแน่ๆ ทำใจผิดหวังไว้บ้าง พอมาเจอของจริงมันน่าผิดหวังกว่าที่คิดมาก คือไม่มีบานเต็มๆสักต้นเลย ต้นที่มีเยอะสุดก็บานไม่ถึง 5 ดอกได้มั๊ง ไอ่เราก็ได้แต่เศร้า นั่งจับเจ่าอยู่นาน กินหนม กินนม ถ่ายรูป เรื่อยเปื่อย แล้วก็ออกเดินทางต่อไปยังดอยปุย

20170108_111607
ถ่ายรูปหมู่ซักหน่อย วิ่งมาแทบตายไม่มีดอกไม้เบย

20170108_111752

20170108_114307
เซลฟี่กับซันนี่กะชาโค
1483898895712
ถึงไปวิ่งแต่แบกอุปกรณ์เยอะนะครัชชช
20170108_111624
มองแล้วเศร้า ถ้ามันเต็มไปด้วยสีชมพูคงฟิน

จากตรงนี้เราเพิ่งได้วิ่งทางถนนครั้งแรกตั้งแต่เริ่มมา 10กม. วิ่งได้ประมาณร้อยสองร้อยเมตรเองมั๊ง ก็ตัดเข้าสู่ทางเทรลอีกครั้ง

20170108_120007
ดูออกไหมง่าว่าชัน อันนี้ตอนเริ่มตัดเข้าทางเทรล กล้องมันถ่ายมาไม่ค่อยเห็นเลย

เรียกได้ว่าทางโคตรจะชัน ที่ผ่านมาตอนแรกๆที่บอกว่าชันนี่แทบจะเรียกว่าทางราบไปเลย แต่สนุกดี อุตส่าห์มาซ้อมวิ่งถึงเชียงใหม่แล้วจะให้เจอทางง่ายๆมันก็ไม่ใช่อะเนาะ คือมันทางขึ้นตลอดแต่ก็มีชันน้อยๆให้ได้หายใจคล่องคอตลอดนะ และที่สำคัญคือวิวสวยมาก สวยคุ้มที่ต้องมาเหนื่อยทรมานสังขารตัวเองอะ ฮ่าๆ ช่วงที่วิ่งเข้าไปในป่าสนแล้วเจอหมอกไหลผ่านนี่สุดยอดมาก (ถ่ายรูปไม่ทัน) หรือตอนที่เจอแสงอาทิตย์ส่องทะลุม่านสนและไอหมอกลงมาเป็นประกายนี่ก็สุดยอด (ถ่ายไม่ทันเช่นกัน) ถึงจะถ่ายรูปมาไม่ค่อยสวยมากแต่ความงดงามทุกอย่างมันถูกบันทึกไว้ในหัวใจของเราอย่างดี ชอบมากๆ ประทับใจเส้นทางนี้มาก ไว้ต้องมาซ้ำแน่นอน ^^

20170108_121630
หมอกงามๆ
20170108_123049
วิวฟินๆตอนวิ่งเลาะเขาไป

แต่เหมือนว่าเราจะวิ่งสวนทางกับชาวบ้านชาวช่องเค้า เพราะระหว่างทางก็เจอคนมาซ้อมวิ่งเทรล 2 กลุ่ม มาเดินเล่นก็อีกหลายคน ก็ทักทายแล้วแยกจากกันไป แต่ยังจินตนาการไม่ค่อยออกว่าชันขนาดนั้นถ้าเป็นเราจะต้องดาวฮิลจะอยู่ในสภาพไหนนะ คงลงสี่ขาแน่ๆ เพราะขนาดขาขึ้นบางช่วงยังมีสี่ขา แต่ว่าชันขาขึ้นมันไม่ยากเท่าขาลงนี่เนาะ ^^” พอผ่านจุดที่ชันมากๆ (ยังไม่ใช่ยอดดอย) ก็จะเป็นทางไม่ค่อยยากละ วิ่งไต่สันเขาไปได้เรื่อยๆ มีขึ้น มีลง อากาศดีๆ เผลอแปบเดียวก็ถึงจุดยอดดอยปุยแล้ว โชคดีที่ไม่มีคนเราเลยถ่ายรูปกันจนหนำใจ แล้วไปสู่จุดหมายถัดไป… ลานกางเต๊นท์

20170108_131957
ซันนี่ ชาโค มี้ทำสำเร็จแล้ว ดีใจจัง
20170108_133608
ทางเดินจากยอดลงมาจุดกางเต็นท์ มีดอกพญาเสือโคร่งร่วงหล่นตามทาง แต่ต้นอยู่สูงมากจนมองไม่เห็นดอกเลย

เส้นทางตรงนี้สบายเลย ไม่ชันมาก (หรือเพราะเป็นขาลงเลยรู้สึกง่ายก็ไม่รู้) ไม่รกด้วย วิ่งชิลๆได้เรื่อยๆเลย แต่เพซเราไม่ค่อยเร็ว น่าจะเพราะเมื่อยล้ามาจากการเดินทางยาวนาน พอถึงลานกางเต๊นท์ที่เจอพญาเสือโคร่งเยอะกว่าบ้านขุนช่างเคี่ยนมากๆ ด้วยวิว ด้วยสังขาร และความเหนื่อย เรากับกุ๊กเลยตัดสินใจ DNF กันตรงนั้น เวลาเกือบๆบ่าย แล้วเดี๋ยวหารถลงเอา ได้ระยะประมาณ 13 กม. ถ้าถือว่ามาซ้อมชิลๆก็ไม่มีไรมาก แต่เอาจริงๆก็แอบเครียด เดือนหน้าตูลงงาน 35 โลไว้ นี่ซ้อมได้แค่ 13 เมื่อไหร่จะก้าวพ้นคำว่าสิบกว่าโลไปได้หว่า ฮืออออ

20170108_143324
ฟี่กับเด็กๆ

ถ่ายรูปดอกไม้กันอยู่นานมากจนเริ่มรู้สึกว่ารถสองแถวที่จอดอยู่มันไม่ใช่รถประจำทาง แต่เป็นคนที่เค้าจ้างเหมาขึ้นมาแล้วจากไป และตอนนั้นก็ไม่เหลือรถแล้ว เลยบากหน้าไปหาเจ้าหน้าที่อุทยาน เล่าเรื่องราวให้เค้าฟัง พี่เค้าเลยเมตตาบอกว่าเดี๋ยวกำลังจะลงไปพระตำหนักภูพิงค์ฯ จะพาติดรถลงไปด้วย ตรงนั้นเป็นสถานที่ท่องเที่ยวน่าจะมีรถให้ต่อลงไปข้างล่างได้ เรารอดแว้ว ^^

นั่งรถกระบะลงมากับพี่เจ้าหน้าที่ เค้าก็สอนว่าถ้าหลงป่า ให้โทรติดต่อ 1669 อย่าเดินมั่ว เดี๋ยวจะมีเจ้าหน้าที่ไปรับ เค้าไปรับคนหลงป่าบ่อย -*- (ดีนะคะที่หนูไม่ได้ใช้บริการของพี่ แหะๆ) ทางลงเป็นถนนเลนเดียว ถ้ามีรถสวนก็ได้ตื่นเต้นตลอด แต่พี่เค้าขับรถคล่องมากๆ พอมาถึงพระตำหนักฯเค้าก็ชะลอๆแล้วบ่นว่าอ้าวมีแต่สองแถวขาขึ้น แล้วพี่เค้าก็ขับลงมาส่งถึงตรงวัดพระธาตุดอยสุเทพเลย ใจดีมากๆ ซึ้งใจมาก คนเหนือน่ารักจัง ลืมถามชื่อพี่เค้ามาแต่ขอถ่ายรูปคู่กันมาเรียบร้อย เดี๋ยวต้นเดือนมีนาเราจะกลับมาดอยปุยใหม่จะเข้าไปทัก ไม่รู้พี่เค้าจะจำได้ไหมเนาะ รอดูๆ

temporary_file789369897

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s