เชียงดาวในม่านหมอก – – – Chapter1 – – – Nice to see you again, Doi Luang Chiang Dao

๒๕ พ.ย. ๒๕๕๙
ณ หน่วยพิทักษ์ป่าขุนห้วยแม่กอก
๑๔ ชั่วโมง คือเวลาโดยประมาณที่พวกเราใช้เดินทางมาถึงที่นี่ ๑๒ ชั่วโมงจากกรุงเทพฯถึงเชียงดาว และต่อรถกระบะเข้ามาอีกประมาณ ๒ ชั่วโมง พี่เอก หัวหน้าทัวร์แคมป์ลูกหมู ตัดสินใจให้เราพักกินอาหารกลางวันกันตรงนี้เลย เพราะเวลาก็ล่วงเลยมาใกล้เที่ยงเต็มที และเป็นการกำจัดน้ำหนักที่ต้องแบกไประหว่างเส้นทางเกือบๆ ๘ กิโลที่ต้องเดินในอีกไม่กี่อึดใจนี้ด้วย

เราเดินไปเข้าห้องน้ำ หวังจะล้างมือล้างหน้าจากฝุ่นดินแดงที่เราต้องผ่านมายี่สิบกว่ากิโล แต่สิ่งที่เห็นจะทำให้คุณทึ่ง เอ้ย! ไม่ใช่ละ คือเราเจอสิ่งที่เราหวังจะมาตามหาจากทริปนี้…ที่หน้าห้องน้ำ… ตั้งแต่ยังไม่ออกเดินซักก้าวด้วยซ้ำ

เทียนนกแก้ว เป็นพรรณไม้เฉพาะถิ่นของไทย หาไม่ได้จากที่ใดๆ ในโลก ระดับความสูงที่พบต้นเทียนนกแก้วคือ ๑๕๐๐-๑๘๐๐ เมตร และพบได้เพียงที่เดียวคือที่ดอยหลวงเชียงดาว จะบานราวเดือนตุลาคม – พฤศจิกายน ดูลักษณะดอกแล้วก็คงไม่ต้องถามว่าทำไมถึงชื่อเทียนนกแก้ว เพราะมันเป็นพรรณไม้ในกลุ่มเทียน และรูปร่างคล้ายนกแก้วนั่นเอง

20161125_114925
เทียนนกแก้วหน้าห้องน้ำ

แต่พอเห็นครั้งแรกรู้สึกช็อคเล็กน้อย ทำไมดอกมันเล็กกระจิดริดขนาดนี้ ใหญ่ไม่เกินกำมือเราด้วยซ้ำ แล้วด้วยคราวนี้เราตั้งใจจะแบกสัมภาระเอง จึงต้องกำจัดน้ำหนักที่ไม่จำเป็นออกไปให้ได้มากที่สุด เลยแบกเลนส์กล้องมาแค่ ๒ อัน คือ ฟิก ๑๖ กับ เทเล ๕๕-๒๑๐ เอาวะ ลองสู้ดูสักตั้ง ถ้ามันถ่ายไม่ได้อย่างมากก็กลับมาซ่อมอีกครั้ง แต่ว่านี่ยังไม่ออกเดินทางเลยขี้เกียจขุดกล้องออกมาใช้ ใช้กล้องโทรศัพท์มือถือก็ถ่ายสวยดีแฮะ

 

20161125_115050
พญาเสือโคร่งที่เคยเจอในวันนั้น กลายเป็นพญาแห้งแล้งในวันนี้
20161125_114958
ดงดอกบัวตอง พบเจอเรื่อยๆระหว่างทางเลย
dsc08478
เริ่มเดินกันดีกว่า

กินข้าวกลางวันกันเสร็จ ก็เริ่มออกเดินทางตอนเที่ยงครึ่ง แดดกำลังร้อนเลย แต่อากาศเย็นสบายไม่ร้อนมาก ทางเดินช่วง ๕ กิโลแรกไม่ค่อยยากมาก เดินชิลๆ แวะถ่ายรูปบ่อยมากเพราะดอกไม้ข้างทางสวยๆทั้งนั้นเลย และเกือบทั้งหมดเราไม่รู้จักชื่อ :=D

dsc08315_
ชมพูพิมพ์ใจ… ชื่อเพราะจัง

 

dsc08308_
นางเอกของเราในทริปนี้… เทียนนกแก้ว

 

dsc08517
ถ่ายรูปกับอุโมงค์ดอกบัวตองซักหน่อย อาจจะดูบึกบึนมากกว่าอ่อนหวานก็อย่าว่ากัน 😀

ตอนใกล้ถึงสามแยกที่บรรจบกับเส้นปางวัวเป็นช่วงที่น่ากลัวที่สุด เพราะอยู่ดีๆทางก็ลื่น ถึงมันจะไม่ชันแต่ต้องเดินช้ามาก ไถลทีนึงก็คือลงไปยาวเลยไม่รู้จะแต่ขึ้นมายังไง T_T  และพี่เอกบอกว่าแถวนี้จะมีรังต่อด้วย ต้องเดินระวังอย่าไประรานพวกต้นไม้ข้างทาง สัปดาห์ก่อนมีฝรั่งโดนต่อต่อยเข้าโรงพยาบาลเลยทีเดียว ฟังแล้วหลอนเลย แต่ว่าพวกเราก็ผ่านจุดนี้กันไปได้ด้วยดี จนผ่านสามแยก ก็เห็นว่าป้ายบอกทางเป็นใหม่ด้วย เราว่าสวยสู้อันเก่าไม่ได้เลยนะ พอผ่านจุดนี้ไปทางจะเริ่มชันแล้ว จริงๆถ้าใช้ trekking pole น่าจะช่วยผ่อนแรงได้เยอะเลย แต่เราพลาดเองที่คิดว่าใกล้ถึงแล้วๆ เลยขี้เกียจหยิบออกมาใช้ พอเดินไปจริงๆคือต้องเดินจากจุดที่คิดว่าใกล้ถึงแล้วไปอีก ๒ กิโลได้มั๊ง ไม่เป็นไรถือว่าได้ฝึกกำลังขาไปในตัว เย่

dsc08301_
จำได้ว่าเห็นภูเขาหินๆแบบนี้แถวจุดกางเต๊นท์ พอคราวนี้เจอเลยคิดว่าใกล้ถึงแล้ว ที่ไหนได้มันหินๆแบบนี้ตลอดทางเลย

 

ใช้เวลาทั้งหมด ๔ ชั่วโมงพอดี ก็ถึงบริเวณอ่างสลุง แต่ว่ายังไม่มีที่นอน เพราะหาแคมป์ตัวเองไม่เจอ ทุกคนไปรวมตัวกันกับเชียงดาวสตอรี่แคมป์ ที่เจ้าของเป็นเพื่อนกับพี่เอก เราก็วางกระเป๋าไว้แล้วไปหาที่ชิ้งฉ่อง ขาล้าๆเล็กน้อย เข่าลั่นปานกลาง แต่โดยรวมแล้วสภาพร่างกายสดมากๆเมื่อเทียบกับครั้งที่แล้ว ที่พอมาถึงเต๊นท์แล้วนั่งหมดแรงแทบขยับไม่ได้เลย การฝึกซ้อมและออกกำลังกายช่วยได้มากจริงๆนะ นี่เราไม่ได้นั่งพักเลย ยืนยืดเหยียดกล้ามเนื้อไปเรื่อยๆ มันคงจะเป็นรางวัลของการฝึกหนักมาหลายเดือนล่ะมั๊ง ดีจังเลย  🙂

ผ่านไปซักพักพี่เอกก็โผล่มา บอกว่าลูกหาบกางเต๊นท์ให้แล้ว ตอนแรกหากันไม่เจอ แล้วก็นำทางพวกเราไปที่เต๊นท์ โห ทางเข้านะยังกะป่ารกชัฎ ถ้าไม่บอกก็ไม่รู้เลยว่ามีบ้านซ่อนอยู่ในซอยนี้ด้วย สภาพแคมป์ที่ไม่ค่อยโอเคเลย ทางเข้าหลักมีหนาม ทางแยกเข้าเต๊นท์เราก็มีต้นหนามและหญ้ารก (พี่อั้ม)ต้องเอามีดพร้ามาถางหญ้า จริงๆเราพยายามจะช่วยแล้วแต่ฟันไม่ขาด นู๋ไม่ได้อู้น้า ถึงขาจะแข็งแรงแต่แขนอ่อนแอ แหะๆ บ่นต่อดีกว่า แล้วคือที่ตั้งมันก็เอียงๆ เต๊นท์ก็เอียง แผ่นรองนอนก็หมด พี่เค้าเลยยกถุงนอนที่เหลือมาให้ปูนอน โห สวรรค์เลยล่ะ นุ่มดีมากๆเลย ไม่มีเวลาเสวนามากแล้วเพราะตอนนั้น ๕ โมงกว่าแล้ว ตั้งใจไว้ว่าจะไปดูพระอาทิตย์ตกบนยอดดอย แต่มองแล้วแทบไม่มีโอกาสเลยเพราะท้องฟ้าขาวโพลน แต่ว่าเสียงส่วนใหญ่บอกว่าไปเราก็โอเค ไปก็ไป ถือว่าไปสำรวจเส้นทางด้วยเพราะอีกวันเรากะจะไปซ้อมวิ่งขึ้นดอย วันนี้ไปซักรอบจะได้ดูทางหนีทีไล่ด้วย

ระหว่างทางเดินขึ้นไป ก็มีคนเดินสวนลงมาไม่น้อยเลย ใจแป้วนะ ขนาดคนที่เค้าขึ้นไปถึงแล้วเค้ายังถอดใจเลย นี่เราต้องถ่อขึ้นไปเพื่อจะผิดหวังลงมาแบบเค้ารึเปล่านะ ขบวนเคลื่อนไปได้ช้ามากๆเลยเพราะต้องคอยหลบให้คนลงๆมาก่อน มีช่วงนึงเราขี้เกียจรอเลยเปิดทางใหม่ ปรากฎว่าโหนตัวขึ้นไปแล้วเข่าฟาดก้อนหินดัง ปั้ก! เจ็บจี๊ด เจ็บแบบว่าไม่ใช่ฟกช้ำธรรมดาละ ลองแอบเปิดกางเกงดู ม่ายนะ แตกเป็นเส้นเลย มิน่ามันแสบๆ T_T แต่ ณ จุดนั้นถอยหลังกลับไม่ได้แล้ว เลยต้องกัดฟันไปต่อ พอขึ้นไปถึงก็พบกับวิวดังคาดเลยจ้า แบบเดียวกับที่เห็นจากอ่างสลุงนั่นแหละ แต่ตอนนี้เราขึ้นมาสูงจนจมเข้าไปในก้อนขาวๆที่เห็นตอนมองขึ้นมาจากข้างล่างแล้ว

เรื่องความยากลำบากในการปีนขึ้นยอดดอยหลวงเชียงดาวเราได้พรรณาไว้ในตอนที่มาครั้งแรกแล้ว ตอนนี้เลยขอข้ามไปเนาะ 😛

20161125_174753
ฉากหลังขาวเชียว แต่ยังยิ้มได้

 

ไม่รู้จะทำอะไร ถ่ายรูปกับป้ายจุดสูงสุดเช่นเคย… ป้ายนี้ไม่เหมือนคราวก่อนตอนที่เคยมา สอบถามได้ความว่าจากเหตุการณ์ที่มีคนอุตริมาแก้ผ้าถ่ายรูปบนยอดเขา เหมือนเป็นการลบหลู่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และด้วยสาเหตุอื่นๆด้วยรึเปล่าไม่แน่ใจ เค้าเลยเหมือนล้างบางทุกอย่าง เปลี่ยนใหม่หมด ด้วยประการฉะนี้ัแล…

dsc08616
ท้องฟ้าเปิดมาประมาณนาทีนึง ให้เราได้ชื่นใจ…

 

20161125_175523_richtonehdr
แสงทองลิบๆนั่นคือทองที่สุดที่เจอในคืนวันแรกแล้ว…

นั่งเล่นจนท้องฟ้าเริ่มมืด ก็ได้เวลาไต่กลับลงไป ถ้าเป็นสถานการณ์ปกติ เป็นแผลแบบนี้เราคงนั่งง่อยแล้วล่ะ แต่นี่อยู่กลางป่า น้ำจะล้างแผลยังหายากเลย เราก็ต้องอดทนไปตามระเบียบ (แค่บ่นเจ็บตลอดทาง) ทั้งเดิน ทั้งไต่ กางเกงก็เสียดสีแผล แต่กลับไม่เจ็บมากแบบที่เคยเป็น สงสัยร่างกายมันรู้มั๊งว่าถ้าเจ็บเยอะเดี๋ยวพรุ่งนี้จะเดินไม่สนุก เลยต้องเจียมเนื้อเจียมตัว น่ารักจัง 🙂

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s