เรื่องเล่าจากคนขายไอติม

วันนี้จะมาพูดถึงคนขายไอศครีมวอลล์หน้าตึกที่เราทำงานอยู่
เค้าเป็นชายชราร่างเล็ก คอยถามคนที่เดินผ่านไปผ่านมาตอนกลางวัน … “ไอติมไม๊ครับ ไอติมไม๊คร๊าบบบ…

ผู้คนมากมายเดินผ่านไปโดยไม่แม้แต่จะเหลียวมอง ไหลไปตามกระแสของผู้คนอันเร่งรีบในช่วงเวลาพักอันน้อยนิดในวันทำงานอันแสนวุ่นวาย บางคนก็หยุดซื้อไอศครีมเพื่อมากินให้ดับร้อนดับกระหาย บางคนอาจจะไม่ได้อยากกินไอศครีมจริงๆ แต่ซื้อเพราะอยากอุดหนุนชายชราผู้ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตาคนนี้

เราเองเป็นคนกลุ่มที่สาม

วันนี้เป็นครั้งที่สองแล้วที่เรายอมเดินออกนอกเส้นทางปกติเพียงเพื่อจะมาซื้อไอศครีมของคุณลุง หญิงสาวที่หยุดยืนซื้อก่อนหน้าเรายื่นแบงค์ 100 ให้ พร้อมบอกว่า ไม่ต้องทอนค่ะ คุณลุงได้ทอนเงินกลับเป็นคำอวยพร “ขอให้ถูกหวยรางวัลที่หนึ่งนะครับ” เราค่อนข้างแปลกใจเพราะครั้งก่อนหน้านี้เราก็มาต่อแถวซื้อไอศครีมต่อจากคนที่จ่ายเงินคุณลุงแล้วบอกว่าให้เก็บเงินทอนไว้เหมือนกัน

วันนี้เราซื้อไอศครีมรสเผือกที่อยากกินมาหลายวัน คุ้นๆว่าถ้าซื้อจาก 7-11 จะราคา 12 หรือ 15 บาท ไม่แน่ใจ แต่คุณลุงขาย 18 บาทและเราเต็มใจจ่าย

เราจ่ายเงินด้วยแบงค์ 100 เหมือนคนก่อนหน้า แต่รอรับเงินทอนเต็มจำนวน… คุณลุงจะหาว่าเรางกไหมนะ… เราคิดในใจ

ระหว่างรอเค้าหยิบเงินทอนเราก็ชวนคุย…

ขายดีจังเลยนะคะ ปกติขายไอติมถึงกี่โมงเหรอ
คุณลุงตอบว่า พอบ่ายกว่าๆคนเริ่มน้อยลงเค้าก็จะเข็นรถขายไปที่อื่นแล้ว ไปพระโขนงน่ะ โอ้แม่เจ้า แข็งแรงมากๆเลยค่ะ
คุณลุงยิ้มด้วยความภูมิใจ ปีนี้ผมอายุ 102 ปีแล้วนะ… โอ้แม่เจ้า (รอบ2) แข็งแรงมากจริงๆค่ะ
คุณปู่ (เลื่อนขั้นจากคุณลุงละ อายุเกินร้อยคงเป็นคุณลุงไม่ไหว) เล่าต่อ ไม่แค่นี้นะ ตอนเช้าผมมาจากพระราม 3 ด้วย ตื่นตี 5 เข็นไอติมมาขายถึงนี่ เป็นยังไงล่ะ … เรานี่ตกใจแล้วตกใจอีกจนไม่ตกใจละ ฮ่าๆ

ทำไงได้ล่ะ ผมมีชีวิตอีก 8 ชีวิตให้หาเลี้ยงนี่นา
คุณปู่เล่าว่าต้องเลี้ยงดูลูกๆ ลูกสะใภ้ (รวมถึงแม่ของลูกสะใภ้ – -) และหลานๆที่กำลังอยู่ในวัยเรียน และเรียนหนังสือเก่งเชียวล่ะ (ตอนเค้าเล่านะ ยิ้มใหญ่เลย)
บางครั้งลูกสาวคุณปู่มีเงินไม่พอใช้ ก็ต้องหยิบยืมคุณปู่ ซึ่งคุณปู่ภูมิใจมากๆที่ตัวเองสามารถเป็นที่พึ่งพาให้กับครอบครัวได้

ตอนฟังคุณปู่เล่าแรกๆเราก็คิดนะว่า เห้ย อายุเท่านี้แล้วควรจะอยู่บ้านสบายๆให้ลูกหลานเลี้ยงมากกว่าจะมาตรากตรำทำงานหนักทุกวันแบบนี้นะ ทำไมลูกหลานเค้าไม่ดูแล บลาๆๆๆๆ แต่พอได้ฟังเรื่องราวจนจบ พร้อมทั้งเป็นรอยยิ้มที่มีความสุขและแววตาอันแสนภาคภูมิใจของคุณปู่แล้ว เราก็คิดได้ว่า “ความสุขของแต่ละคนไม่เหมือนกัน เราไม่ควรไปตัดสินชีวิตของใครจากเรื่องราวที่เราได้รับรู้เพียงส่วนหนึ่ง สิ่งที่เราได้ก็เพียงแต่ยินดีกับสิ่งดีๆที่ได้พบเจอ และช่วยเหลือเท่าที่ทำได้โดยตัวเราไม่เดือดร้อน เพียงเท่านี้ทุกคนก็จะมีความสุขแล้ว

ตัวเราเองอาจคิดว่าการไม่ต้องทำงานคือความสุข แต่ความสุขของคุณปู่กลับแตกต่างออกไป คุณปู่มีความสุขที่ตัวเองยังมีคุณค่า ทั้งต่อตัวเองและต่อลูกหลาน มีความสุขแม้จะเหน็ดเหนื่อย แต่ความสุขก็คือความสุข

อย่าไปตัดสินความสุขของใคร จากมุมมองความสุขของเรา…

เนาะ ^^

ป.ล. คุณปู่อวยพรขอให้เราถูกหวยเหมือนกันแม้ว่าเราจะไม่ได้ให้ทิปคุณปู่ แปลว่าคุณปู่คงไม่ว่าเรางกจริงๆด้วยล่ะ

ป.ล.2 เราไม่เคยซื้อหวย น่าเสียดายจังที่คำอวยพรนั้นจะไม่เป็นจริง ขอเปลี่ยนเป็นขอให้หนูได้ไปเที่ยวบ่อยๆแล้วกันนะคะ ^^

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s