Keep Walking

เมื่อประมาณสัปดาห์เศษที่ผ่านมา บริษัทได้มีกิจกรรมหนึ่งขึ้นมาเพื่อให้พนักงานได้ร่วมสนุกกัน ตั้งชื่อว่า TheThomsonReutersTrekChallenge ตอนแรกอ่านแล้วก็ตื่นเต้นว่าให้ไปแข่งกันเดินป่าเหรอ แต่จริงๆไม่ใช่ มันคือการแข่งกันว่าใคร(กลุ่มไหน)จะเดินเป็นจำนวนก้าวได้มากที่สุดภายในระยะเวลาที่กำหนด 75 วัน ผ่านไปวันแรกคะแนนกลุ่มเราดูดีมากเลยนะ มีได้ขึ้นไปอยู่ที่อันดับ 20 อยู่พักนึง ก่อนจะถูกทีมขาแรงค่อยๆแซงมา กลุ่มเราก็ตกอันดับมาเรื่อยๆ ล่าสุดน่าจะเกือบหลุด Top 1000 แล้ว จนเริ่มปลงแล้วว่าอันดับคงจะรูดไปเรื่อยๆ เริ่มไม่ค่อยหนุกละ

แคปหลักฐานไว้ได้ทันเวลาพอดี

จนมาเย็นเมื่อวานหลังเลิกงาน จำนวนก้าวของเราอยู่ที่ 4000 เศษ ถ้านั่งรถกลับบ้านตามปกติเราก็คงจะเพิ่มก้าวได้อีกไม่มาก เต็มที่สุดๆก็คงจบวันที่ 7000 ก้าวเท่านั้น รู้สึกเฟลมาก สัปดาห์ที่ผ่านมาก็มีหลุดไปกินของหวานของมันซะหลายมื้อ ทำงานก็เครียด พอจะออกกำลังกายก็ทำได้ไม่เยอะเท่าที่ควร รู้สึกผิดหวังและอึดอัดไปหมด ก็เลยคิดว่างั้นวันนี้เดินไปขึ้นรถตรงถนนสาทรละกัน ได้เดินเพิ่มขึ้นประมาณ 1 ป้ายรถเมล์ก็ยังดี

พอได้เดินจริงๆแล้วมันสนุกแฮะ เหมือนมันผ่อนคลายความกังวลที่มีมาตลอดหลายวันที่ผ่านมา สนุกดีถึงแม้จะไม่ค่อยสดชื่นเท่าที่ควรเพราะควันรถเต็มไปหมด เดินไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ ถึงถนนสาทร รู้สึกเริ่มร้อน เหงื่อออก จนต้องมัดผมเพราะรู้สึกอึดอัดแล้ว พอมัดผมเสร็จก็เหมือนว่าเราพร้อมจะลุยต่อแล้ว โชคดีด้วยที่เย็นวันศุกร์กลางเดือนที่อากาศครึ้มๆเหมือนฝนจะตกนี้กลับมีจำนวนรถบนท้องถนนน้อยกว่าที่เราคาดไว้ น้อยกว่าทุกวันในสัปดาห์ที่ผ่านมาด้วยซ้ำ ก็เลยเปลี่ยนเป้าหมายใหม่ เดินไปถึงตลาดสวนพลูละกัน จะได้ดูร้านขายของที่เคยเล็งไว้หลายครั้งตอนนั่งรถเมล์ผ่าน คราวนี้โอกาสดีแล้ว 🙂 และก็ว่าจะไปหาซื้ออาหารเย็นกลับบ้านด้วยเพราะตอนกลางวันฝนตกเลยไม่ได้ไปซื้อสลัดม้วนเจ้าประจำที่ตึกอับดุล…

ยิ่งเดินก็ยิ่งสนุกนะ พอเห็นจำนวนก้าวบนหน้าปัด pedometer ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วแล้วก็ยิ่งมีกำลังใจเดินมากขึ้น พอเลี้ยวเข้าสาทรซอย 2 (สวนพลู) ได้ซักพัก เจอคู่รักชาวตะวันตกกับเด็กน้อย 2 คน น่ารักดี คนพี่ขี่คอคนพ่อ ส่วนแม่ก็สะพายเป้แบกเจ้าน้องตัวจิ๋ว เราเดินตามซักพักแล้วพวกเขาก็หยุดดูสิ่งสักการะที่ศาลอะไรซักอย่าง น่าจะเป็นต้นไทร มีคนมาถวายชุดไทยโบราณเพียบ เราเลยเดินแซงขึ้นมา ผลัดกันนำผลัดกันตามกับพี่ผู้ชายคนนึงที่แบกถังใบใหญ่ ตอนเดินผ่านได้กลิ่นตัวเล็กน้อยไม่รู้ว่าเขาเป็นคนไร้บ้านรึเปล่า เราก็กลัวนิดหน่อยเลยเร่งฝีเท้า แต่พอได้ยินเสียงหมาเห่าเป็นชุดเลยยอมเดินช้าลง เพราะไม่รู้เจ้าถิ่นจะโผล่มาเมื่อไหร่ ถ้าจ้ำอ้าวมั่วซั่วอาจซวยได้

พอใกล้ถึงตลาดสวนพลูก็ข้ามถนนเพื่อไปดูว่ามีอะไรกินมาก อาหารที่เจอไม่มีอะไรที่เราหมายปองเลย มีแต่ของผัดๆทอดๆมันๆทั้งนั้น ขอผ่านค่ะ… เดินไปเรื่อยๆจนถึงร้านที่หมายปอง กะว่าถ้ามีกระดานชอล์คขายถูกๆจะซื้อมาเป็นอุปกรณ์ประกอบการถ่ายภาพสต็อกซักหน่อย แต่ก็เหมือนจะไม่มี ไม่เป็นไรถือว่าแวะมาตากแอร์ละกัน พอหายเหนื่อยแล้วก็ออกจากร้านแล้วข้ามถนนกลับไปทางฝั่งซ้าย เดินไปเรื่อยๆรถเมล์ฟรีผ่านไป 3 คัน คันที่ 3 มาตอนเราถึงป้ายพอดี แล้วเราก็เดินผ่านป้ายรถเมล์ไม่ขึ้นรถเมล์ฟรี แล้วก็งงตัวเองว่าทำไมไม่ขึ้น อยากเดินให้เหนื่อยมากกว่าขึ้นรถไปลงหน้าปากซอยบ้านเลยหรือไงนะ เลยเดินกลับไปตรงป้ายรถเมล์ เจอคุณพี่ถือถังมานั่งอยู่ตรงป้าย แถมนั่งหลับก้มหัวด้วย เราก็ไม่รู้เค้านั่งรอรถหรือนั่งเฉยๆ เลยไม่กล้าปลุก ยืนรออยู่ตรงป้ายรถเมล์ได้ประมาณ 1 นาทีก็คิดว่าการที่เรายืนอยู่เฉยๆมันเสียโอกาสที่จะได้ออกกำลังกายนะ ไหนๆพรุ่งนี้ก็ไม่ต้องทำงานแล้วเราก็เดินต่อเลยละกัน พอเดินไปได้นิดเดียวรถฟรีคันที่ 4 ก็แล่นผ่านไป เออดี ดีจริงๆ!!

คราวนี้เดินแบบไม่มีจุดหมายแล้ว เอาไงดีฟระ ทางมันเริ่มจะมืดเริ่มจะเปลี่ยว แถมเจอหมาเห่าอีกละ เห็นตัวด้วยคราวนี้ เลยแกล้งเดินย้อนกลับให้หมามันตายใจ แล้วก็ข้ามถนนไปฝั่งตรงข้ามกับหมา พอเดินไปถึงตรงที่เห็นหมารอบแรกคราวนี้หมาหายไปละ -*- เราก็จ้ำเลยทีนี้ แถวหน้ารร.เอี่ยมละออ ไปจนถึงเทคนิคกรุงเทพฯ มืดมาก เลือกฝั่งจะเดินไม่ถูก โจนก็กลัว หมาก็กลัว มาข้ามถนนกลับตรงแถวๆหน้าเทคนิค ป้ายรถเมล์ก็มืดอยู่ดีเลยเดินต่อ เจอคนเดินสวนมาแต่ละคนนี่ก็หลอนจะนึกว่าเค้าเป็นโจรไปซะหมด จนกระทั่งผ่านกองพันทหารสื่อสารรักษาพระองค์ค่อยใจชื้นขึ้นมาหน่อย แต่ว่าจะติดตั้งไฟหน้าค่ายทหารให้มันสว่างกว่านี้หน่อยก็คงจะดีมากเลย เห้อ เดินไปเรื่อยๆจนถึงนางลิ้นจี่ ร้านอาหารเยอะแยะเลย แต่ไม่มีแนวที่เราจะกินอีกเช่นกัน เริ่มเมื่อยละ หิวด้วย ก็ได้แต่เดินๆๆต่อไปจนถึงตลาดเปิดใหม่ที่ยังไม่เคยเดิน สุดท้ายไปจบที่ยำมาม่า เฮลตี้ไหมล่ะ ฮ่าๆ

พอได้เสบียงมื้อเย็นเรียบร้อยเราก็ยอมแพ้สำหรับการเดินในวันนี้ละ เกินหนึ่งหมื่นก้าวละ แฮปปี้ ^^ ตอนยืนรอยำก็มีรถเมล์ผ่านไปนะ แต่พอเราไปรอรถเมล์นี่รอนานมาก รถไม่มา ควันพิษก็เยอะ ร้อนด้วย ไปยืนหน้า 7-11 เพื่อตากแอร์เหมือนหมา แต่ไม่กล้าไปใกล้มากเดี๋ยวหมามาเก็บค่าลิขสิทธิ์ พอยืนห่างไปก็ร้อนอีก เวรกรรมจริงๆ แต่สุดท้ายรถ 67 ฟรีก็มา เห้อ รอดตายยยยยยย

มาถึงซอยบ้าน ขานี่ใกล้พังแล้วแต่ยังไม่ยอมนั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างนะ จะเดินแล้วต้องเดินให้สุด เลยเดินเข้าซอยบ้านไป เก็บระยะได้อีกประมาณ 500 เมตรก็ยังดี ระหว่างทางมีแวะซื้อน้ำเต้าหู้ด้วย จบวันด้วยความเฮลตี้และได้บริหารร่างกาย ชีวิตดี๊ดีเนาะ แถมมาม่าก็ยังไม่อืดด้วย เย้เย

20160819_205021

ป.ล.ถ้าหายจากการง่อยเปลี้ยเสียขาเมื่อไหร่อยากจะ city run เส้นทางนี้กลับบ้านจังเลย แต่ต้องหาวิธีเอาตัวรอดจากหมาให้ได้ก่อน น่ากลัวเหลือเกิน -*-

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s