Again…

จากวันที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นจนถึงวันนี้ก็ล่วงเลยมากว่า 10 วันแล้ว ตอนแรกอยากจะเขียนบันทึกความรู้สึกตอนนั้นเอาไว้ แต่นึกไปนึกมาเราว่ารอให้เวลาผ่านไปซักพักก่อนดีกว่า ให้อารมณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นความตกใจ เสียใจ ผิดหวัง หรือแม้แต่จะเป็นความเกลียดชัง ให้มันตกผลึกลงไปเสียก่อน แล้วหลังจากนั้นถ้ายังมีความรู้สึกอะไรหลงเหลืออยู่ก็คงจะเป็นแบบนั้นจริงๆ ไม่ใช่อารมณ์ชั่ววูบ

เราว่าเราอกหักอีกแล้วล่ะ…

เรื่องมันมีอยู่ว่า มีนักฟุตบอลไทยคนนึงที่เรารักและเอ็นดูมากๆ ถึงกับเอ่ยปากบอกใครๆว่าเค้าเป็นน้องชายเรา คือเรารู้สึกแบบนั้นจริงๆ คือมันก็เก่งแหละ เห็นมาตั้งแต่เป็นนักเตะเกเร จนค่อยๆโตขึ้น ความสามารถมากขึ้นไปพร้อมๆกับวุฒิภาวะทางอารมณ์ที่มากขึ้นไปด้วย กราฟเส้นทางชีวิตของอาชีพนักบอลค่อยๆพุ่งขึ้นสูงเรื่อยๆ ประสบความสำเร็จมากมายทั้งในนามทีมชาติและสโมสร ทีมชาติก็ได้เป็นถึงกัปตันและนำทีมคว้าแชมป์ในนามทีมชาติชุด U23 พร้อมทั้งเป็นกัปตันทีมชาติชุดใหญ่ ได้เข้ารอบ 12 ทีมสุดท้ายของการคัดเลือกโซนเอเชียเพื่อไปบอลโลก ส่วนคว้าแชมป์กับสโมสรมาได้สิบกว่าใบ ในช่วงเวลาแค่ 6 ปีกว่า จนถึงกับได้รับการขนานนามว่าเป็นแบ็คซ้ายของเอเชียเชียว อีกไม่นานต้องได้ขึ้นแท่นเป็นตำนานของสโมสรแน่ๆ

อนาคตสดใสมากและทำท่าว่าจะไปได้ไกลอีกมากเลยด้วย

ประมาณเดือนนึงก่อนหน้านี้ก็มีข่าวว่าจะย้ายทีมไปลีคแถวเอเชียตะวันออก ผู้คนก็คาดเดาไปต่างๆนานาว่าจะย้ายไปไหน เราก็ตกใจเล็กน้อยนะ เพราะลุงเจ้าของสโมสรเคยบอกไว้ว่านักเตะคนนี้ไม่ได้มีไว้ขาย แต่ตกใจไม่มากก็เพราะว่าฤดูกาลนี้ทีมมีปัญหามากมายเหลือเกิน เรื่องเงินนี่ตัดทิ้งไปได้เลย ปัญหาหลักน่าจะเป็นเรื่องฟอร์มโดยรวมของทีมด้วย คือขายคนเก่งไปแต่คนที่มาแทนไม่สามารถเทียบฝีมือได้ หรืออาจจะได้แต่ต้องดูกันยาวๆ ส่วนนักเตะตัวความหวังก็ดันมาบาดเจ็บ ในบอลถ้วยเอเชียนี่โดนยำมาเละเทะ แล้วผู้บริหารทีมก็วางตัวไม่ค่อยดี มาวิจารณ์นักเตะออกสื่อสาธารณะ และไอ้อดีตน้องชายเราคนนี้ก็เป็นหนึ่งในนั้น

เสียใจ เศร้าใจ เห็นใจ เข้าใจ และทำใจได้ถ้ามันจะเป็นจุด trigger ที่ทำให้ไม่สามารถอยู่ร่วมทีมกันได้ เพราะที่มันโดนมาก็หนักไม่ใช่เล่นอยู่

แต่พอ 11 วันที่แล้ว สโมสรประกาศออกมาว่าจะปล่อยตัวนักเตะคนนี้ไปให้ทีมคู่แข่งอันดับ 1 ตลอดกาล บอกเลยว่าช็อคมาก…ถึงมากที่สุด คือจะเป็นทีมไหนก็ได้ในโลกนี้แ่ทำไมต้องเป็นทีมนี้ด้วย ทีมที่เราเกลียดมากและเชื่อว่าแฟนบอลทีมเราก็ไม่มีใครรักใคร่ห่วงใยแม้เพียงกระผีกริ้น

ตอนนั้นอ่านแถลงการณ์วนอยู่หลายรอบ ซ้ำไป ซ้ำมา ไม่เชื่อสายตาตัวเอง จนกระทั่งแน่ใจแล้วว่าไม่ได้เข้าใจผิด ใจมันเต้นแรง มือชา หัวสมองเบลอ (ยังกับตอนรู้ว่าแฟนเก่ามันคบกับนังคนที่ทำให้เราต้องเลิกกับมันนั่นแหละ ฮ่าๆ) มันช็อค มันชา อยากจะร้องไห้แต่ก็ไม่ร้อง เพราะรู้สึกว่าคนๆนั้นไม่ได้มีค่ากับเราขนาดนั้นอีกแล้ว เค้าตัดสินใจอะไรไปแบบไม่คิดถึงจิตใจของ supporter ที่อยู่ข้างหลังบ้างเลยเหรอ

เข้าใจว่าเค้าโดนมาเยอะ จะไปก็ไปทีมไหนก็ได้บนโลกนี้ แต่ไม่เอาทีมนี้ไม่ได้เหรอ… รู้สึกเหมือนโดนหักหลังอะ

สิ่งที่สัมภาษณ์ว่าจะไปหาความท้าทายใหม่ๆ เราว่าฟังไม่ขึ้นเลยอะ เราก็ไม่รู้เหตุผลจริงๆหรอกนะ เชื่อว่าคงมีเบื้องลึกเบื้องหลังอีกมากที่แฟนบอลธรรมดาๆยังไม่รู้ และเราก็ไม่อยากจะรู้แล้ว เหตุผลเดียวที่ทำให้เข้าใจได้ในคำๆเดียวก็คือ  “วิถีของฟุตบอล ” …

เกลียดคำนี้จริงๆเลยให้ตายเถอะ!!

DSC06473

ถึงจะเกลียดคำๆนี้ยังไง ก็คงต้องยอมรับและชีวิตก็ยังต้องก้าวเดินต่อไป แต่จะให้ตามไปเชียร์คงทำใจไม่ได้ และสำหรับทีมเก่าที่ไม่มีคนๆนี้มันก็คงไม่เหมือนเดิมแล้ว ทุกอย่างพังทลาย (สำหรับเรานะ แต่แฟนบอลคนอื่นก็คงมีการตัดสินใจที่ต่างออกไป) เชียร์บอลไทยแล้วทุกอย่างมันดูใกล้ตัว มันดูผูกพันไปหมด เวลาเจ็บก็เลยเจ็บหนัก สงสัยได้หนีกลับไปดูบอลนอกแบบเดิม    😥

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s