Once upon a time on Mount Kinabalu #5# ฟ้าหลังฝนย่อมสดใสเสมอ?

เราประคองร่างกายที่อ่อนล้าไปเรื่อยๆจนเจอกับพี่อั้มที่เดิน slow life อยู่เหมือนกัน เลยไปขอแบ่งน้ำมาต่อชีวิตไปได้ แล้วเราก็เดิน slow life ไปด้วยกัน ^^

20160228_145732
ตอนนั้นมีฝรั่งกลุ่มนึงเดินตามหลังมา ดูแต่ละคนตัวใหญ่ๆอายุเยอะๆทั้งนั้นเลย ดูแล้วท่าทางน่าจะใกล้หมดพลังชีวิตพอๆกับเรา (แต่จริงๆแล้วไม่เลย) พอเราพักแล้วหลบให้เค้าแซง เค้าก็บอกไม่เป็นไร รักษาระยะแบบนี้มาซักพัก จนเราพักบ่อยมาก สุดท้ายฝรั่งกลุ่มนั้นก็ยอมแซงเราไป และเราก็ไม่เจอเค้าอีกเลย ม่ายยยยยยย ทำไมไม่รอเอ๋เลยยยยยย

มีคนอีกกลุ่มสองกลุ่มที่ดูท่าอ่อนระโหยโรยแรงได้แซงเราไปแล้วหายลับไปเช่นกัน ตอนนั้นเวลา 3 โมงกว่าแล้ว ออกมาจาก station 5km มานานแล้ว ทำไมยังไม่เจอป้าย 5.5 อีกฟระ เราต้องไปถึงจุด 6km ก่อน 4 โมงเย็น เวลาก็เดินไปเรื่อยๆ ขาเราก็เดินไปเรื่อยๆ ตอนนี้ยังไม่ถึงครึ่งทางซักที ท้อแท้มาก แต่ก็ยังมีแรงมาบ่นๆๆๆตลอดทางนะ ต้องขอบคุณพี่อั้มมา ณ ที่นี้ ที่ไม่ถีบน้องตกเขาเพราะความรำคาญซะก่อน (หรือว่าพี่เค้าอยากถีบแต่ขาไม่มีแรงหว่า 😛 ) จำได้ว่าคำพูดที่พีคที่สุดของเราคือ “เราทำผิดอะไรเหรอ พระเจ้าถึงได้ลงโทษขนาดนี้” เหมือนว่าพี่อั้มฟังแล้วหัวเราะเลย เราก็ไม่รู้ว่าหลุดคำนี้ออกมาได้ยังไง คือมันท้อแท้หมดสิ้นทุกอย่างแล้วจริงๆ (_-_)

เดินๆไปซักพักก็เจอคนตามมาอีกละ เราก็หาที่หลบให้เค้าแซงไปอย่างเคย ปรากฎว่าคนนี้ไม่แซงแฮะ ดูดีๆอ้าวไกด์ของกลุ่มเรานี่เอง (เค้าไม่ได้เดินมากับเราตลอด เพราะว่าเค้าเดินเร็วเค้าจะรอซักพักค่อยจ้ำๆๆๆตามมาจนทัน) รอนนี่แบกกระเป๋าหลายใบเต็มหลัง แล้วยังต้องมาเดินชิลๆตามเจ๊สองคนที่ใกล้หมดแรงเต็มทีแล้วได้ ฟิตสุดๆ เราถามเค้าว่าต้องเดินกันไปอีกไกลไหม เค้าตอบว่าประมาณร้อยเมตร เราก็บอกว่าเห้ยมันยังไม่ถึงจุด 5.5 เลยนี่นา รอนนี่บอกว่าป้ายมันเสียไป จาก 5km แล้วอีกทีก็ 6km เลย แม่ง #%$*$&^*%^%#%$!@$&(%@ โห่ย ตรูก็เครียดมาตั้งนานว่าเดินแทบตายทำไมยังไม่ถึง 500 เมตรซักที ที่แท้ใกล้แล้ว ทีนี้ก็ฮึดเดินใหญ่เลย พอมาถึงข้างบนก็อากาศเย็นๆกับดอกไม้สวยงาม…. แต่ไหนล่ะบ้านของเรา ไม่มี!! แถมแก๊งที่ล่วงหน้ากันมาก็หายไปไหนแล้วไม่รู้ แปลว่าเรายังต้องเดินไปต่อน่ะสิ เห้ออออ

20160228_153901

เดินต่อไปจนถึงจุดที่รอนนี่ชี้ให้ดูว่า นี่คือ Laban Rata นะ เราจะมากินข้าวกับที่นี่ แต่ว่าจะไปพักกันที่ Pendant Hut ที่อยู่ข้างหลังนู่น (เดินขึ้นไปอย่างไกลอย่างสูงเลย เห้อ) เรากด stop ขี้มูกตรงนั้น เวลาบ่าย 3.45 ใช้เวลาตั้งแต่เริ่มออกเดินทางมา 6 ชั่วโมงเป๊ะ Altitude 1886 -> 3262 เมตร จับระยะได้ 5.43km กับเวลา 4:14’42 (จริงๆเยอะกว่านี้นะแต่เรา disable auto pause mode ไว้ บางทีกดหยุดเองแล้วลืมกด resume ระยะเลยหาย เซ็ง)

ยืนพักเหนื่อยได้แปบนึงก็ต้องรีบไปเข้าที่พัก โหยคิดว่าถึงแล้วจะสบายแล้ว ไม่เลยเราต้องถ่อสังขารไปอีกไกลเลยกว่าจะถึง แถมชันอีกต่างหาก โฮ่ยยยยย

เอาจริงๆเราว่า Pendant Hut ดูเหมือนบ้านอะ ไม่เหมือนบังกะโลหรือโรงแรมไรงี้เลยนะ ต้องเปลี่ยนรองเท้า ตากเสื้อกันฝนก่อนเดินเข้าตัวบ้าน พอเข้าไปก็เจอ counter reception ก็ไปลงชื่อว่ามาทันเวลาแล้วนะ แล้วข้างๆ counter ก็เป็นครัวเลย น้ำร้อนน้ำเย็นมีให้เติมได้เต็มที่ แก๊งเราทั้งหมดนอนรวมกันห้องเดียว เป็นเตียง 2 ชั้น 4 เตียง ก็เข้าไปเลือกที่นอนแล้วจะไปเข้าห้องน้ำ พอเห็นทางไปห้องน้ำแล้วแทบทรุด คือด้วยความที่บ้านมันตั้งอยู่บนเขา ไม่ได้มีการปรับพื้น เค้าแค่สร้างบ้านให้กระทบธรรมชาติน้อยที่สุด ห้องน้ำมันเลยอารมณ์ประมาณชั้นใต้ดิน เราก็ปุเลงๆลงไปตามบันได กว่าจะไต่ลงไปได้ใช้เวลาพอสมควรเลย ในห้องน้ำมีหินก้อนใหญ่มากตั้งอยู่ น่าจะเป็นส่วนหนึ่งของภูเขานั่นแหละ ใกล้ชิดธรรมชาติสุดๆ มีอ่างล้างมือเยอะมากประมาณ 6 อ่างมั๊ง ห้องอาบน้ำ 2 ห้อง (ที่ปิดล็อกไปห้องนึงใช้ได้ห้องเดียว) มีเครื่องทำน้ำอุ่น (ที่ร้อนมากเพราะปรับระดับไม่ได้ มีแค่ปิดกับเปิด) และห้องส้วม 2 ห้อง มีทิชชู่และสายชำระด้วย ดีจริงเชียว เอ๋ปลื้ม 🙂

กระเป๋าของเรายังเดินทางขึ้นมาไม่ถึงเลยเพราะว่าแก๊งเรามีลูกหาบ 2 คนใช่มะ รอนนี่เดินขึ้นมากับเรา แต่วิลสัน (ที่แบกกระเป๋าเรา) ยังขึ้นมาไม่ถึง พอดีมีพี่อีกคนเค้าเดินช้ากว่าเรา วิลสันเลยเดินเป็นเพื่อนปิดท้าย ระหว่างรอเพื่อจะไปพัง brief via Ferrata ตอน 5 โมงเย็น (รีบมาเซ็นชื่อแทบตาย แต่ว่ากว่าจะเริ่มนี่นานเชียว) ทุกคนก็แยกย้ายกันไปก่อนจะมารวมตัวกันเมื่อถึงเวลา เราเลยเดินออกไปตรงห้องโถง (ก็บริเวณเดียวกับห้องครัวที่ให้กดน้ำนั่นแล) โห วิวสวยขนาดนี้เลยเหรอ แดดออก ฝนไม่ตกแล้ว ถ้าเอาจริงๆคือเหมือนว่าทั้งวันตรงนี้ไม่มีฝนตกเลยต่างหาก เหมือนอยู่คนละโลกกันกับทางที่เราเดินขึ้นมาเลย

DSC07546_

แต่ทำไมคนอื่นไปมุงดูหน้าต่างอีกบานกันนะ เราเลยไปเล็งด้วย โห คือมองขึ้นไปเป็นภูเขาสูงมากกกกกกกกกกก (เราเข้าใจว่าเป็นยอดเขาด้วย แต่จริงๆคือจากบ้านเราจะมองไม่เห็นยอดเพราะมันจะเลยขึ้นไปอีก โอ้ ม่ายยยยยย

20160228_171554

พอได้เวลา ก็มีคนมาอธิบายกฎและสิ่งต่างๆที่ต้องทำหลังจากนี้ ตอนแรกเค้าแจกแจงลำดับเวลาก่อน ว่าอาหารมื้อเย็นวันนี้รอเราอยู่ที่ Laban Rata และวันพรุ่งนี้ (คืนนี้) จะมีอาหารให้ตอนตี 1 ครึ่ง เราจะเริ่มเทรคกันตอนตี 2 ครึ่ง เพื่อไปให้ถึงยอดเขาในตอนเช้า ระหว่างทางไปถึงยอดเขาจะมีจุด check point ครั้งสุดท้าย โดยเราต้องนำ tag ติดตัวไปด้วย และใครที่ต้องการมาเล่น via Ferrata ต้องกลับลงมาตรงจุด check point ให้ทันตอน 7.30 แต่ละคนจะใช้เวลาในการเล่นไม่เท่ากัน ประมาณ 1-2 ชั่วโมง เสร็จแล้วกลับมาที่บ้านพักและต้อง check out ก่อน 11.30 โอ้แม่เจ้า เวลากระชั้นชิดสุดๆ จากนั้นเค้าก็อธิบายเส้นทางเดินของค่ำคืนนี้ ว่าต้องไต่ๆๆๆขึ้นไปทางไหน เราจะอ้อมทางขวาเล็กน้อยก่อนวนกลับเข้าเส้นซ้ายและขึ้นไปสู่ยอดเขา เค้าก็พูดชื่อยอดแต่ละยอดแต่เราจำไม่ได้ สนใจแต่ Low’s Peak 4095m อย่างเดียวเท่านั้น หุหุ

เส้นทางที่เราใช้มันดูอ้อมๆนิดนึง นี่เป็นเส้นทางที่เพิ่งเปิดใหม่เมื่อ ธ.ค. ปีที่แล้ว เพราะเส้นเก่าเสียหายไปจากเหตุแผ่นดินไหว เราก็ยังนึกภาพไม่ออกว่าเสียหายยังไง แต่พรุ่งนี้แล้วที่เราจะได้ไปดูให้เห็นกับตาเลยล่ะ *_*

จากนั้นก็พูดเรื่อง Via Ferrata ว่าที่นี่เป็น the world’s highest Via Ferrata เลยนะ มีเส้นทางไหนบ้างแล้วเราจะได้เล่นอันไหน จากนั้นก็สาธิตการใช้อุปกรณ์ safety และให้พวกเราได้ลองใช้จริงๆ


1-21

1-20-5

จบแล้วก็แยกย้ายกันพักผ่อนตามอัธยาศัย เห็นพี่ออยบอกจะชิงอาบน้ำก่อนจะได้ไม่ต้องแย่งกันอาบหลังกินข้าว ตอนแรกเราไม่รู้ว่ามันมีกี่ห้องก็ว่าจะอาบด้วย แต่พอรู้ว่ามันใช้งานได้ห้องเดียวก็ตัดสินใจได้ทันทีว่า พึ่งทิชชูเปียกเอาก็ได้วะ อาบไปพรุ่งนี้ก็เน่าใหม่อยู่ดีเนาะ ตอนนี้ก็ไปถ่ายรูปเล่นกันดีกว่า เสร็จแล้วก็จะได้ไปกินข้าวต่อ เย้เย (เห็นว่าพี่หนุ่ยขึ้นมาถึงแล้วและไปกินข้าวเลยไม่แวะเข้าบ้านเลย (น่าอิจมาก)

ตัดสินใจได้แล้วก็หยิบเสื้อกันหนาวและถุงมือ สะพายกล้องแล้วออกไปถ่ายรูปเล่นดีกว่า วิวข้างนอกต้องสวยมากๆแน่ๆ… แล้วก็คิดไม่ผิดจริงๆ แค่เดินออกมานอกบ้านก็เจอวิวอลังการแบบนี้แล้ว ตรงขวามือคือ Laban Rata ที่เราต้องลงไปกินข้าวเย็นกัน ไม่อยากจะนึกเลยว่าขากลับขึ้นมาจะทรมานขนาดไหน 😥

DSC07547_

DSC07550_

ค่อยๆเดินกระดึ๊บๆลงมา เดินเท่าไหร่ก็ไม่ถึงซักทีเพราะหยุดถ่ายรูปบ่อยมาก 😛

1-22

อันนี้เป็นเส้นทางที่เราต้องเดินผ่านวันพรุ่งนี้ สูงมาก ถ่ายรูปเก็บไว้หน่อย


1-23

DSC07544_

จริงๆตอนนั้นก็หิวแล้ว แต่พี่ๆบอกว่าจะไปถ่ายรูปเล่นก็เลยตามๆกันไป ตรงลานนั้นเราจะเห็นหมู่มวลเมฆลอยอยู่ตรงหน้าแบบว่ากระโจนลงไปว่ายได้เลยล่ะ (แต่ว่ากลับขึ้นมาไม่ได้แล้วนะ ลงแล้วลงเลย) มองกลับขึ้นไปก็จะเห็น Laban Rata และ Pendant Hut ของชาวเรา เออเจอคนมาเลย์คนนั้นที่ไปเซลฟี่กันหน้าห้องน้ำด้วย เค้าบอกจะเดินไปดูพรรณไม้อะไรซักอย่าง แต่ช่างเหอะเอ๋จะมาดูเมฆไม่ดูต้นไม้ ฮ่าๆ

DSC07556_

มีคนมีแก่ใจมาเล่นวอลเลย์บอลกันด้วย ไม่เหนื่อยไม่เมื่อยกันเหรอไงนะ

1-24

หันกลับไปจะถ่ายหมู่มวลเมฆซักหน่อย อ้าวลมพัดมาหมอกฟุ้งไม่เห็น layer เมฆอันสวยงามแล้ว อากาศเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาจริงๆ

พระอาทิตย์เคลื่อนลงต่ำหลบเข้าไปในเมฆ อากาศดีๆ กับวิวที่สวยงาม ใครๆก็อยากจะเก็บความทรงจำนี้ไว้เนาะ

DSC07559_

ถ่ายภาพกันจนหนำใจแล้ว ก็ได้เวลาอาหารเย็นซักที วิวห้องอาหารนี่มันขั้นเทพมากๆ สวยกว่าห้องอาหารทุกที่ๆเราเคยไปมาตลอดชีวิต ตอนอยู่ข้างล่างนึกว่าพระอาทิตย์อัสดงไปแล้วแต่มันกลับเปลี่ยนใจออกมาเยี่ยมเยียนเราเสียนี่ สงสัยอยากให้เราเห็นวิวงามๆล่ะมั๊ง ^^ ถ้าเป็นเด็กๆคงอยากจะสงสัยว่าเทวดานางฟ้าบนสวรรค์น่าจะเห็นวิวแบบนี้ทุกวัน แต่ว่าบนฟ้ามีแต่ชั้นบรรยากาศ คงจะไม่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ ถ้าอยากเห็นวิวแบบนั้นไม่ต้องทำความดีแล้วรอให้ตายลงถึงได้ไปเห็นหรอก แค่มีปัญญาถ่อสังขารมาถึง Laban Rata ก็ได้เห็นแล้วล่ะ

1-26

1-27

คือหิวโซมาก กินแบบกินเท่าไหร่ก็ไม่อิ่ม ฮ่าๆ (ดูรูปก็น่าจะบอกได้ทุกอย่าง กินจนหน้าเบี้ยว) แล้วพระอาทิตย์ก็ค่อยๆลาลับขอบฟ้าไปจริงๆแล้วทีนี้ ทุกคนก็รีบจัดการกับอาหารตรงหน้าเพื่อจะออกไปเก็บแสงสุดท้ายของวัน ส่วนเราขอบาย ตอนนี้ขอดื่มด่ำกับอาหารคาวหวานอันแสนรัญจวนใจให้เต็มที่ก่อนดีกว่า เพราะไม่รู้พรุ่งนี้เราจะเจอกับอะไรบ้าง ฮึ่ยยยย

20160228_182843

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s