เคยสงสัยไหม วิ่งไปทำไมกัน…

เราเคยเขียนเอาไว้ว่า ครั้งแรกที่เราวิ่งได้ 10 กิโลแรก เพราะเราอยากพิสูจน์อะไรบางอย่าง

ซึ่งสุดท้ายเราก็ได้รู้ว่าถ้าเราพยายามมากพอ เราก็สามารถทำทุกอย่างได้ตามที่เราต้องการจริงๆ…

ถ้าอย่างนั้นแล้ว ก็พิสูจน์ได้แล้วนี่ ควรจะจบแล้วรึเปล่า ทำไมตอนนี้ยังวิ่งต่อล่ะ…

นั่นน่ะสิ!!!!

ทุกครั้งที่มีคนถามว่า ทำไมถึงชอบวิ่ง เราต้องอึ้งไปอย่างน้อยสามจุดสี่เจ็ดวินาที…

  • เออดิ ทำไมชอบวิ่งวะ?
  • เราชอบวิ่งจริงๆเหรอ ทำไมคนอื่นถึงคิดว่าเราชอบวิ่ง?
  • วิ่งแล้วมันทรมานจะตาย ใครจะไปชอบความลำบาก ใครจะอยากเอาตัวเองออกไปทรมาน
  • วิ่งเพื่อสุขภาพ แค่วันละสามสี่โล สัปดาห์ละสามวัน ก็เพียงพอแก่การมีสุขภาพแข็งแรงแล้วไม่ใช่เหรอ
  • บาดเจ็บก็ไม่หาย ยิ่งวิ่งดูร่างกายจะยิ่งแย่ นี่มันใช่เหรอ
  • ไปวิ่งต่างจังหวัด เสียเงินเสียทอง บางทีต้องลางานอีก ชีวิตวุ่นวายมาก
  • ไหนจะค่าอุปกรณ์ต่างๆที่งอกขึ้นมากว่าที่คิด(มาก) เก็บตังส่วนนี้ไปเที่ยวไม่ดีกว่าเหรอ

ตรึ่ง ตรึ่ง ตรึ่ง!!!

คำถามมากมายประเดประดังเข้ามาในหัวสมองเราทุกๆครั้งที่มีคนถามว่าทำไมเราชอบวิ่ง

…ลังเล…

…สับสน…

…หาคำตอบไม่ได้…

เลยต้องกลับมาคิดทบทวน

…คิดไม่ออก…

เอางี้

ถ้าหาคำตอบไม่ได้ งั้นเลิกวิ่งสิ ดีไหม

ตอบทันทีเลยว่า “ไม่!!!

ทำไม

ทำไม

ทำไม

  • ลงทุนไปเยอะแล้ว ฮ่าๆๆ เออนี่ก็เหตุผลนึงนะ หมดกับค่าอุปกรณ์ไปเยอะมากจะมาล้มเลิกกลางคันได้ไง ยังไงก็ต้องเอาให้สุดทางจริงๆ ถ้าถึงตอนนั้นไม่ไหวค่อยเลิกนะ
  • ลองคิดถึงความรู้สึกก่อนออกไปวิ่ง…ขี้เกียจ ถ้าต้องซ้อมเช้า:ตื่นเช้าทำไมนอนตื่นสายดีกว่า ถ้าต้องซ้อมเย็น:เหนื่อยมาทั้งวันรีบกลับบ้านดีกว่า ไปหาของกินดีกว่า ฯลฯ
  • ความรู้สึกระหว่างซ้อมวิ่ง…เหนื่อย ร้อน บางวันก็ง่วง ป่วย วิ่งวนๆทางเดิมๆ ขี้เกียจอีกละ ฮ่าๆ แต่แต่งตัวออกมาวิ่งละก็เอาซักหน่อยละกัน
  • ความรู้สึกตอนวิ่งไปซักพัก…เออเว้ยเริ่มอยู่ตัวละ วิ่งไปเรื่อยๆก็เพลินดี เริ่มคิดละ วันนี้เราทำได้ตามเป้ารึยังนะ ถ้ายังไหวลองเร่งความเร็วดู หรือเหนื่อยไปก็ลดความเร็วลง ท้าทายตัวเองดีเหมือนกันแฮะ
  • ความรู้สึกตอนวิ่งเสร็จ…ฟินมากนะ เห้ยกากๆอย่างเราก็ทำได้ว่ะ!!! ตอนแรกคิดว่าจะไม่รอดซะละ ^___^
  • ในการวิ่งแต่ละครั้ง เราอาจจะวิ่งดีขึ้นหรือไม่ได้วิ่งดีขึ้นกว่าครั้งก่อน แต่แค่การที่เราเอาชนะใจ (ความขี้เกียจ)ของตัวเองออกมาวิ่งได้ มันก็ถือว่าสุดยอดมากๆแล้วนะ
  • ยิ่งถ้าวิ่งจนถึงเป้าหมายที่ตั้งใจได้ (ไม่ว่าจะเป็นด้าน ระยะทาง ความเร็ว เวลา) จะเป็นอะไรที่ดียิ่งขึ้นไปอีก
  • ทุกครั้งที่เราได้ทำในสิ่งที่เราคนเมื่อวานทำไม่ได้ จะถือเป็นสุดยอดแห่งความภูมิใจของเราเลยนะ แม้จะเป็นจุดเล็กๆที่เราทำได้ดีขึ้นก็เถอะ มันก็ทำให้เรามีความสุข รู้สึกรักและอยากจะพัฒนาการวิ่งของตัวเองให้ดีขึ้นเรื่อยๆไปอีก
  • การชวนคนอื่นมาวิ่งด้วย ก็ถือเป็นการส่งต่อความสุขเหมือนกันนะ (ไม่รู้ว่าชาวบ้านเค้าจะสุขด้วยรึเปล่า ฮ่าๆ)
  • ยิ่งถ้าไปงานวิ่งนะ ถือว่าได้วิ่งเปลี่ยนสถานที่ก็ไม่เบื่อดี มีเหรียญให้สะสม และถือว่าได้ไปเจอสังคมใหม่ๆ(เหล่หนุ่ม)ด้วย อีกอย่าง เดี๋ยวนี้มีตากล้องมาถ่ายรูปตอนงานวิ่งเต็มเลย ถือเป็นอีกความท้าทายด้วยนะว่าเราจะมีรูปงามๆออกมากับเค้าบ้างรึเปล่า (ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่) เพราะสภาพตอนวิ่งมันก็จะกระเซิงมาก บางทีก็มีอีลุงที่ไหนมาโฟโต้บอมใส่ ต้องมีเทคนิคดีๆเลยถ้าอยากได้รูปเดี่ยวๆงามๆ ก้มหน้าก้มตาวิ่งอย่างเดียวไม่ได้ต้องคอยมองหาตากล้องจะได้จัดชุดจัดผมจัดท่าวิ่งได้ทันการณ์ หุหุ (นี่มาวิ่งหรือมาถ่ายรูปกันยะ)
  • ข้อสุดท้ายที่สำคัญที่สุด ถ้าวิ่งจบแบบไม่เจ็บได้ คงจะเป็นลาภอันประเสิรฐ ^^”

รีดมาเหตุผลมาสุดพลังความคิดละ บางคนอาจจะเห็นภาพบ้าง บางคนถ้าวิ่งก็คงเข้าใจอะเนาะ บางคนอาจจะอ่านแล้วไม่อิน แต่ลองออกมาวิ่งดูสิ อาจจะติดใจแบบเราก็ได้นา อุอิ

สุดท้ายนี้ เราว่านี่มันก็ยังไม่ทั้งหมดหรอก เพราะได้ยินหลายๆคนบอกเอาไว้ว่า “วิ่งเปลี่ยนชีวิต” ตอนนี้ชีวิตเราก็ยังไม่ได้เปลี่ยนไปขนาดนั้น แปลว่ามันน่าต้องมีอะไรที่ดีกว่านี้อยู่อีก ไว้ถ้ามีเพิ่มจะมาอัพเดตนะ จุ๊บๆ

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s