มึนๆ งงๆ ผจญภัย ณ MacRitchie Reservior Trail

ถ้าพูดถึงสิ่งที่จะทำเมื่อไปเที่ยวประเทศสิงคโปร์ ก็หนีไม่พ้นการชอปปิ้ง การเดินชมสถาปัตยกรรมอันหลากหลายของสิ่งก่อสร้าง กินอาหารที่ขึ้นชื่อหลายๆอย่าง ชมพิพิธภัณฑ์/สวนสัตว์/สวนพฤกษศาสตร์ต่างๆ หรือแม้กระทั่งการเที่ยวสวนสนุกอันเลื่องชื่อ

แต่เราไปสิงคโปร์รอบนี้ก็อยากจะไปทำอะไรที่ไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วๆไปคิดจะทำในสิงคโปร์…เราจะไปเดินป่า

บอกกับใครๆว่าเราจะไปเดินป่าที่สิงคโปร์ คนส่วนใหญ่ก็จะถามซ้ำกลับมาว่า ไปไหนนะ? เดินป่าน่ะเหรอ? สิงคโปร์มีป่าด้วยเหรอ? อยู่ที่ไหนน่ะ? ฯลฯ
ไม่แปลกใจหรอกค่ะ เพราะก่อนหน้านี้ไม่กี่เดือนเราก็ยังไม่รู้จักสถานที่แห่งนี้เลย… MacRitchie Reservior

บอกกันผิดหวังไว้ก่อนเลยนะคะว่าเราไม่มีรูปสวยๆมาฝากหรอก เพราะว่าไปคนเดียว ดุ่มๆเดินเข้าไป แรกๆก็แดดจ้า ซักพักเจอฝน ทางก็เฉอะแฮะ เจอลิงขู่ทำร้าย เกือบเจอกิ่งไม้หล่นใส่ โอย สารพัด แค่ลากสังขารกลับออกมาได้ก็บุญแล้วล่ะ 😛

เช้าวันเดินทาง วันที่ 18 ธ.ค. 2015 ตอนกำลังกินอาหารเช้าอยู่ที่โฮสเทล เรายังนั่งเสิชหาข้อมูลการเดินทางอยู่เลย คือรู้แค่ว่ามันต้องนั่ง MRT ไปต่อรถเมล์ ชื่อสถานีชื่อถนนอะไรก็จำไม่ได้ แถมไม่ได้ซื้อซิม ไม่มี 3G ใช้ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับข้อมูลเบื้องต้นที่มีน้อยนิดมาก กับปากและตาของเราที่ต้องไปหาเอาดาบหน้า

คราวนี้เราเลือกเครื่องแต่งกายแบบคนไปออกกำลังกายเต็มยศเลย เพราะกะไว้ว่าต้องเหงื่อออกเยอะ ใส่เสื้อผ้ากีฬาจะได้แห้งง่ายๆ เดินสบายๆ แถมพกแป้งฝุ่นติดตัวไปด้วย มันช่วยตอนออกจากป่าได้นะ จะได้ไม่เหนอะตัว 😛 เตรียมอุปกรณ์พร้อมแล้วก็ออกเดินทาง

จาก MRT Chinatown เรานั่งสาย circle line ไปลงที่สถานี Marymount คือไม่มีทางเลี่ยงไปสายอื่นได้เลย เพราะสถานีนี้ไกลมาก เราล่ะเตรียมตัวหลงแล้ว เพราะหลอนกับชื่อ circle มากๆ (ตอนนั่ง tube ที่ลอนดอน หลงทางกับเส้น circle line นี่แหละ ขึ้นลงมั่วขบวนไปหมด แถมแบกสัมภาระเยอะมาก ทรมานสุดๆ) ใช้เวลาประมาณ 45 นาทีเราก็มาถึง MRT Marymount ซึ่งก็เป็นข้อมูลสุดท้ายที่เราได้หาข้อมูลไว้ กะจะเดินไปถามตรง tourist information พอเดินไปถึงเค้าเตอร์เค้ามีแปะป้ายเลยว่า จะไป Macritchie ต้องออกทางออกนี้ๆๆ ไปรอที่ป้ายนี้ๆๆ โอเคเราก็ไปตามทางออกนั้น พอออกปุ๊บก็เดินตามสัญชาติญาณเลยค่ะ เลี้ยวไปตามทางจนเจอป้ายรถเมล์ แล้วก็ขึ้นรถเมล์สายที่ป้ายบอกไว้

พอขึ้นรถก็ถาม driver เพื่อความแน่ใจอีกครั้ง ว่ารถคันนี้จะผ่านที่ๆเราจะไปจริงๆไหม… ปรากฎว่าขึ้นผิดฝั่ง เวง -*- (คุยกับเค้าไม่รู้เรื่องด้วย ดีที่มีชายหนุ่มขี่ม้าขาวมาช่วยแปล รอดไป) เค้าใจดีไม่คิดตัง บอกไม่ต้องแตะบัตร เดี๋ยวไปส่งป้ายหน้าตรงสะพานลอย ใจดีจัง สงสัยเห็นเราโง่ๆเซ่อๆมั๊ง หุหุ

วิวถนนแถวนั้นดีมากๆเลย ร่มรื่นไม่เหมือนในเมือง รูปนี้ถ่ายตอนเดินข้ามสะพานลอย อากาศดี๊ดีอ่าาาา

20151218_101439

อะข้ามมาอีกฝั่งละ คือป้ายรถเมล์ที่สิงคโปร์นี่ดีมากๆเลย เขียนไว้ว่าสายอะไรจะผ่านป้ายนี้บ้าง แล้วแต่ละสายนะไปไหนบ้าง แล้วแต่ละป้ายที่จะจอด ระยะทางจากจุดปัจจุบันเท่าไหร่ จะต้องเสียเงินเท่าไหร่ บอกหมดอะ รักเลย ♥

20151218_101648
แต่รักก็ไม่ช่วยอะไร พอเราขึ้นรถไป (จำไม่ได้ว่าขึ้นสายอะไร มันขึ้นได้หลายสายมาก แค่ 2 ป้ายก็ลงแล้ว) ก็มีคนกดกริ่ง แล้วนานมากกกก กว่ารถจะจอด เราก็เริ่มสับสนละ ว่ามันเลยป้ายรึเปล่า แล้ว 2 ป้ายที่เราต้องนับ มันเลยป้ายแรกไปแล้วรึยัง ต้องลงป้ายนี้หรือว่าต้องรออีกป้ายนึง ป้ายแรกมันจะ Upp Thomson Rd ป้ายที่สอง Thomson Rd แล้วตอนนี้มัน Upp หรือไม่ Upp วะ งง สับสนไปมาก็…เอาวะ ลงไปก่อน ดีกว่าเลยป้ายแล้วต้องข้ามถนนย้อนกลับ เดี๋ยวเป็นถนน one way จะซวยเอา พอลงรถปุ๊บ พุ่งไปที่รายละเอียดที่ป้ายรถเมล์เลย… ชัดเลยครัช ผิดป้่าย ยังไม่ถึง ฮ่วย จะหาใครที่โง่กว่าเราเป็นไม่มีอีกแล้ว เสียตังฟรีเลย เห้อๆๆๆ

คราวนี้ต้องรอรถเมล์อีกรอบ ป้ายเดียวลง ยังไงก็ไม่ผิดแน่ ฮ่าๆ ถ้าหลงอีกคงจะโง่เกินไปแล้ว และ และ และเราก็ไม่หลงจ้า เย่ย์ย์ย์ ลงรถแล้วข้ามถนนก็ถึงทางเข้า MacRitchie Reservior เลย

เดินผ่านประตูเข้าไปก็เดินเลี้ยวตามทางไปเรื่อยๆเลย จะเจอกับอ่างเก็บน้ำอันแสนร่มรื่น มีคนมาพายเรือเยอะแยะเลย เหมือนเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจชิลๆสุดสัปดาห์อะไรงี้

20151218_103005

20151218_102924

20151218_103038

เส้นทางเดินก็มีหลายเส้นทางไปหมด ด้วยความที่เราทำการบ้านมาดีมาก จึงไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรเลย แล้วที่นี่ก็ไม่ได้มีเหมือนที่ทำการอุทยานให้ไปสอบถามข้อมูลอะไรขนาดนั้น มีแต่ป้ายบอกทาง (หรือว่ามีแต่เราหาไม่เจอก็ไม่รู้นะ) เราก็ เอาวะ ตาามทางไป Tree Top ไว้ก่อน เป็นจุดหมายหลักของเราในวันนี้ แล้วค่อยดูอีกทีว่าจะเดินทางไหนต่อ

macritchie-reservoir-photo

เดินแรกๆไปก็ชิลๆ ซักพักมันก็เริ่มร้อน คือต้นไม้ก็ร่มรื่นดีนะแต่เราเริ่มเดินประมาณสิบโมงได้มันเลยมีแดด แล้วดูเส้นทางสิ ยังกับเดินป่าจริงๆ ตื่นเต้น ไม่คิดว่าสิงคโปร์จะมีเส้นทางแบบนี้ให้เดิน เห็นแบบนี้แล้วอดใจไม่ได้ พยายามจะไม่ชิล ก็เดินไวๆให้มันได้เหงื่อ สนุกดีอะ มีความสุขมาก อารมณ์ต่างกับที่เดินเล่นชอปปิ้งชมเมืองเมื่อวานมาก เหมือนวันนี้เราเจอกิจกรรมที่เหมาะสมกับเรา เน่าๆรกๆหินดินทราย ร้อนๆเหงื่อๆ แต่เดินไปยิ้มไปเลยอะ คนอะไรไม่รู้อยู่สบายๆไม่ชอบชอบมาลำบากเนาะ

แรกสุดเลยตั้งใจจะมาซ้อมวิ่งเทรลด้วยซ้ำ แต่ว่าก่อนหน้าจะมาไม่นานเราดันอาการบาดเจ็บกำเริบเลยไม่กล้าวิ่งเยอะ จะวิ่งแค่ช่วงที่เป็นขึ้นเนิน ก็วิ่งเท่าที่ขาสั้นๆจะพาไปไหว พอเป็นทางราบ/ลงเนิน เราก็เดินเร็วๆแบบเดิม แต่อุปกรณ์ที่เตรียมมานี่ไม่ค่อยจะเหมาะกับวิ่งเท่าไหร่ เป็นกระเป๋าไว้ trekking ซะมากกว่า วิ่งทีนึงมันก็เกะกะอะ (จริงๆแบกเป้น้ำมาด้วย แต่ว่าเอาไว้วิ่งซิตี้รันวันสุดท้าย เดินป่าสัมภาระเยอะใช้ใบเล็กไม่พอ 😛 )

20151218_132556

20151218_110733

ป้ายบอกทางเยอะมากๆนะ เดินไปตามทางยังไงก็ไม่หลง ไม่ค่อยได้ถ่ายรูปป้ายมาเลย แหะๆ เดินไปเรื่อยๆพอเจอห้องน้ำก็คือใกล้แล้ว ก็เลี้ยวซ้ายไปตามป้าย เดินตามทางชิลๆไป เหมือนหลอกล่อว่าอีกนิดเดียว ไม่ถึงกิโลแล้ว ง่ายแน่ แต่จุดที่เราว่ายากที่สุดอยู่ตรงไม่กี่ร้อยเมตรสุดท้ายนี่แหละ มันมีช่วงที่ออกถนนราดยางดีๆเลย แล้วอยู่ดีๆก็เป็นทางขึ้นเขาแบบชันมากๆ ซัก40-50องศาได้ ตอนนั้นเราก็เปรี้ยว จ็อกฮะ โอ้โห เคลื่อนไหวได้ช้ายังกะเต่า ปวดขายิ่งกว่าอะไร แถมฝนก็เริ่มตกอีก ตอนแรกตกปรอยๆ โอย ชิล ดีใจว่าอากาศเย็นขึ้น ซักพักมันเริ่มตกหนักขึ้น จะรีบวิ่งก็กลัวล้ม เลยต้องเดินเร็วๆเอา จริงๆก็พกเสื้อกันฝนมาด้วยนะ แต่ว่าเสื้อเราเปียกเหงื่อเน่าหมดแล้วเลยกลัวเสื้อกันฝนจะเลอะเหงื่อ (โถ…) เลยลุยฝนแบบนั้นเลย

20151218_114854

ตัดสินใจหลบฝนตรงทางเข้า Tree top นั่นแหละ พอเข้าร่มปุ๊บฝนเทลงมาเยอะกว่าเก่า โชคดีมากๆเลยที่มาถึงจุดนี้เวลานี้พอดี เพราะถ้ามาถึงก่อนหน้านี้แปบนึงก็คงไม่ได้กลับมาแล้ว เพราะทางเส้นนี้เป็น one way มีแต่ไปไม่มีกลับ 
20151218_113817

นั่งรอเบื่อๆก็เลยเซลฟี่เล่นๆกับป้ายไปตามเรื่อง ซักพักก็มีคนตามเรามาอีก 2 คน ไม่รู้ประเทศไหนแต่คุยภาษาจีนกัน คือมาหลบฝนกับเราแต่คุยกันเสียงดังมาก หนวกหูน่ารำคาญมาก กะจะนั่ง slow life ชมธรรมชาติซักหน่อย จนฝนเริ่มซาลงนิดหน่อย (แต่ยังไม่หยุด) เราเลยตัดสินใจออกเดินต่อเลย ไม่รู้จะนั่งฟังคนไร้มารยาทช้งเช้งไปทำไม เสียสุขภาพจิตมากๆ ลุยดีกว่า go go go…

20151218_113310

20151218_115459
20151218_115339
20151218_115424

วิวไม่ได้สวยมากมาย แต่ว่าอากาศดี สดชื่น ต้นไม้เยอะมาก เย็นสบายดีมากเลย ชอบนะ พอพ้นตรงทางเดินตรงนั้นก็เป็นบันไดยาวๆเลยจ้า ตอนแรกคิดว่าเดินนิดเดียวจะกลับไปตรงห้องน้ำ แต่ไม่เลย มันไกลกว่าที่คิด ไม่รู้ไกลจริงๆ หรือเราเริ่มล้าแล้ว หรือเพราะเดินคนเดียวท่ามกลางฝนพรำๆมันเลยรู้สึกว่าไปถึงช้ากว่าที่ใจต้องการก็ไม่รู้นะ

20151218_115935

20151218_120150

20151218_120917

20151218_121825

29-sime-track

เดินเปลี่ยวๆคนเดียวจนมาถึงทางแยก ว่าจะวนกลับไปตรงห้องน้ำ แล้วจะเป็นทางออก หรือจะกลับไปทางเข้าก็ต้องผ่านห้องน้ำทางนั้น แต่ถ้าจะไป Jelutong tower ก็แยกไปอีกทาง แค่200เมตร แต่ตอนนั้นคือเปลี่ยวมาก แล้วก็มีลิงดักกลางทาง เราก็ลังเลละ ว่าจะกลับทางเดิมดีไหม เพราะ 200 เมตร ไป-กลับก็ 400 เมตร สวยแค่ไหนก็ไม่รู้ แถมตอนนั้นก็ประมาณเที่ยวกว่าเกือบบ่ายโมง เริ่มหิวแล้ว แถมเข่าก็เริ่มจะงอแงแล้วด้วย จนมีชายหนุ่มขี่ม้าขาวมาช่วย เพราะเราดูแผนที่แล้วเห็นว่าจาก tower จะมีเส้นทางอื่นวนกลับไปจุดเริ่มต้นได้ (วนเป็นวงกลม) แต่มันดูไม่ใช่ทางหลัก เลยไม่แน่ใจ หนุ่มตี๋หน้ามนผู้ซึ่งเดินกลับมาจาก tower ก็ยืนยันว่ามันมีทางเดินไปทางอื่นจริง เราเลยตัดสินใจไปก็ได้ฟระ จะได้ไม่ต้องเดินวิวเดิมกลับไปจุดเริ่มต้น

20151218_123239

พอไปถึงนะ ก็แบบว่า แค่เนี้ยเองเหรอที่ฉันดั้นด้นฝ่าฟันมาถึง มันดูไม่มีอะไรเลย แต่เอาวะ วิวบนนั้นน่าจะสวยก็ได้ ก็เลยเดินวนๆขึ้นไป ทั้งหิวทั้งมึน ขึ้นไป 4-5 ชั้นได้ วนทางเดียวกันหมดเลย เอ๋มึนนนนน

วิวข้างบน เรียกได้ว่าไม่มีความสวยซักนิดเดียว ร้อนด้วย เราหยิบกล้องขึ้นมาจะถ่ายรูปไว้เป็ฯที่ระลึกซักหน่อย แต่ทำใจไม่ได้ หามุมถ่ายไม่ได้เลย แต่บันไดสวยดีเลยถ่ายบันไวไว้ละกันเนาะ -*- อยู่บนนั้นไม่ถึงนาทีก็รีบลงแล้วเพราะร้อนมาก

20151218_123614

เดินๆไปจะได้ยินเสียงฟ้าร้องเรื่อยๆ ฝนก็ตกๆหยุดๆแต่เราไม่มีที่พักหลบฝนแล้ว ก็เดินไปเรื่อยๆ จนช่วงนึงได้ยินเสียงดังบนหัว ก็นึกว่าฝนจะตกเลยรีบวิ่ง ปรากฎว่ามีกิ่งไม้ใหญ่มากหล่นใส่ตรงที่เรายืนตะกี้ โห เรางี้ใจหายแว๊บเลย ถ้าโดนหล่นใส่หัวเรานี่กว่าคนจะตามมาเจอคงเลือดไหลหมดตัวแล้วมั๊ง อันตรายมากจริงๆ (เพิ่งมาเห็นป้ายเตือนแบบในรูปล่าง หลังจากโดนไปเรียบร้อยแล้ว เตือนช้าไปไหมมมมมม 😥 )

20151218_124201

เดินต่อไปเรื่อยๆ เริ่มแย่ละ เพราะถึงจะคนละเส้นทางก็กับที่เดินผ่านมาแล้ว แต่วิวมันซ้ำๆกันอะ แถมบางช่วงทางเละเลย ผลจากการที่ฝนตกกระหน่ำลงมาเมื่อตะกี้ แต่มองในแง่ดีก็ลุยดี ชอบลำบากไม่ใช่เหรอ ถ้าทางเป็นถนนคอนกรีตเดี๋ยวก็บ่นอีก ฮ่าๆ

20151218_123119

ลุยป่าซักพักก็ออกมาเจอ reservoir อีกครั้ง เย็นๆชิลๆ แต่ว่าเดินกะเผลกๆละ เข่าเจ็บมากกว่าเดิมเยอะเลย เซ็งจัง พรุ่งนี้ต้องไปวิ่งคิตตี้แบบเจ็บๆ อยู่ดีไม่ว่าดีดันมาหาเรื่องให้ตัวเองเจ็บก่อนงานสำคัญ น่าเขกกะโหลกตัวเองจริมๆ

เจอเหตุการณ์น่าตื่นเต้นด้วย เพราะว่าเส้นทางมันไม่ค่อยมีอะไรแล้ว เราเลยเดินเรื่อยๆ เหม่อๆคิดนู่นนี่ไปเรื่อยๆ จำได้ว่าตอนนั้นกำลังจะถึงทางแยก กำลังเดินไปดูป้าย แล้วก็ได้ยินเสียงขู่ดังมาจากข้างทาง พอหันไปก็เจอลิงเปี๊ยกสองตัว ตัวเท่าลูกหมาได้ แต่กำลังแยกเขี้ยวใส่เรา เราก็งงละว่าอะไรฟระ ยังไม่ทันทำอะไรเลย ก็เลยคิดว่ามันคงคล้ายๆหมาเห่า เราเลยนิ่งๆแล้วค่อยๆถอยออกมา มันก็ขู่คำรามอีก แล้วยังเดินเข้าหาเราด้วย เราก็เอาแล้ว ซวยแล้วมันไม่หยุด คือพอเราหยุดมันก็เหมือนลังเล พอเราถอยมันก็รุกเข้ามา โหยตอนนั้นน่ากลัวมาก คิดดูดิเดินป่าที่เมืองนอกคนเดียว ทางก็เปลี่ยวๆไม่ค่อยมีคน ถ้ามาโดนลิงกัดแล้วติดเชื้อพิษสุนัขบ้าจะทำไง หรือถ้ามันพาพวกมารุมเราก็คงไม่มีคนช่วย เรากลัวจนทนไม่ไหวเลยรวมรวมความกล้าเฮือกสุดท้าย…คำรามใส่มันเข้าไปเสียงดังมาก แล้วก็กระทืบเท้าและทำท่ากระโจนเข้าหามัน ประมาณว่าตรูเป็นหมาจนตรอกแล้วนะเฟร่ย ลองเข้ามาดิตรูจะกัดนะเฟร่ย ทีนี้ได้ผล จ๋อจิ๋วกระเจิง ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ สมน้ำหน้า อุตส่าห์จะล่าถอยดีๆดันมาทำกร่างใส่เอ๋ เจอเอ๋เอาจิงมันก็จ๋อย พอจ๋อจ๋อยเอ๋ก็เผ่นเหมือนกัน เดี๋ยวมันพาพวกกลับมา

ไม่อยากจะคิดเลยถ้าจ๋อมันไม่กลัวเราแล้วสุดท้ายเรื่องนี้จะจบลงอย่างไร แต่พอดีตอนนี้เราเป็นนางเอก เราต้องไม่ตาย เราต้องเดินจากไปอย่างผู้ชนะ โฮะๆๆๆๆๆ (เหลือแค่รอเจ้าชายขี่ม้าขาวมารับลงจากหอคอยเท่านั้นก็จะ happy ending แล้ว แต่ว่าหาไม่ได้ 😥 )

20151218_125052

2015-12-18-13-39-53_photo

เดินมาจนสุดทาง เก็บระยะมาเกือบ 11km โฮกเลย ก็พบว่าทางนี้มีป้ายต้อนรับอย่างดี ไม่เหมือนทางที่เค้าพายคายัคกัน ไม่เป็นไรสุดท้ายแล้วก็เดินครบเหมือนกันไม่ว่าจะเริ่มจากจุดไหน ก็คงเหมือนการตั้งเป้าหมายอะไรซักอย่างในชีวิตล่ะมั๊ง มันอาจจะมีหลายเส้นทางที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ บางทางอาจสั้น บางทางอาจยาว แต่ละเส้นทางก็ยากง่ายไม่เท่ากัน แต่ถ้าสุดท้ายแล้วถ้ามันนำเราไปสู่ความสำเร็จเดียวกันก็คงไม่ต่างกัน แค่ว่าเรื่องราวและความทรงจำระหว่างทางของแต่ละคนก็คงจะแตกต่างกันไป

วันนี้ เรามาพิชิต Macritchie reservoir trail ด้วยสองเท้าของเราแล้ว แม้จะจบแบบเจ็บๆ แม้จะเป็นเส้นทางที่ผู้คนมากมายเคยเดินมาก่อน แม้ว่ามันจะไม่ยากเย็นอะไรมาก แต่เราก็สนุกและมีความสุขกับเส้นทางที่เราเลือกเดิน อุปสรรคมากมายที่พบเจอ ทั้งแดด ฝน กิ่งไม้ ลิง และความกลัวในจิตใจ ก็ไม่สามารถขวางกั้นเราได้ ดีจังเลย 🙂 กลับบ้านก็ไปฟิตซ้อมร่างกาย เตรียมเจอศึกหนักทริปหน้า Kinabalu UHU UHU Yeahhhhh~~~~~

20151218_134428

Cr.ข้อมูล
http://chocogreenteajourney.blogspot.sg/2015/10/review-part-2-macritchie-reservoir-park.html#.VoEDuvl97RY
http://myonlinetour.com/nature/macritchie-reservoir-park.html

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s