พักใจ ไม่พักกาย ณ ดอยหลวงเชียงดาว +++ Chapter2 +++ อุปสรรค

เรียกได้ว่าทริปนี้เป็นทริปแรกในชีวิตที่ต้องไปอยู่กินในป่าแบบจริงๆจัง กินนอนบนนั้น ไม่มีร้านค้าหรือสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆทั้งสิ้น แค่การที่เราต้องแบกอาหารไปกินกลางทางก็ทำให้เราตื่นเต้นได้แล้ว เพราะทุกครั้งที่เดินป่า เราก็จะหวังฝากท้องไว้กับร้านค้าข้างทางเกือบทุกครั้งไป

เฉกเช่นทุกครั้งที่ก้าวเดินไปในเส้นทางธรรมชาติ เราเดินโดยไม่รักษาระดับการหายใจของตัวเองให้ดี…รีบเดินมากเกินไป เพียงไม่นานเกินรอลมหายใจที่เข้าออกก็เริ่มผิดจังหวะ ปริมาณออกซิเจนที่เข้าสู่ร่างกายเริ่มไม่สัมพันธ์กับจำนวนออกซิเจนที่กล้ามเนื้อต้องการเพื่อใช้ในการเคลื่อนไหว พอเราเริ่มรู้ถึงอาการผิดปกติที่เกิดขึ้น ก็พยายามเดินให้ช้าลง หายใจให้ช้าลง อนิจจาร่างกายน้อยๆที่อ่อนแอของธัญลักษณ์ก็ยังไม่สามารถจะปรับตัวได้ทัน สุดท้ายมันก็ต้องยอมแพ้ต่อเสียงประท้วงนั้น ขอหยุดพักสักหน่อย เพราะถ้าก้าวเดินต่อไปอีกคงต้องล้มลงไปในก้าวใดก้าวหนึ่งเป็นแน่แท้

การที่ได้หยุดพักครั้งนั้น ก็ทำให้เราได้คิดอะไรหลายๆอย่างนะ

บทเรียนแรก อย่าทะนงตน ไม่มีใครเก่งไปทุกเรื่อง แม้จะเป็นเรื่องที่เชี่ยวชาญก็อาจพลาดได้ ยิ่งคนที่ไม่เก่งจริงแต่คิดว่าเก่ง ยิ่งพลาดได้ง่ายเข้าไปใหญ่
จากตอนแรกที่ออกเดิน ร่างกายยังไม่ทันจะอบอุ่นด้วยซ้ำก็เดินอย่างไวเพราะคิดว่าตัวเองเก่ง (ก่อนออกเดินทางเราซ้อมวิ่งมาระดับนึง ถึงจะไม่เยอะมากแต่ก็ถือว่าเยอะกว่าปกติที่เราเคยออกกำลังกาย คิดว่าตัวเองฟิตในระดับนึง) สุดท้ายแล้วความมั่นใจที่มากเกินไป บวกกับการขาดสมาธิ เอาแต่จะเดินๆๆ โดยลืมที่จะรักษาจังหวะการหายใจ มันเกือบจะทำให้เราแย่ ดังนั้น หลังจากนี้ หายใจลึกๆ ยาวๆ ช้าๆ โอเคนะ…

นอกจากจะหยุดพักให้ร่างกายเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว อีกความรู้สึกนึงที่กระแทกเข้ามาอย่างจังก็คืิอ ความกลัว…จริงๆก็น่าด่าตัวเองเหมือนกันนะเพราะก็รู้ทั้งรู้ว่าชอบหายใจไม่ทัน พอต้องมาเดินในที่สูง อากาศบาง แล้วหายใจเร็วๆมันจะแย่กับตัวเอง พอมารวมกับความกลัวลึกๆในจิตใจแล้วก็ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ คือเราเคยพยายามจะขึ้นยอดดอยผ้าห่มปกครั้งนึง แต่ไม่สำเร็จ ครั้งนี้เป็นการเดินป่าที่เราจะขึ้นที่สูงใกล้เคียงกับจุดที่เคยไปในครั้งนั้นมากที่สุด เลยเกิดความกังวลในจิตใจมากมายตั้งแต่ก่อนเดินทาง ถ้าครั้งนี้ dnf อีกที คงจะเข็ดกับการเดินป่าไปอีกนาน ไหนจะอนาคตที่เราอยากจะก้าวไปในที่ๆท้าทายและยากขึ้นเรื่อยๆก็คงจะเกิดปัญหาเป็นแน่แท้ ปัญหาก็คือ คราวนี้ถ้ายิ่งเรากลัว จิตใจอาจจะพาลพาร่างกายแย่เอาก็ได้ เราเลยแก้ปัญหาด้วยการแบ่งปัญหาเป็นปัญหาย่อยๆ แล้วพิชิตมันไปทีละส่วนๆแทน โอเคว่าการขึ้นถึง altitude 2225m มันอาจจะดูยาก แบบนี้เราแบ่งเป็นสองช่วงนะ ช่วงแรกเดินไปให้ถึงลานกางเต๊นท์ แล้วอีกช่วงคือจากลานกางเต๊นท์ขึ้นสู่ยอดดอย เอาช่วงแรกให้รอดก่อน แล้วถึงช่วงหลังมันจะไม่รอดจริงๆ อย่างน้อยก็คงไม่ถูกทิ้งไว้กลางทาง ยังย้อนกลับมาพักพิงตรงเต๊นท์ได้ เออมันก็ดูเลวร้ายน้อยลงนะ

เมื่อกำลังใจมา บวกกับกำลังกายที่เริ่มฟื้นคืน จะรออะไรอยู่ล่ะ ลุยต่อ ลุยๆๆๆ

DSC04652__

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s