MyUKDreamTrip : CH1 ไปตั้งเกือบเดือน จะเตรียมตัวยังไงดีล่ะ

ไปตั้งเกือบเดือน จะเตรียมตัวยังไงดีล่ะ

What, When, Where, How, Can ตอบให้ได้ แค่นี้ก็ได้ไปแล้วนะ 😉

What
สิ่งแรกสุดที่ต้องทำของการเดินทางทุกครั้ง ก็คือการหาข้อมูล ตอนแรกก็ลิสรายชื่อสิ่งที่อยากทำและสถานที่ๆอยากไปออกมาให้หมดก่อน แล้วก็เรียงลำดับมันด้วย ว่าอันไหนสำคัญมาก ก็ไว้ข้อแรกๆ สำคัญน้อย หรือตัดทิ้งได้ ก็ลดหลั่นกันลงมา พอเสร็จแล้วก็ต้องหาข้อมูลว่าแต่ละอย่างมันมีข้อจำกัดอะไรบ้าง ซึ่งข้อจำกัดของเราในทริปนี้แม่งโคตรเยอะ เพราะเราทั้งจะไปดูบอล ทั้งจะไป stadium tour ไหนจะไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งบางที่ก็จะซื้อทัวร์ แล้วทัวร์นั้นมันดันมีแค่บางวันอีกต่างหาก ปวดหัวมาก

When
วิธีการที่ช่วยในการจัดแพลนของเราก็คือ ทำเป็นตารางปฎิทิน ใครอาจจะวาดตารางลงในกระดาษก็อาจจะดูง่าย แต่เราใช้ spreadsheet ช่วย ก็กำหนดวันทั้งหมดของทริปนี้ แล้วหลังจากนั้น ก็เอาแต่ละข้อที่เราลิสเอาไว้ตะกี้ มาตะลุมบอนแย่งเนื้อที่ลงในตารางปฎิทินนั้นเลยจ้า อันไหน high priority ก็จองที่ไปก่อน มาร์คไว้เลยก็ได้ว่าอันนี้ห้ามย้าย แล้วก็ค่อยๆเอาอันที่เหลือมาใส่ตาราง ตามวันและเวลาที่เป็นไปได้ ทีนี้มันก็จะมีปัญหา ว่าอันที่เหลือๆแม่งไม่มีที่ลง เพราะแพลนเยอะเกิน คิดดูดิว่า อันที่ห้ามย้ายของเราก็จะมีแค่แพลนดูบอล ที่มันจะฟิกวันและเวลาแน่ๆ แต่นอกจากนั้น ไอ่ stadium tour นี่แหละตัวดี ทัวร์ของแต่ละสโมสรนะ บางสโมสรจัดแค่สัปดาห์ละไม่กี่วัน บางสโมสรจัดทุกๆ 15 นาที (เริศมากค่ะ) แต่บางสโมสรจัดวันละสองรอบ วุ่นวายมาก แถมจัดไปจัดมา พอจบทัวร์ของสนามนึงแล้วก็เดินทางไปอีกสนามไม่ทันซีอีก ซวยแล้วล่ะสิ ทำไงดีล่ะ

Where
เอาใหม่ ลิสรายชื่อ จัดลำดับความสำคัญ เสร็จปุ๊บ จัดกลุ่มด้วยระยะทางของแต่ละสถานที่ด้วย อันไหนที่อยู่เมืองเดียวกัน หรือใกล้กันเดินทางใช้เวลาไม่นานก็เอามาไว้ด้วยกัน เวลาจะย้ายวันในปฎิทิน ก็ย้ายไปทีเดียวทั้งยวง ก็จะจัดง่ายขึ้นไปอีก 5.275% (ช่วยได้เยอะมากกกกกก) พอตารางบอล 4 คู่และ 9 stadium tours ถูกยัดลงไปในตารางอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว เราก็ค่อยดูว่าแต่ละเมืองที่เราไปมันมีอะไรน่าเที่ยวบ้าง แล้วก็เอาไปเสริมๆในเวลาที่เหลือนั้น

< พอใกล้ๆวันเดินทาง อย่าลืมตรวจสอบวันและเวลาของแต่ละสถานที่ๆจะไปอีกครั้งก็ดีนะ บางทีอีสถานที่ๆเราจะไปมันเกิดอยากจะเปลี่ยนตารางอะไรขึ้นมากะทันหัน เราจะได้ปรับแผนทัน >

UKPlan01

ลำดับต่อไป ทำอะไรดีนะ ตอนนี้มีแพลนแล้ว แต่ยังไม่รู้ว่าเค้าจะให้เข้าไหม เราก็ต้องหาตั๋วน่ะสิ ทั้งตั๋วบอล ทั้งทัวร์สนาม ทั้ง day trip ต่างๆ ทริปนี้เราจะไปดูบอลทั้งหมด 4 นัด มีได้ฟรีแน่ๆแล้ว 1 นัด คือนัด U21 เพราะเราเป็นสมาชิกสโมสร ดีใจฝุดๆ ส่วนอีกสองนัดของ ManUTD ใน EPL นี่ต้องตามล่าใช้วิชามารนิดนึง และอีกนัด เป็นลีค championship ก็ว่าจะไปซื้อหน้าสนามเอา ไม่น่ามีปัญหา

ตั๋วนัดแรกที่เราตามหา คือนัด Man UTD vs Fulham โชคร้ายที่ปีที่เราไปเป็นปีแรกที่ Man UTD ไม่มีปล่อยตั๋วจาก season ticket มาให้ซื้อต่อทางหน้าเว็บสโมสร แต่ไม่เป็นไร ยังมีหนทาง เราสมัครเป็น official member ของสโมสรแล้ว เราสามารถมาลงทะเบียนกับ Red Army Thailand ไว้ แล้วคลับนี้จะการันตีตั๋วในนัดเหย้าให้ได้ 100% ในราคาปกติเลยนะ เริศมากอะ เราก็ไปลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว แต่ที่นั่งที่สโมสรกันไว้ให้ชาวไทยนี่มัน #ร้องไห้หนักมาก หลังโกลจ้า กับอีกโซนคือมุมสนามแบบสูงๆ ไอ่เราก็แบบ ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ไม่อยากเข้าไปเห็นนักเตะตัวเท่ามดอะ (เรื่องมากเนาะ ตอนแรกไหนบอกฝันแค่ได้ไปเหยียบสนามก็พอ ฮ่าๆ) ก็เลยไปหาข้อมูลนั่นนี่ จนเจอแหล่งขายตั๋วที่ให้เราได้นั่งใกล้ชิดติดขอบสนาม แถวที่ 4 จากขอบสนามอะ กรี๊ดดดดด (แต่เอาจริงๆใกล้สนามมากเกินไปแล้วมันดูไม่ค่อยรู้เรื่องเบยนะ ถ้าอยากดูเกมส์สนุกๆควรขึ้นไปจากนั้นอีกซักบล็อกนึง แต่ ณ จุดนั้น ขอชื่นชมบรรยากาศใกล้ชิดนักเตะมากกว่าอยากจะดูบอลรู้เรื่องอะ) ส่วนตั๋วอีกนัด อันนี้เลอค่ามาก Arsenal vs Man UTD ตอนนั้น Arsenal เป็นจ่าฝูงด้วย ตั๋วหายากดั่งทอง คืออันนี้ที่สมัครกับ Red Army Thailand ไว้มันไม่การันตีตั๋วเพราะเป็นนัดเยือน โชคดีมีพี่สาวใจดีเป็น official member ของอาร์เซนอล เราเลยยืมตั๋วมาคอยกดตั๋วหลุดจาก season ticket ช่วงนั้นแทบไม่ทำการทำงาน นั่ง refresh หน้าเว็บตลอด ทำแบบนี้อยู่หลายวัน บางทีก็มีแว๊บๆออกมา แต่พอกดเข้าไปก็เสร็จคนอื่นไปก่อนแล้ว แล้วก็เป็นที่รู้ๆกันว่าตั๋วสนามนี้แพงเป็นอันดับต้นๆของลีก มีครั้งนึงตั๋วหลุดออกมา 200 ปอนด์ โอ้แม่เจ้าทำไมแพงแบบนี้ เรานั่งทำใจอยู่เป็นนาที จนตั๋วหลุดไป แล้วผ่านไปอีกแปบมันหลุดมาใหม่ (อีคนที่กดไปมันทำใจไม่ได้เหมือนเราแน่ๆ ฮ่าๆ) เราเลยชิงกดไปบ้าง แต่พอถึงขั้นจ่ายตังแล้วระบบมีปัญหา อดจ้าอด สุดท้ายจนปัญญาจะหาตั๋วเอง ก็เลยไปซื้อตั๋วกับเจ้าเดิมที่ซื้อนัดเหย้า เลือดออกซิบๆแต่ก็ยอมทน แถมได้ที่นั่งมุมสูงเลยจ้า แต่ ณ จุดนั้นคือให้ไปนั่งตรงบันไดก็เอา หนูจะต้องได้เข้าไปสัมผัสบรรยากาศตรงนั้นให้ได้ สู้โว้ยยยยยยยย

ตั๋ว Stadium tour อันนี้ก็ซื้อออนไลน์เลยจ้า เข้าเว็บสโมสรแล้วก็จองตามวันและเวลาที่เราแพลนในปฎิทินวิเศษไว้ จ่ายเงินด้วยบัตรเครดิต แล้วปริ๊นใบจอง ไปแลกตั๋วจริงสวยงามหน้าสนาม (แค่บางสโมสร) ส่วนบางสโมสรย่าน Merseyside เนี่ย ปวดตับกับตั๋วมาก ผิดหวังมาก แต่ก็ช่างเหอะ ฮ่าๆ ส่วนบางสโมสรก็ไม่มีรายละเอียดเรื่องทัวร์ที่หน้าเว็บนะ เราต้องเมลไปถามเค้า ก็ค่อยจองจากทางเมล ส่วนอีกสโมสรนึง Notts County เนี่ย คือไม่มีทัวร์ แล้วคนรับเรื่องเค้าบอกว่าจะพาเราเดินเยี่ยมชมเลย อันนี้ปลาบปลื้มมากๆเลย ประหนึ่งเราเป็น Executive Guest

ส่วนพวกทัวร์ยิบย่อยต่างๆ บางอันก็ซื้อทางหน้าเว็บ บางอันก็ได้แค่หาข้อมูลเพราะเค้ามีขายหน้าเค้าเตอร์เท่านั้น ก็ไปหาเอาดาบหน้า ส่วนรายการ sightseeing ที่ไม่ใช้ตั๋ว ก็ดูรายละเอียดคร่าวๆว่าเดินได้ไหม หรือนั่งรถสายอะไร ก็ติดดาวไว้ใน Google Maps แล้วก็ปริ๊นเป็นกระดาษไว้ด้วย กลัวพลาดสุดๆ

1209468_248697541957906_1391130921_n

อีกสิ่งหนึ่งที่เราต้องจองก็คือ ที่ซุกหัวนอนนั่นเอง เราใช้แอพ Booking.com ในการเลือกจองโรงแรมของทริปนี้ ตอนแรกก็ search ชื่อเมือง แล้วก็กดเรียงตามราคา ทีนี้โรงแรมที่ราคาถูกสุดก็จะเสนอหน้าขึ้นมาโผล่แรกสุด โฮะๆๆ เราจะเลือกที่พักที่เราได้นอนห้องเดี่ยว เดินทางสะดวก อยู่ในย่านใจกลางเมืองเป็นหลัก ราคาก็แล้วแต่ความพึงพอใจ ห้องน้ำรวมได้ไม่เกี่ยง อาหารเช้ามีไม่มีก็ได้ (อันนี้พลาดนะ เพราะเสียเวลาไปหากินข้างนอกอะ แต่มองในแง่ดีคือไม่ต้องตื่นเช้ามาแย่งชิงอาหารกับชาวบ้าน ฮ่าๆ) ใช้ของเค้าฟรีแล้วขอโฆษณาให้ซักหน่อย คือแอพนี้มันดีตรงที่ สามารถยกเลิกการจองห้องได้โดยไม่เสียเงิน (แต่มีกำหนดเวลานะ ต้องดูดีๆ) เราสามารถจองที่พักเผื่อเอาไปขอวีซ่าก่อนได้ แล้วค่อยยกเลิกหรือเปลี่ยนวันได้กรณีเปลี่ยนแผน เรามีได้ใช้ประโยชน์จากตรงนี้เยอะเลย เพราะพอใกล้ๆวันตารางบอลเปลี่ยน เราเกิดเปลี่ยนใจอยู่เมืองนึงนานขึ้นอีกวัน เราก็ไปยกเลิกการจองห้องได้ อะไรแบบนี้ เจ๋งเนาะ

How
ตอนนี้แผนการเที่ยวของเราก็สำเร็จมาได้เกือบครึ่งทางแล้ว แต่ว่าแต่ละอันมันเหมือนก้อนเมฆลอยเท้งเต้งอยู่กลางอากาศ เราต้องมาเชื่อมโยงทุกอย่างเข้าด้วยกัน ซึ่งก็คือการเดินทางนั่นเอง

ข้ามประเทศ — ตั๋วเครื่องบิน อันนี้ต้องแล้วแต่ดวงด้วย เรารอโปรอยู่หลายรอบมาก ก็ยังไม่โดนใจซักที เพราะส่วนใหญ่ต้องไปกลับสนามบินเดียวกัน พอมาเจอตั๋วของ Etihad สามารถเลือกบินไปลง LHR แล้วกลับจาก MAN ได้ เรารีบจองเลย อันนี้ไม่ใช่ช่วงโปรด้วย เรา search ตั๋วจาก expedia เล่นๆ เจอราคาไม่ถึง 31K ราคาถูกกว่าโปรบางอันด้วยซ้ำ แต่มันก็เป็นตั๋ว eco ที่ไม่สามารถเปลี่ยนหรือเลื่อนได้ ใครอยากได้ตั๋วถูกก็ต้องรับความเสี่ยงตรงนี้ให้ได้อะเนาะ

ข้ามเมือง — ตั๋วรถไฟ อันนี้ใช้บริการของ Virgin Train จองในเว็บ + จ่ายเงินด้วยบัตรเครดิตได้เลย ตั๋วแต่ละวัน แต่ละเวลา ราคาไม่เท่ากัน (peak/ off peak / any time day return) จองแต่ละวันก็ราคาไม่เท่ากันด้วย รีบจองแต่เนิ่นๆจะได้ราคาถูกกว่า เราไม่ได้จองเร็วมาก เพราะว่าแพลนเราเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ต้องรอให้มันนิ่งแล้วค่อยจอง ตั๋วบางใบเลยราคาสูงกว่าที่จำเป็น เศร้ามาก

ภายในเมือง — รถไฟ รถไฟใต้ดิน รถราง รถเมล์ รถแทกซี่ เดิน อันนี้ไม่มีจองตั๋วอะไรไว้ช่วงหน้าเลย ไปตายเอาดาบหน้าว่างั้น 😛

Can
มาถึงขั้นตอนที่น่าตื่นเต้นและระทึกใจที่สุด ทริปนี้จะเกิดขึ้นได้หรือไม่ได้ ขึ้นอยู่กับว่าเจ้าของประเทศเค้าจะต้อนรับเราไหม…. นั่นคือการทำวีซ่านั่นเอง เอง เอง (เสียงเอคโค่~~~~) เรื่องขั้นตอนการทำวีซ่าคงมีคนมารีวิวให้มากมายหลายแบบ ตัวเราเองก็ไม่ได้รู้ไปหมดซะทุกอย่าง แต่สรุปเอาจากความเข้าใจว่า ทำยังไงก็ได้ให้เค้าคิดว่า เราจะไปจริงๆ(มีตั๋วเครื่องบิน) มีที่หลับนอน(จองโรงแรม) อยากไปจริงๆ(มีแพลนเที่ยว) มีเงินจะไปใช้จ่าย(เงินในบัญชี) มีเงินเดือน มีงานมีการทำ(statement รายได้) มีบ้านช่องเป็นหลักแหล่ง แค่นี้ก็น่าจะเพียงพอกับการได้รับวีซ่าเข้าสหราชอาณาจักรแล้วจ้า เมื่อเตรียมเอกสารพร้อมแล้ว ก็ไปนัดวันยื่นเอกสารทาง internet จากนั้นก็ไปยื่นเอกสารตามวันนัด แล้วก็รอ รอ รอ และรอ เท่านั้น ตอนเรารู้ว่าได้วีซ่านะ กรี๊ดเลย (ตอนนั้นนั่งทำงานอยู่แล้วที่บ้านส่งข่าวบอก) เป็นอะไรที่ดีใจสุดๆแล้ว

891283_499255483520828_1066742351_n

สุดท้าย ก็เป็นการเตรียมสิ่งที่จะไปใช้ตอนเดินทางท่องเที่ยว เงิน บัตรเครดิต เสื้อผ้า อุปกรณ์กันหนาว และข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ

การจะบอกว่าควรเตรียม pocket money ไปเท่าไหร่นี่ก็บอกยากจัง ของเราแลกเผื่อไปเยอะเกิน กลับมายังไม่ได้แลกคืนเงินก็ลงเอา ลงเอา จนตอนนี้ติดดอยนอนกอดตังไว้ ไปแลกคืนก็เสียดาย ไว้เผื่อกลับไปเยือนอีกรอบละกันนะ เผื่อจะได้ใช้ ฮ่าๆ

เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายก็ดูตามฤดูกาล ต้องเช็คดีๆ เราดันไปช่วงที่มันหนาวจัดๆ เลยแต่งตัวอะไรมากไม่ได้ ยืมเสื้อขนเป็ดตัวใหญ่ยักษ์สีดำชาวบ้านมา หมดกันแฟชั่นและความสวยงามของฉัน ม่ายยยยยยยย

อีกสิ่งที่ขาดไม่ได้เลย คือซิมโทรศัพท์ ต้องเอาไว้ติดต่อรายงานตัวกับที่บ้าน พร้อมด้วยแพ็กเกจ 3G 4G อะไรก็ว่าไป ตามสนามบินหรือร้านสะดวกซื้อมีให้เลือกหลายยี่ห้อหลายแบบเลย จะไปเดินดูก็ได้ หรือจะหาแบบที่ต้องการแล้วไปตามหาแบบเราก็ได้ ก็จะได้แบบที่ถูกใจสบายกระเป๋า แต่อาจจะเสียเวลาหน่อย

อยากจะบอกว่า เราเตรียมตัวจนแทบจะชั่วโมงสุดท้ายก่อนไปเลย คือเครื่องออกตอนเช้า ตื่นตีสี่เตรียมตัวไปสนามบิน แต่เที่ยงคืนตีหนึ่งเรายังจัดของไม่เสร็จเลยจ้า ฮ่าๆ คือมันตื่นเต้นมาก ไม่เคยไปตะลุยไกลๆอะไรขนาดนี้มาก่อน เลยต้องการความมั่นใจมากเป็นธรรมดา ทุกอย่างต้องเป๊ะ เอกสาร (ใบจองโรงแรม รถไฟ ทัวร์ แผนที่) ทุกอย่างต้องปริ๊นสองชุด แยกกันเก็บใส่กระเป๋าสองใบกันหาย เงินก็แบ่งเป็นสามส่วน ใส่กระเป๋าสองใบ และติดตัวไว้ พาสปอร์ต วีซ่า ก็ทำฉบับสำเนาและแยกเก็บใส่กระเป๋าทุกใบ คือวุ่นมาก เหนื่อยมาก…จนลืมร้องไห้ ฮ่าๆ เพราะจำได้ว่าตอนที่ไปเที่ยวคนเดียวครั้งแรก คืนก่อนไปนี่นั่งร้องไห้ กลัวนั่นกลัวนี่ ทริปนี้ดูน่ากลัวกว่าแต่ไม่ร้องนะ แต่ไม่ร้องไห้คืนก่อนไปก็ไม่ได้แปลว่าทุกอย่างจะสดใสนะ แค่ว่าตอนนี้โลกกว้างเปิดประตูต้อนรับเราแล้ว เรากำลังจะก้าวออกไปหามันแล้ว ความกลัวเป็นสิ่งที่เราต้องเอาชนะ ต้องก้าวข้ามมันให้ได้ ออกไปสนุกกับมันกันเถอะ ^^

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s