MyUKDreamTrip : Introduction…ว่าด้วยความฝัน

ใครๆก็มีความฝัน…

เด็กคนหนึ่งอาจจะบอกว่า โตขึ้นอยากเป็นนักร้อง อยากเป็นนักบินอวกาศ อยากเป็นกระเป๋ารถเมล์ หรืออะไรก็ตามแต่ที่สิ่งแวดล้อมตอนนั้นจะนำพาให้ฝันไป แต่เมื่อเวลาผ่านไป จะมีเด็กสักกี่คนที่สามารถทำฝันของตัวเองให้สำเร็จได้

 

ฝันน่ะ ไม่ยาก ใครๆก็ฝันอยากเป็นนู่นเป็นนี่ อยากทำนู่นทำนี่ได้ แต่การทำฝันให้เป็นจริง…มันไม่ง่าย นอกจากจะต้องมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าแล้ว อาจจะมีปัจจัยรอบตัวอีกมากที่ส่งผลต่อการเติมเต็มความฝันนั้น

 

ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น อาจไม่เป็นจริงเสมอไป…

เราคิดว่า โอกาส ความมุ่งมั่นและกล้าที่จะเริ่มทำ สำคัญมากกว่าความพยายามมากนะ

 

IMG_20140207_092458_

เราก็เป็นคนนึงที่มีความฝัน

เราดูบอลมาตั้งแต่เด็ก มีทีมฟุตบอลที่ชอบมากๆ มีนักฟุตบอลที่ชอบมากๆ

เราป่าวประกาศให้โลกรับรู้ตั้งแต่ ม.3 ว่าเราอยากไปดูทีมรักเล่นฟุตบอลในสนามเหย้า

อยากไปเจอตัวเป็นๆของนักเตะที่เราชื่นชอบ

ถึงขั้นนัดกับเพื่อนสาวในกลุ่ม ว่าอีก 10 ปีข้างหน้า ตอนอายุ 25 เราจะกลับมารวมตัวกัน แล้วไปดูบอลด้วยกันนะ (ตอนนั้น World Cup 2012 พอดี ทุกคนคลั่งไคล้ฟุตบอลมาก และสัญญากันเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าเราจะไปด้วยกัน)

 20140209_175814-MIX_

เวลาผ่านไป ทุกคนแยกย้ายกันไปตามเส้นทางชีวิตของตัวเอง แต่เราก็ยังไม่ลืมความฝันและพันธสัญญาที่เคยให้ไว้ร่วมกัน ได้แต่คิดว่า อยากไป อยากไป…

 

เราทำอะไรบ้างเพื่อเติมเต็มความฝันนี้

 

…เก็บเงิน…

พอเรียนจบ ก็ค่อยเก็บเงินไปเรื่อยๆ ยังมีเวลาอีกหลายปีกว่าจะไป วิธีที่เราใช้และคิดว่าได้ผลดีมาก คือฝากประจำ แบบต้องฝากติดต่อกันเป็นระยะเวลา 24 เดือน การฝากเงินแบบนี้ เดือนนึงไม่ต้องมาก แต่เมื่อครบกำหนดแล้วจะเยอะแบบคาดไม่ถึงเชียวล่ะ แถมดอกเบี้ยก็สูงกว่าฝากประจำทั่วไป แต่ไม่ต้องเสียภาษีดอกเบี้ยด้วยล่ะ มีหลายธนาคารเลยที่มีรูปแบบการฝากเงินแบบนี้

 

…ตามหาผู้ร่วมทาง…

เพื่อนๆจ๋า เรามาวางแผนการเดินทางตามความฝันกันเถอะ ฝัน…ที่เราเคยได้มีสัญญาใจกันไว้ ฝัน…ที่ถึงแม้เวลาจะผ่านไปมันก็จะยังไม่ลบเลือนไป ฝัน…เพื่อนสาวสุดเลิฟที่แยกจากกันไปนานจะกลับมารวมตัวครั้งยิ่งใหญ่ ให้โลกได้จารึก

“แก…เราไม่ได้บ้าบอลขนาดนั้นแล้วว่ะ” “แก…เราก็สนนะ แต่ตอนนี้เราไม่ค่อยมีตังเลย” “แก…ต้องไปกี่วันอะ เรางานยุ่งมาก คงลางานเยอะๆไม่ได้หรอก” “แก…สุขภาพเราไม่ค่อยดีอะ แค่จะไปเที่ยวต่างจังหวัดพ่อแม่ยังไม่ให้ไปเลย” แก…ฯลฯ T_T ด้วยเหตุผลมากมาย แต่ก็สรุปได้ว่า ไม่มีเพื่อนไป

โลกยังไม่ทอดทิ้งหนทาง เรามีรุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัยที่มีความฝันเดียวกับเราด้วยนะ เราคุยกับรุ่นพี่ถึงแผนการคร่าวๆแล้ว ทุกอย่างดูไปได้ด้วยดี จนกระทั่ง… “จะไปกันยังไง ผู้ชายกับผู้หญิง สองต่อสอง ถ้าแต่งงานกันแล้วก็ว่าไปอย่าง!!! — ไม่แต่งสิคะ” “เพื่อนผู้หญิงไม่มีใครไปดูเหรอ — ชวนแล้วค่ะ แต่ไม่มีใครไปเลย” “ทำไมไม่หาคนไปด้วยหลายๆคน จะได้ปลอดภัย — อยากจะหาอยู่ แต่ว่ามันไม่ได้ง่ายเหมือนชวนไปเที่ยวเชียงใหม่นี่นา” บ้านแทบแตกจ๊ะ อนิจจาเกิดเป็นหญิงแท้จริงแสนลำบาก เราก็เข้าใจในความห่วงใยของครอบครัวเรานะ แต่…แล้วความฝันหนูล่ะ

 

เราไม่หยุดนะ เราพยายามอยู่พอสมควรกับการหาสมาชิกเพิ่ม…หาได้ด้วยนะ แต่ว่า…ว่างไม่ตรงกันเลย

 

เราถึงได้บอกว่า มีฝันอย่างเดียว มันไม่ได้ทำให้เราไปถึงฝันนั้นหรอกนะ พยายามจะหาหนทางแล้ว แต่ทุกอย่างก็ดูมืดมน จนกระทั่งเราเรียนจบปริญญาโท และเริ่มทำงาน เงินที่เก็บสะสมก็งอกเงยจนพร้อมจะออกเดินทางแล้ว แต่ฉันก็ยังใช้ชีวิตไปวันๆ ความฝันของเราก็ยังเป็นได้แค่ฝันบนหิ้ง ถูกปัดฝุ่นทุกครั้งที่นึกถึง แต่ยังไม่เคยเอื้อมคว้ามันถึงสักครา

 

จนกระทั่งถึงจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ… ผู้จัดการทีมรักของฉัน ที่คุมทีมมายาวนานถึง 26 ปี ประกาศลาออกจากตำแหน่ง มันเหมือนฟ้าผ่าลงกลางใจฉัน จริงอยู่ว่าเมื่อเวลาผ่านไป นักฟุตบอลที่ฉันชื่นชอบเมื่อครั้งเริ่มดูฟุตบอลก็มีแยกย้ายกันไปตามวิถีแห่งฟุตบอล แต่ผู้จัดการคนนี้…ที่ฉันรักและเคารพจนเรียกเขาว่า ป๋า ป๋าคนเดียวที่ยังคงอยู่แม้ว่านักฟุตบอลจะย้ายเข้าย้ายออกไปมากมาย เมื่อวันที่จะได้รู้ว่า ป๋าจะไม่อยู่คุมทีมแล้ว มันเหมือนว่าทีมนี้จะไม่ใช่ทีมที่เราชอบมากจนอยากจะไปดูเค้าเล่นด้วยตาตัวเองอีกแล้ว (ถึงแม้จริงๆจะคือทีมเดียวกันนั่นแหละ ฮ่าๆ) พอก่อน…นี่ไม่ใช่เวลาจะมาพร่ำพรรณาถึงความยิ่งใหญ่ของป๋านะ ^^ ที่เราจะบอกก็คือว่า ตรงนี้คือจุดเปลี่ยนที่ทำให้เรามุ่งมั่นและกล้าที่จะเริ่มทำตามความฝันอย่างจริงๆจังๆเสียที ไม่มีเวลามารีรออะไรอีกแล้วนะ ไม่มีเพื่อนผู้หญิงไปด้วยใช่ไหม ครอบครัวไม่ให้ไปกับผู้ชายสองต่อสองใช่ไหม งั้นเราไปคนเดียวก็ได้ เป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับทุกฝ่ายแล้ว เย้ //******

 

ปัจจัยสุดท้าย…โอกาส…

บริษัทที่เราทำงานอยู่ให้ลาพักร้อนได้ปีละ 10 วัน โชคดีที่ลักษณะงานนั้น แต่ละคนสามารถทำงานทดแทนคนอื่นได้ และค่อนข้างยืดหยุ่นเรื่องวันลา เราบอกหัวหน้าล่วงหน้าหลายเดือนว่าจะลาช่วงไหน และคอยบอกซ้ำๆ เขาจะได้ไม่โหลดงานให้ในช่วงที่เราจะไม่อยู่ นี่คงเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เรียกว่า โอกาสที่เอื้ออำนวยกับการไปตามหาความฝันของเรา

 

เมื่อทุกสิ่งทุกอย่างดูจะลงตัวมากขึ้น ก็ได้เวลาจัดผมเผ้าให้เข้าที่ แล้วออกไปตะโกนให้ก้องโลกเลยนะ ว่าเราจะไปตามความฝันแล้ว ฮูเร่~~~~~~~~~

ใครจะคิดว่า เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆคนนึง (จริงๆไม่เด็กแล้ว แต่ไม่อยากเรียกตัวเองว่าแก่ผู้หญิง) ที่มีประวัติแสนจะธรรมด๊า ธรรมดา จะกล้าไปตะลุยหาฝันที่ประเทศอังกฤษเกือบ 3 สัปดาห์ เป็นการเดินทางออกนอกทวีปเป็นครั้งแรก แถมไปคนเดียวอีกต่างหาก ทั้งหนาว ทั้งเหงา หลงทางกระจุย ต่อมน้ำตาแตกกระจาย แต่ว่าก็มีชีวิตรอดกลับมา พร้อมจะยืดหน้าบอกคนได้เต็มปากว่า ฉันทำความฝันสำเร็จแล้วนะ 🙂

20140209_113647_

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s