>> ตะลุยเดี่ยวเที่ยวไตัหวันในวันฝนพรำ #5 Taipei Zoo + Maokong Gondola <<

>> ตะลุยเดี่ยวเที่ยวไตัหวันในวันฝนพรำ #   5  Taipei Zoo + Maokong Gondola <<

วันสุดท้ายก่อนกลับเมืองไทย ตั้งใจเอาไว้ว่า ถ้ามันไม่ไหวจริงๆก็จะยกเลิกโปรแกรม เพราะเมื่อคืนตอนจะนอนนี่เดินยังกะเผลกขา ปวดมากๆ
ตอนตื่นมาตึงๆ แต่ก็ดีขึ้น เลยเดินไปเดินมาให้เท้าปรับตัว เห็นว่าพอไหว เลยลุยต่อ
ตอนเช้าก็เก็บเสื้อผ้าข้าวของแล้ว Check out เลย
ค่าที่พัก 4 คืน 5600 NT ถ้าเทียบกับความหรู ความปลอดภัย และความสะดวกแล้วเราว่าไม่แพงมาก (สำหรับยาจกแบบเรา)
ฝากกระเป๋าไว้กับตรงที่พัก เค้าให้tagสำหรับแลกกระเป๋ามาด้วย อุ่นใจมากขึ้นไปอีก ^_^

โปรแกรมวันสุดท้าย Taipei Zoo, ไปนั่ง Maokong Gondola ปิดท้ายด้วย Sun Yat-Sen Memorial Hall และ ตึกTaipei 101
กว่าจะส่งโปสการ์ดเสร็จ (10NT/1ใบ) ก็เกือบจะ 9 โมงแล้ว
นั่ง MRT ไปสถานี Taipei Zoo เลย เปลี่ยนขบวนตรง Zhongxiao Fuxing (สถานีเดียวกับโรงแรมที่ไปกิน กับตรงที่ลงรถที่มาจาก Jiufen เลย)
ตรงทางเดินเปลี่ยนขบวนมีรูปภาพน่ารักๆเต็มเลย

ขบวนที่จะไป Taipei zoo เป็นMRTสายสีน้ำตาล เป็นรถลอยฟ้าทั้งเส้นเลย ตื่นเต้นมาก เพราะอยู่ใต้ดินตลอดทริป(นอกจากตรงแถวๆShilin)
เลยแอบถ่ายรูปขบวนรถไฟมาซักหน่อย

ไปถึงก็ออกตรง Exit1 แล้วเลี้ยวขวา (Exit2 จะไปทางขึ้นGondola)
เดินไปนิดนึงก็ถึงทางเข้า ช่องขายตั๋วเปิดอยู่ช่องเดียวเอง สงสัยยังเช้าอยู่ ประมาณ 9 โมงครึ่ง
ราคาตั๋ว 60NT (ยังเสียดายไม่หาย ถ้าไม่ลืมทำ Youth travel card นะ ได้ลดราคาอีก)
แต่ถ้าเป็นเด็กมาทัศนะศึกษา และแจ้งไว้ก่อนจะเข้าฟรี ดีจังเนาะ
เด็กเปี๊ยกๆน่ารักมากๆเลย เห็นแล้วอยากเดินไปหยิกแก้ม

เหมือนเวลาจะไม่ค่อยพอ เที่ยวสวนสัตว์วันนี้เลยจะไปเท่าที่เห็น คือไปดูแพนด้า โคอาล่า และเพนกวิน
โคอาล่ากับแพนด้านี่เดินไปดูได้ อยู่ใกล้ๆทางเข้า แต่โซนเพนกวินไกลมาก(เค้าบอกเดินประมาณ20นาที)
เลยนั่ง Shuttle Train เอา รอบละ 5NT

แวบแรกที่เห็นน้องโคอาล่านะ “สงสารมันมากๆ” มันดูเซ็ง ดูซึม ดูเศร้า ดูเหงา
นั่งกอดต้นไม้(เทียม) นานๆทีก็หันหน้ามาทำหน้าเซ็งทีนึง แล้วค่อยๆกันกลับไป
ถ้ามันได้อยู่ตามธรรมชาติคงมีความสุขมากกว่านี้ สงสารมันมากๆเลยอ่า
สวนสัตว์มีโคอาล่า 2 ตัว แยกกันอยู่ ตัวนี้คือน้อง Empress ส่วนอีกตัวไม่ได้ถ่ายรูปมา เพราะน้องนั่งหลบอยู่ในต้นไม้

เดินเศร้าๆออกจาก Koala House แล้วก็ไปต่อที่บ้านแพนด้า
ไม่รู้ว่ามีแพนด้ากี่ตัว(ไม่ได้ถามมา) แต่เค้ามีจัดประมาณว่านิทรรศการแสดงวงจรชีวิตแพนด้าเยอะแยะเลย
เจอแพนด้าอยู่สองตัว ข้างในตัวนึง ข้างนอกอีกตัว

ตัวที่อยู่ข้างในห้องแอร์มันขี้เกียจมาก นั่งหลับหันก้นให้เราด้วย

ตัวข้างนอกก็ไฮเปอร์เกิน เดินไปเดินมาตลอดเวลาเลย น่ารักมากๆ
ตอนนั้นอารมณ์เราประมาณว่า แค่ได้มาเห็นแพนด้าก็พอใจแล้ว พร้อมกลับบ้านเลย ฮ่าๆ
เหมือนเป็นความฝันอย่างนึงเลย ที่ได้เห็นแพนด้าตัวจริง
พยายามจะไปดูที่เชียงใหม่ก็หลายครั้ง ก็ดันมีเหตุให้อดดูทุกครั้งไป คราวนี้ได้ดูสมใจแล้ว ดีใจมาก

จากนั้นก็นั่ง Shuttle Train เพื่อจะไปดูเพนกวิน
เราก็เห็นป้ายเหมือนป้ายรถเมล์ ก็ไม่เห็นมีรถ ไม่เห็นคนรอ ตอนแรกก็นึกว่าเช้าไปรถยังไม่วิ่ง
ปรากฎว่า ต้องขึ้นบันไดขึ้นไปข้างบนเพื่อรอรถ แล้วรถจะวิ่งถนนอีกเส้นนึง (ไม่ใช่เส้นทางเดินของสวนสัตว์)
คิดๆแล้วก็ดีนะ ไม่ไปเดือดร้อนคนที่จะเดินดูสัตว์ด้วย ราคาก็ถูกมากๆเลยรอบละ 5NTเอง
ระหว่างรอรถไฟ ก็เล่นกับเด็กที่มาเที่ยว น่ารักมาเลย ตัวเปี๊ยกเดียว แก้มแดงเชียว
เราเลยขอคุณแม่เค้าถ่ายรูป เค้าก็ยอมแต่โดยดี ^^
แต่ติดอยู่นิดเดียว ดั๊นให้เด็กเรียกเราว่าอาอี๊ >_< ไม่ยอมนะ เค้าจะเป็นอาเจ้ เค้าไม่เป็นอาอี๊ (แต่บอกไม่ได้ พูดจีนไม่เป็น – -“)

ถ่ายรูปเล่นซักพัก ไม่นานเลย ประมาณ 5 นาที รถไฟก็มาแล้ว

ผ่านโซนสัตว์เลื้อยคลาน อยากจะเข้าไปดูมาก แต่เวลาจะไม่ทันแล้ว ตอนนั้นใกล้เที่ยวแล้ว ต้องไปดูเพนกวิน
ไหนจะไปนั่งGondola แล้วต้องนั่งMRTอีกไกลโพ้นกลับที่พัก แถมยังต้องไปสนามบินต่ออีก
ณ จุดนั้นก็เปลี่ยนใจ ล้มเลิกแผนการไป Sun Yat-Sen Memorial Hall และ ตึกTaipei 101 เพราะเวลาไม่พอ
… ไว้โอกาสหน้าถ้ามีโอกาสได้ไปไต้หวันอีก คงจะไม่พลาดนะ …

วิ่งดุ๊กดิ๊กผ่านพี่เต่า เลยซูมเข้าไปถ่ายรูปมา (ไม่ได้วิ่งเข้าไป กลัวไม่ทัน – -“)
พี่เต่าตัวใหญ่มากๆ กระดองแทบจะเป็นหินอยู่แล้ว สงสัยอาจจะต้องเรียกปู่เต่า โหะๆๆๆ

จากนั้นก็ไปถึงโซนเพนกวิน
เพนกวินมันอยู่ในตู้กระจก ถ่ายรูปมาไม่ชัดเลย มีแต่ละอองน้ำ
ได้รูปเพนกวินปากแหลมมาเท่านี้ สุดปัญญาความสามารถละ

อีกเพนกวินนึง…เพนกวินโง่ … jackass penguin
เพนกวินพันธุ์นี้มีหลายตัวกว่าพันธุ์ปากแหลมอีก อยู่รวมๆกันแล้วน่ารักดี
แต่ก็แอบเศร้าอีกแล้ว ที่เค้าให้มันมาอยู่ด้วยกันในที่แคบๆมาให้คนดู พวกมันคงไม่มีความสุขกับเราซักเท่าไหร่หรอก
บางทีเห็นมันว่ายน้ำไปมา สองทีก็วนกลับมาที่เดิมแล้ว เห้อ

ดูเพนกวินเสร็จก็ไปซื้อของที่ระลึก ได้ที่ห้อยโทรศัพท์มาสองอัน อันละ 50NT น่ารักดี
ตอนแรกจริงๆอยากได้พวงกุญแจที่เป็นตัวหนังสือจีน แต่ว่าตัวหนังสือนั้นเป็นชื่อๆคำๆ เหมือนชื่อคน เราก็ไม่ไม่เลือก
อ่านจีนก็อ่านไม่ออก แค่จะซื้อพวงกุญแจก็ทำเค้าวุ่นวายไปทั้งร้าน (เพราะเค้าพูดอังกฤษไม่ได้)
แต่พนักงานก็อุตส่าห์ต่อสายให้เราคุยกับคนพูดอังกฤษได้ น่ารักอะ ประทับใจคนไต้หวันอีกแล้ว >0<

จากนั้นก็วิ่งปุเลงๆมาที่ shuttle train เพื่อจะไปต่อที่ gondola
ขากลับได้รถไฟสีแดง สดใสเชียว

ประตูทางออกสวนสัตว์น่ารักมากๆเลย ชอบ

กลับไปถึง MRT Taipei Zoo ตอนเที่ยงพอดี เพราะทางไป gondola ต้องผ่าน MRT ไปก่อน
แล้วเดินต่อไปอีก…900เมตร โอ้แม่เจ้า อย่างไกล
ตอนนั้นอากาศเริ่มร้อนแล้ว ไม่มีฝนตกแล้ว แถมปวดท้องอีก
ตัดสินใจอยู่พักนึงว่าจะเอาไงดี จะไปต่อไหม นึกไปนึกมา ก็คิดได้ว่าจะเสียเวลาคิดทำไม ไปโลดเลย อย่ามัวรีรอจะยิ่งเสียเวลา

ไปถึงสถานี Gondola ก็ต้องขึ้นไปอีก 4 ชั้นถึงจะถึงจริงๆ
ในที่สุดก็ได้นั่งแล้ว กอนโดลาาาาาาาาาาาา ~~~~~~~~~~~~~~~~~~

กระชับพื้นที่Gondolaเลย ทั้งลำนั่งอยู่คนเดียว ถ่ายรูปอย่างสนุก วิวสวยมากๆ มองเห็นเมืองได้ทั้งเมืองเลย

เห็นตึก Taipei101 ด้วย ไหนๆก็ไม่ได้ไปละ ถ่ายรูปจากไกลๆซะหน่อยละกัน

สถานีรองสุดท้าย Zhinan temple station มีวัดให้ไปสักการะกันได้ แต่เราไม่ได้ลง เลยได้แต่ไหว้จากบนgondola และถ่ายภาพไว้

พอไปลงสถานีปลายทาง Maokong Station ก็ไปเดินหาร้านขนมของฝาก พิกัด[N 24.97034 E 121.59220]
อุตส่าห์ไปดูสถานที่จริงจาก google map เรียบร้อยแล้ว ปรากฎว่า 900 เมตรจากMaokong Station นี่มันไกลกว่าใจคิดมาก
เดินไปได้ซักพัก รู้สึกเหมือนไม่เห็นจุดหมายซักที แถมเป็นทางเดินขึ้นเขาตลอด ร้อนด้วย
เวลาก็ล่วงเลย กลัวจะตกเครื่องบิน เลยหันเรดาร์กลับ
ขากลับเดินง่ายหน่อยเพราะเป็นทางลงเขา ก็ไปกินมาม่าที่ Hi-life สาขา Maokong เสร็จแล้วรีบดิ่งกลับที่พัก

กว่าจะกลับถึงที่พักก็ประมาณ บ่าย3โมง ต้องขึ้นเครื่องไฟลท์สองทุ่ม แต่อยากไปถึงสนามบินซัก 4 โมง(จะรีบไปไหน – -“)
เลยไม่มีทางเลือก ต้องนั่งแท็กซ๊๋ไป ปวดใจมากๆ อุตส่าห์ประหยัดมาทั้งทริป มาเปลืองเอาตอนจะกลับ

ยามที่ Academia Sinica โทรเรียกแท็กซี่ให้พร้อมต่อรองราคา ได้ 1000NT (ซีดเลย)
ไปถึงสนามบิน 4โมงเย็นพอดี แต่เค้าเปิดให้ check in 5โมงเย็น
ก็เลยไปทำ self-checkin ก่อน เลือกที่นั่งตามสะดวกเลย ชอบ KLM ก็เพราะแบบนี้แหละ

ระหว่างรอ ก็กินมาม่าไปอีกถ้วย เสร็จแล้วก็เข้าไปรอด้านในของสนามบิน รอกลับเมืองไทย
เครื่องดีเลย์หน่อยนึง กว่าจะถึงเมืองไทยโดยสวัสดิภาพ ก็ประมาณ 5 ทุ่มกว่า เหนื่อยมาก แต่สนุกมาก และประทับใจมาก


สรุปค่าใช้จ่ายคร่าวๆของการไปเยือนไต้หวันคราวนี้ 4คืน 4วัน
ค่าเครื่องบิน 9200 บาท
ค่าที่พัก 5600 NT
ค่าเดินทาง+ของกิน+ของฝาก+จิปาถะ 4900 NT

กับครั้งแรก ที่ได้เดินทางออกนอกประเทศตัวคนเดียว เที่ยวคนเดียว มั่วคนเดียว แต่ไม่โดดเดี่ยว
เพราะคนไต้หวันน่ารักมาก มีน้ำใจ คอยช่วยเหลือตลอด ประทับใจมากๆเลย
ใครจะไปคิด ว่าคนที่พูดจีนไม่ได้ อ่านจีนไม่ออกแบบเรา จะสามารถเที่ยวเมืองที่คนพูดอังกฤษไม่ค่อยได้ ได้สนุกแบบนี้
ก็เพราะว่าการท่องเที่ยว มันไม่ใช่แค่ไปให้ถึงจุดหมาย แต่มันคือการมีความสุขไปกับประสบการณ์ที่ได้สัมผัสระหว่างทางต่างหาก
เพียงแค่คุณเปิดใจ หาข้อมูล เตรียมความพร้อม ก็ไม่มีอะไรไกลเกินฝันหรอก
ขอให้ทุกคนมีความสุขกับการเดินทางค่ะ

Repost from http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=littlew00dy&month=07-03-2012&group=9&gblog=8

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s