>> ตะลุยเดี่ยวเที่ยวไตัหวันในวันฝนพรำ #4 CKS Memorial hall + Yangmingshan Natural Park+ Shilin Night Market <<

>> ตะลุยเดี่ยวเที่ยวไตัหวันในวันฝนพรำ # 4  CKS Memorial hall + Yangmingshan Natural Park+ Shilin Night Market <<

วันที่สี่…วันรองสุดท้าย วางแผนจะไปหยางหมิงซาน ไปดูดอกไม้
แต่จากที่คุยกับ receptionist แล้วเค้าบอกว่า ที่ CKS Memorial hall มีซากุระด้วย ก็เลยเอาไปแทรกโปรแกรมก่อนไปหยางหมิงซาน

ตื่นแต่เช้าเลย ตั้ง6โมงแหนะ แต่ว่ากว่าจะแต่งตัวต้อนรับอากาศอันหนาวเหน็บ อาหารเช้าก็พึ่งกาแฟซองฟรีของห้องพัก กับเค้กที่เหลือจากวันแรก
วันนี้เป็นเช้าวันแรกบนแผ่นดินไต้หวันที่ฝนไม่ตก เลยถ่ายรูปรอบๆที่พักเล่นซะหน่อย

ไปถึง MRT Nangang ก็ 8 โมงกว่าแล้ว ไปถึงสถานี Chiang-Kai-Shek Memorial hall เกือบๆ 9 โมง อากาศดีมากๆ
คือไม่หนาวเกินไป เย็นๆสบายๆ คนก็ไม่เยอะมาก ถ่ายรูปเพลินเลยแหละ

เสร็จแล้วก็ต่อ MRT ไปลง Shilin สายสีแดงเลยไม่ต้องเปลี่ยน สบายไป
ตอนนั้นหิวมากๆ อาหารเช้าอันน้อยนิดย่อยหมดแล้ว เลยไปแวะกินร้านข้างทาง อยู่แถวๆ MRT
เบอร์เกอร์+นม 45NT มื้อนี้ถือว่าไม่แพง เพราะเบอร์เกอร์ชิ้นใหญ่มาก จนลูกชายเอาหัวมุดเข้าไปดูเลย โหะๆ

จากexit1 ของ MRT Shilin ให้เดินตรงไปเรื่อยๆ แล้วเลี้ยวซ้ายไปตามถนนzhongzheng ให้รอรถเมล์สาย R5 ที่ป้ายแรกเลย
เราเก็บเบอร์เกอร์ไว้ครึ่งชิ้น(กินไม่หมด) ไว้กินบนเขา แต่ก็กลัวจะไม่พอ เลยไปซื้อยาคูลท์ในมินิมาร์ท เสร็จแล้วก็มารอรถ

รอประมาณสิบนาทีรถก็มา คนไม่เยอะมากแต่ว่าไม่ได้นั่ง เซ็งเลย รถก็ขึ้นเขาเลี้ยวไปเลี้ยวมา เมื่อยเลย
พอลงรถเสร็จก็ไม่รู้จะเดินไปทางไหน เลยยึดป้ายบอกทางไป visiter center ไว้ก่อน ก็เดินตามทางไปเรื่อยๆ

เหมือนคนบ้าถ่ายซากุระเลย เห็นที่ไหนต้องหยุดถ่าย
จริงๆแล้วเราว่าพญาเสือโคร่งก็สวยไม่แพ้กันเลย เพราะตอนเราไปเจอฟ้าใสมาก
ส่วนซากุระที่ไต้หวันมันดูหม่นๆเพราะไม่มีแดดเลย แต่ยังไงก็ชอบเหมือนกัน ไม่ต้องน้อยใจไป

อากาศไม่หนาวมาก แต่ดูบนยอดเขาสิ เมฆหรือหมอกก็ไม่รู้

ระหว่างทางร่มรื่นมากๆ มีน้ำตกด้วย
แล้วก็มีนักดนตรีคอยมาเล่นดนตรีตามระหว่างทางหลายคนเลย ชอบมากๆ
เดินไป ชมดนตรีไป มีความสุข

ที่อ่านๆรีวิวมาว่ามีซื้อตั๋วเหมารถ 1018 60NT เราก็ไม่รู้ว่ามีจริงๆรึเปล่าเพราะหาไม่เจอ
คือเราอุตส่าห์เดินไปถึง visitor center แถวๆที่จัดงาน flower festival ถามเค้าเรื่องรถ เค้าก็งงๆ แถมพูดอังกฤษไม่ได้อีกต่างหาก
ก็มองซ้ายมองขวา หาคนหน้าตาเด็กๆหน่อย แล้วก็ถามว่าพูดอังกฤษได้ไหม เค้าก็ตอบว่าได้…เสร็จโจร หึหึหึ จงมาเป็นล่ามให้เราซะดีๆ

ก็ถามเค้าเกี่ยวกับป้ายรถกับสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ค่ารถที่วนขึ้นไปบนเขาก็เที่ยวละ 15NT ถ้าลงแล้วขึ้นใหม่ก็ติ๊ดใหม่ตามปกติ
แต่ว่าที่ๆจะไปขึ้นรถ 1018 เนี่ย คือที่ๆเราลงรถ R5 มา ซึ่งก็คือที่ๆเราเดินจากมา
ฟังแล้วจะร้องไห้ กิโลกว่าเชียว ตอนเดินมาก็ไม่ได้อะไรมาก แต่พอรู้ว่าไปกลับสามโล นี่แทบทรุดเลย เหนื่อย !!!

แถมรู้เพิ่มมาอีกว่า ตรงvisitor centerที่เรามาถามเค้าอยู่ เหมือนมันจะไม่ใช่visitor centerจุดหลักที่เราจะไปจริงๆ (มิน่า เค้าถึงพูดอังกฤษมิได้ เห้อ!)
แต่ก็ยังโชคดีที่มีเหยื่อหลงมาเป็นล่ามให้เรา ไม่งั้นก็คงยืนงงอยู่ตรงนั้นไม่รู้จะไปทางไหน

ก็เลยเดินดูงาน flower festival มีซากุระ และดอกไม้อย่างอื่นอีกเยอะเลย แต่จะเป็นเอาดอกไม้มาปลูกมาวางซะมากกว่า ไม่ใช่ดอกไม้ที่ปลูกไว้อยู่แล้ว

อันนี้เป็นป้ายยักษ์จากดอกไม้ อ่านไม่ออก แต่สวยดี

อันนี้คล้ายๆดอกลาเวนเดอร์เลย ไม่รู้ใช่รึเปล่า ดูรวมๆแล้วจะสวยนะ แต่อย่าส่องใกล้มาก ดอกมันดูเหี่ยวๆ ฮ่าๆ

นี่เลย…ซากุระ มีหลายต้นมากๆเลย แต่เหมือนยังบานไม่เต็มที่ มันดูหรอมแหรมๆ

บางต้นก็ออกดอกเยอะแล้ว แต่ท้องฟ้าหม่นๆ มีแต่เมฆ เลยถ่ายรูปออกมาไม่ค่อยสวยเลย

เสร็จแล้วก็เดินกลับไปตรงที่ลงรถ R5 เพื่อขึ้นรถสาย 1018 ไปบนภูเขา
ตอนนั้นเที่ยวกว่าๆแล้ว เริ่มกลัวจะไม่ทัน เลยต้องเดินไปวิ่งไป เลยเริ่มรู้สึกร้อนขึ้นมาบ้าง
เราก็เลยถอดผ้าพันคอมาพาดไว้บนไหล่ แล้วก็ไม่รู้ว่ามันหายไปตอนไหน รู้ตัวอีกทีก็อยู่บนรถ 1018 แล้ว
เศร้ามากๆ นี่เป็นผ้าพันคอผืนแรกในชีวิตที่เราถักสำเร็จ มันยาวมากๆด้วย เพราะเรากะเอาไว้ใช้กันหนาวไม่ใช่ใช้เป็นแฟชั่น
ตอนนั้นยังมองโลกในแง่ดีว่า อาจจะมีคนเก็บเอาไว้ให้ก็ได้ คิดว่าพอลงจากเขาแล้วจะไปตามหาดู

ภาพสุดท้ายที่ยังมีผ้าพันคออยู่ เห็นแล้วคิดถึงอ่า >”<

พอขึ้นรถแล้วก็จองแถวหน้าสุดเลย (จริงๆคือที่อื่นเต็มหมดแล้ว)
ขับขึ้นเขาไปได้ซักพักก็เจอหมอกเลย แอบกลัวนะ เพราะว่ามองระยะได้ไม่ไกลเลย แต่คนขับรถเค้าคงชำนาญแหละ
ก็ใช้วิธีเดิมเลย คือเราจดตัวหนังสือจีนของที่ๆจะไปไว้ แล้วก็คอยมองป้ายเอา เผื่อเค้าเรียกแล้วเราฟังผิด หรือสำเนียงไม่ตรง

ป้ายแรกที่ลง Xiao you keng (小油坑)
จากที่ดูในเว็บมา จะเป็นภูเขากำมะถัน (เคยเป็นภูเขาไฟมาก่อน) แล้วจุดตรงนี้จะเห็นวิวเทือกเขาสวยมาก
ทั้งภูเขา Zhuzi, ภูเขา Datun, ภูเขา Qixing และภูเขา Xiaoguanyin

ป้ายที่เราลง มีคนลงทั้งหมด 3 คนรวมเราด้วย
อีก 2 คนเป็นแฟนกัน ชาวเอกวาดอร์ ก็เลยกลายเป็นเที่ยวกัน 3 คน เที่ยววันนี้ไม่เหงาแล้ว
คนผู้หญิงมาเรียนที่ไต้หวัน พูดภาษาจีนคล่องเลย ส่วนผู้ชายเค้าตามมาเที่ยวเฉยๆ พูดอังกฤษยังไม่ค่อยได้เลย

เดินๆมาแล้วก็เจอน้ำพุร้อนก่อนเลย (มีเพื่อนร่วมทริปก็ดีอย่างนี้ ได้ภาพที่มีตัวเองอยู่ในภาพด้วย อิอิ)

ดีเนาะมีเพื่อนไปด้วยเนี่ย จะถ่ายรูปก็ไม่ต้องมานั่งถ่ายตัวเอง หน้าก็ไม่บานมาก ฮ่าๆ
แต่ว่าก็ใช่ว่าจะดีเสมอไป ดั๊นไปกับสองคนที่เป็นคู่รักกัน เอะอะกอด เอะอะจูบ เราล่ะทำตัวไม่ถูก แหะๆ

ก็ตัดสินใจกันว่าจะเดินขึ้นเขาไปชมวิว (วิวหรือหมอก)
ทางเดินเป็นทางชันประมาณ 45 องศาตลอดทางเลย ทั้งเส้นก็ 1.6 กม.
เดินไปซักพักก็เริ่มหอบ อากาศเย็นมาก แถมทางก็โหด(สำหรับเรา)
ยิ่งเดินยิ่งจะหน้ามืดเอา เพราะตอนนั้นก็บ่ายสองได้ แฮมเบอร์เกอร์ก็ไม่กล้าเอาออกมากิน เกรงใจเพื่อน
จนถึงจุดนึงก็หยุดพัก (เหนื่อยแทบขาดใจ) พอดีมีป้ายบอกระยะ…ผ่านมาได้ 200 เมตร !!!!!!!!!!!!!!!!
ยืนตัดสินใจอยู่ตรงนั้นว่าจะเอายังไงต่อไป ฝั่งผู้หญิงน่ะสบาย เดินตัวปลิว แต่ฝ่ายผู้ชายนี่สภาพไม่ต่างจากเรา ยืนหอบอยู่

ซักพักก็มีคนเดินลงมา เค้าบอกว่าข้างบนไม่เห็นอะไรเลย ก็เย็นๆ ลมแรงๆ แล้วก็มีดอกไม้
คนนั้นเค้าดูเดินคล่องมาก อุปกรณ์เดินเขาพร้อม บอกว่าใช้เวลาเดินประมาณ 20 นาที
เห้อ แล้วพวกเราไม่เดินกันเป็นชั่วโมงเลยเหรอ ก็เลยสรุปว่าย้อนกลับดีกว่า Mission Fail!!

ต้องออกมารอรถตรงป้ายรถเมล์ที่เราลงกันมาเมื่อกี๊ ก็นั่งรอหนาวๆไปเรื่อยๆ

ตามที่ตั้งใจไว้ตอนแรก ว่าจะไปแช่น้ำพุร้อนที่ Leng shui keng (冷水坑)
แล้วพอเห็นอากาศหนาวๆ ดูทุลักทุเล ก็เปลี่ยนใจจะไม่แช่ แต่ทำไปทำมาก็ยังสับสนอยู่ดีเพราะอุตส่าห์ไปถึงที่
พอถึงที่จริงๆก็ไม่ต้องตัดสินใจให้ยุ่งยาก เพราะเค้าปิดให้บริการในวันนั้น…จบข่าวเลย ฮ่าๆ
ก็เลยนั่งรถไปลงป้ายถัดไป Qing tian gang (擎天崗)
เดินๆไปแล้วเจอคล้ายๆศาลเจ้า ไว้สักการะเทพเจ้าผู้คุ้มครองแผ่นดิน

ตรงสถานที่นี้ จากที่อ่านรีวิวมา เค้าบอกว่าต้องเดินผ่านทางเดินคล้ายๆสะพานไปก่อน แล้วจะเจอทุ่งหญ้าที่ราบกว้างๆ

แต่พอไปเจอของจริง…เหมือนเดิม มีแต่หมอก ก็เลยถ่ายๆรูปมานิดหน่อย แต่ไม่ได้เดินไปจนสุดทาง(กิโลกว่าๆ)
เพราะสภาพอากาศไม่น่าไว้วางใจอย่างที่เห็น (บวกกับเหนื่อยและหิว…หมดแรงเดิน)

พอลงไปถึงตรงข้างล่างอุทยาน เราก็ไปเดินตามหาผ้าพันคอ ซึ่งหาไม่เจอ
ก็เลยเดินไปถามจนท.เค้า ว่าจะถามว่ามีสถานที่คล้าย information center รึเปล่า เผื่อมีคนเก็บผ้าพันคอเราได้ ไรงี้
ซึ่งเค้าก็พูดอังกฤษมิได้ Y_Y แต่เราก็เจอเหยื่อเดินมาพอดี(อีกแล้ว) เป็นวัยรุ่นสองคน เราก็ให้เค้าช่วยเป็นล่ามให้
เราให้เค้าถามจนท. ประมาณว่าขอคำแนะนำ ว่าจะทำยังไงดี เค้าบอกว่าแถวๆนี้มีสถานีตำรวจ
ปรากฎว่าวัยรุ่นสองคนนั้นพาเราเดินไปสถานีตำรวจด้วย แถมคุยกับตำรวจให้ด้วย ใจดีมากๆเลย
ถึงแม้ว่าสุดท้ายแล้ว หลายๆคนจะเห็นว่าผ้าพันคอของเรามันเป็นแค่ของธรรมดาไม่มีราคาค่างวดอะไร
แต่อย่างน้อยการที่เราทำผ้าพันคอหาย มันก็ทำให้เราได้เห็นน้ำใจอันน่ารักของคนไต้หวันบางคน ประทับใจมากๆเลย

ก็เดินเซ็งๆกินแฮมเบอร์เกอร์(ที่เหลือจากตอนเช้า) แล้วนั่งรถ R5 สายเดิม ไปลงตลาดซื่อหลิน
กลัวเหมือนเดิมว่าจะลงผิดป้าย แต่อารมณ์เราตอนนั้นมันเซ็งๆแล้ว ประมาณว่าถ้าเลยป้ายก็ช่างมัน เดี๋ยวนั่งย้อนกลับเอา
ปรากฎว่าถึงป้ายตลาดคนลงเกือบหมดรถเลย เราก็เดินไปแถวๆใต้ MRT มีวัยรุ่นเด็กนักเรียนนั่งกันเยอะเลย ก็เลยไปนั่งบ้าง เมื่อยมาก ยืนมาตลอดทาง

ที่เดินตลาดไม่ได้ถ่ายรูปไว้เลย เพราะเมื่อยมาก ทั้งขาทั้งเท้าทั้งแขน ทั้งเหนื่อยใจผ้าพันคอหายอีก
แต่ไหนๆก็มาถึงที่แล้ว ก็เดินเล่นกินลมชมวิวไปเรื่อยๆ (แอบเสียดายเหมือนกันที่ไม่ได้ถ่ายรูปไว้ แต่สภาพร่างกายตอนนั้นมันไม่ไหวจริงๆ)

ไปเล่นเกมส์(เหมือนงานวัด) บิงโก กับโยนห่วง ด้วยหวังว่าวันนี้โชคร้ายทำของหาย คงจะมีโชคดีกับเค้าบ้าง แต่ก็ไม่เลย โดนกินตังเรียบ – -”
ไก่ทอด hot star ก็ไม่ได้ซื้อ เพราะคิวยาวมากๆ ซื้อทาโกะยากิ เต้าหู้เหม็น ลูกชิ้น กลับไปกินตรงห้องพัก
แล้วก็ซื้อเสื้อผ้ากับขนมของฝากนิดหน่อย เป็นอันจบวันอันแสนยาวนานและเหนื่อยล้า

Repost from http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=littlew00dy&month=07-03-2012&group=9&gblog=7

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s