>> ตะลุยเดี่ยวเที่ยวไตัหวันในวันฝนพรำ #2 วัดหลงซาน + เย่หลิว + จิ่วเฟิ่น <<

>> ตะลุยเดี่ยวเที่ยวไตัหวันในวันฝนพรำ #  2 วัดหลงซาน + เย่หลิว + จิ่วเฟิ่น <<

ก่อนไปก็มีคนเตือนมาแล้ว ว่าอากาศค่อนข้างหนาว+มีฝนตก เราก็เตรียมร่ม+เสื้อกันฝนไปพร้อม แต่เสื้อกันหนาวดันไม่พร้อมนี่สิ
เพราะเสื้อกันหนาวเราหนามาก เอาไว้ขึ้นดอย กลัวว่าถ้าใส่แล้วจะเวอร์ไป เลยเอาแต่เสื้อคลุมไป สรุปว่าซวยเลย หนาวตลอดทริป T_T
เปิดดูเว็บพยากรณ์อากาศแล้วอยากจะร้องไห้ นี่มันอากาศบนยอดดอยชัดๆ ขนาดอยู่ในเมืองนะ แล้วถ้าต้องขึ้นเขานี่ไม่รู้จะยังไง เห้อ
แถมดันมาไม่มีฝนเอาวันกลับ ช่างโชคดีเสียนี่กระไร แต่ชีวิตก็ต้องเดินต่อไป สู้ตายอยู่แล้ว ^_^

ทีนี้ก็ต้องใช้วิชาเอาตัวรอดในยามคับขัน มีเสื้อกี่ตัวก็ขนมาใส่ทับๆกัน
สรุปว่าใส่เสื้อ3ชั้น + ผ้าพันคอ + ถุงมือ กางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบ คือดีที่สุดเท่าที่หาได้แล้ว ลุย!!!

ไปเที่ยวคราวนี้เราใช้หลักการเดียวกับการถ่ายรูปเลย คือแกล้งโง่ไว้ก่อน มีอะไรให้ถามไว้ก่อน (ถึงแม้จะมีข้อมูลแล้ว)
ก็ไปถาม receptionist ว่าจะไปวัดหลงซานจะไปยังไง เค้าก็บอกเลยว่า ขึ้นรถเมล์สายอะไรได้บ้าง ไปต่อ MRT Nangang แล้วไปลงสถานีนั้นเลย
เย้ คราวนี้ก็สบายไปเปราะนึง ไม่ต้องไปงงกับสะพานลอยตรง Nangang Exhibition Hall ละ
วัดหลงซานอยู่ห่างจากMRT 1 บลอกถนนพอดี แต่เราดันไปเสียเวลาหลงทางหน่อยนึง ดีที่ย้อนกลับมาทัน ไปถึงวัดประมาณ 8 โมงครึ่ง
ชอบวัดหลงซานมากๆเลย เค้ามีสวดมนต์กันตอนเช้า ฟังแล้วมีสเน่ห์มากๆ
แล้วก็เดินไหว้พระรอบวัด คือไม่สามารถเอาธูปไปปักใส่กระถางธูปได้เพราะมันเยอะมาก ต้องโยนปักลงไป แปลกดี ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนเลย
ไหว้พระเสร็จแล้วก็ออกมา ซื้อสร้อยข้อมือมาเส้นนึง 50NT หลังจากส่งภาษาใบ้กันอยู่นาน
ประทับใจคุณแม่ค้ามากๆ คือข้อมือเราเล็ก เค้าก็นั่งแก้ปมมาตัดใหม่ให้พอดีกับมือเรา สุดยอดมาก แบบว่าใส่ใจในทุกรายละเอียด

เวลาประมาณ 9 โมงเช้า ตารางที่เหลือก็มี Chiang-Kai-Shek Memorial hall , Yehliu , Jioufen
แต่ด้วยเวลาแล้ว กลัวตอนหลังๆจะไม่ทัน ก็เลยตัด Chiang-Kai-Shek Memorial hall ทิ้งไป มุ่งหน้า Yehliu เลย
ไปถึง MRT Taipei Main Station ก็ตามหาทางออก Z3 ตามรีวิวในพันทิปเลย แต่หา z ไม่เจอ เจอแต่ M
เราก็โง่นึกว่ามันเหมือนกัน เดินหา M3 จนจะออกอยู่ละ เลยลองถามจนท.เค้าดู ปรากฏว่าเดินมาผิดทาง ฝั่งทางออก M ต้องย้อนกลับไปอีกทาง – -”
สรุปว่ากว่าจะเดินไปขึ้นรถไป Yehliu ก็ประมาณ 20 นาทีได้ ซื้อตั๋วราคา 96NT แล้วก็บอกคนขับไว้ ว่าถึงแล้วให้ช่วยบอก คราวนี้คนขับฟังออก เย้!!!

กว่าจะไปถึงก็ประมาณ 11 โมงแล้ว พอลงรถปุ๊บ ทั้งฝนทั้งลม อย่างหนาวอะ เดินไปสั่นไปร่มก็บอบบางมาก (ร่มเราไว้กันแดด ใช้กันลมกันฝนไม่ค่อยได้)
เดินไปเรื่อยๆ หิวก็หิว หนาวก็หนาว พอเจอร้านอาหารเลยพุ่งเข้าไปก่อนเลย หินเหินอะไรไว้ก่อนละ ยังไม่ดู
ร้านชื่อ Brunch น่ารักดีอะ เราเลย have brunch ที่ร้าน brunch นั้นซะเลย
ไม่มีเมนูภาษาอังกฤษใดๆ ด้วยความเรื่องมากไม่อยากกินเบอร์เกอร์ เราก็ถามๆเค้าทีละอย่าง ว่าอันนี้อะไร ทำมาจากอะไร ราคาเท่าไหร่
จบลงด้วยอันนี้ ไม่รู้เรียกว่าอะไร เป็นแป้งกับไข่ แล้วราดซอสเค็มๆ อร่อยดี มื้อนี้ อาหาร 25 NT + นม 25 NT

ตรงข้ามร้านเป็นวิวอ่าวจอดเรือพอดีเลย เห็นสวยดีเลยไปยืนท้าลมถ่ายรูปเล่นมา

เดินผ่านศาลเจ้า ก็เข้าไปไหว้มือทีนึง แล้วเดินต่อ
ไปถึง Yeh Liu Geo Park ฝนตกปรอยๆ เจอคนมาขายเสื้อกันฝนเพียบเลย แต่เราต้องถ่ายรูปนี่นา จะใส่เสื้อกันฝน กันแต่ตัวเอง ไม่กันกล้อง งี้เหรอ มันก็ไม่ได้อะ
เราก็เดินหนี แม่ค้าก็ตื๊อมาก พูดอธิบายข้อดีใหญ่เลย แต่เสียใจ หนูฟังไม่ออกนะคะ ยังไงก็ไม่ซื้อ ฮ่าๆ
ก็ซื้อบัตรค่าเข้า 60NT แล้วเดินเข้าไปดู อารมณ์เซ็งๆนิดหน่อย ไม่ค่อยตื่นเต้น เราว่าสามพันโบกบ้านเราสวยกว่าอีก
ตรงนี้มีดีที่เป็นทะเล บรรยากาศจะดีกว่า แต่เราไม่ค่อยชอบทะเล ฮ่าๆ ไอทะเลมันทำกล้องเราเลอะ
ฝนก็ตกๆหยุดๆ เลยไม่รู้จะเอายังไงกับชีวิต จะกางหรือจะหุบร่ม แถมร่มเจ๊งอีก ก็เลยเดินถ่ายรูปรอบๆ ไม่ได้ไปต่อคิวถ่ายรูปเศียรราชินีอะไรกับเค้าเลย

ประทับใจรูปปั้นคุณคนนี้มาก
ป้ายอธิบายบอกไว้ว่า มีเด็กนักเรียนมาเที่ยวแล้วตกทะเลไป คุณคนนี้เป็นชาวประมง ก็โดดลงไปช่วยเด็ก
แต่สรุปว่าทั้งสองคนโดนคลื่นกวาดลงทะเล เสียชีวิตทั้งคู่ เค้าเลยสร้างรูปปั้นเอาไว้ให้รำลึกถึงความกล้าหาญ
อ่านแล้วขนลุกเลย ถึงแม้คุณชาวประมงคนนี้จะเลือกเกิดไม่ได้ จะเลือกร่ำรวยไม่ได้
แต่เค้าเลือกที่จะทำความดี และจากไปอย่างให้คนจดจำความดีเค้าไว้ตราบนานเท่านาน

ประมาณบ่ายโมงก็นั่งรถต่อเพื่อไป Keelung ราคา 47 NT
นั่งรถไปชั่วโมงนึง เหมือนใกล้จะถึง แต่ไม่รู้ถึงรึยัง อยู่ดีๆก็มีคนลงเพียบ เราก็ตกใจ เลยหันไปถามฝรั่งเก้าอี้ตรงข้าม
เค้าถามว่าจะไปไหน เราก็บอกว่าจะไป Jiufen เค้าก็บอกว่า ต้องลงป้ายหน้า แล้วข้ามถนนไปรอรถ
สรุปว่าเค้าพาไปส่ง แล้วไปรอรถเป็นเพื่อนถึงป้ายรถเมล์เลย ใจดีมาก สองคนเป็นชาวกัวเตมาลา ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้จ๊ะ 🙂

โชคดีมาก รอรถแปบเดียวรถก็มา แต่คนเยอะมากๆๆฝนก็ตก กว่าจะยืนรอขึ้นรถก็สั่นเป็นเจ้าเข้าไปละ เห้อ
นั่งรถสาย 1013 ราคา 51 NT โชคดีที่ได้ที่นั่ง แต่ว่ามีอาม่าคนนึงขึ้นรถมา แล้วไม่มีใครลุกให้นั่งเลย
พอเราลุกให้ อาม่าก็โวยวายอะไรไม่รู้ แต่ตีความได้ว่าให้นั่งลง คนที่ยืนข้างๆอาม่าก็กดให้เรานั่งลง เราก็งงๆอยู่ว่าทำอะไรผิดรึเปล่า
ไม่รู้ว่าถ้าลุกให้จะทำให้เค้ารู้สึกเป็นคนอ่อนแออะไรแบบนี้รึเปล่า แต่ว่าพอดีอีกไม่นานก็มีคนลง อาม่าเลยได้นั่ง เย้ ^^

ทั้งง่วงทั้งหนาว จะนอนก็ไม่กล้านอน กลัวเลยป้าย เพราะทั้งรถเค้าช้งเช้งกันเสียงดังมาก แถมฟังไม่รู้เรื่อง
เรามีแค่คำว่า Jiufen เป็นภาษาจีน ก็คอยอ่านตัวหนังสือเอาเรื่อยๆ
ตอนอ่านรีวิวเค้าบอกไว้ว่าป้ายนั้นคนจะลงเยอะๆ แต่ว่าพอนั่งไป เราก็จะไม่รู้ว่าอะไรคือเยอะ บางป้ายคนลงเป็นสิบ ก็ไม่รู้ว่าเยอะรึยัง
คนขับก็จะตะโกนบอกชื่อป้าย แต่เราก็กลัวฟังสำเนียงเค้าผิดอีก กลัวนู่นกลัวนี่
สรุปว่าต้องพึ่งคำจีนที่จดมานั่นแหละ ที่พอจะทำให้ใจชื้นขึ้นมาบ้าง แต่พอถึงที่ เค้าก็ตะโกน จิ่วเฟิ่นๆ คนก็กรูกันลงเกือบหมดรถ
อืม…อย่างนี้เรียกว่าคนลงเยอะจริงๆแหละ ฮ่าๆ

ลงรถปุ๊บ…โคตรๆๆๆๆหนาวเลย เราเลยเข้าไปหลบที่ร้านขายร่มก่อน
แล้วก็ซื้อร่มใหม่มาอันนึง 100NT โครงทำจากพลาสติกอะ ไม่รู้ทนไหม หนักมาก แต่ก็ดีกว่าไม่มีใช้อะเนาะ
ได้ร่มแล้ว ก็ไปตรงท่ารถ ถ่ายรูปวิวซะหน่อย แต่แทบไม่เห็นอะไรนอกจากหมอกเล้ย

เมืองในหมอก ~~~~~~~~

ชอบตลาดนี้นะ มีเอกลักษณ์มากๆ อยากจะถ่ายรูปแต่ก็ไม่สะดวกเลย ต้องกางร่ม ไหนจะหนาวอีก ก็เลยเดินๆไปเรื่อยๆ
ซื้อตุ๊กตาสุดน่ารักตัวนี้มา ตัวละ 50NT 10แถม1 แต่ซื้อเราไม่ถึงหรอกนะ เยอะเกิ๊น

กินอันนี้ด้วย ไม่รู้เรียกว่าอะไร กลิ่นเหมือนถั่วเขียวต้ม แต่พวกเครื่องเหมือนบัวลอย ไม่อร่อยเลย แต่แพง ตั้ง 40NT เลยต้องทนกิน
ชอบบรรยากาศร้านมาก กลิ่นอายโบราณมากๆ ถือว่า40NT ซื้อบรรยากาศและที่นั่งหลบลมละกันเนาะ

เวลาผ่านไปเร็วมากๆ เผลอแปบเดียวก็ 5 โมงเย็นแล้ว เลยรีบหารถกลับไทเป
พอเดินออกมานอกตรอก โอ้! คิวรถยาวมากๆ เป็นร้อยเมตรได้เลยมั๊ง เราเลยเดินไปถามคนนึงว่าใช่แถวรอรถที่จะกลับไทเปรึเปล่า
เค้าก็บอกใช่ เราเลยเดินไปต่อคิว พอผ่านไปได้ซักพัก คนคุมคิวรถก็พูดอะไรไม่รู้ (ฟังไม่ออก) แล้วก็มีคนออกจากแถวไปตั้งแถวใหม่
เราก็ไม่รู้จะทำไงดี เลยวิ่งตามไปด้วย เสร็จแล้วก็ถามคนในแถวว่า นี่คิวของอะไร เค้าก็บอกว่า จะไปxxx (ที่ไหนไม่รู้ จำไม่ได้ละ)
อ้าว…แบบนี้ก็ไม่ใช่กลับไทเปสิ โง่เลย เดินกลับไปต่อคิวใหม่ ยาวกว่าเดิมอีก หนาวก็หนาว เซ็งมากด้วยความโง่ของตัวเอง

กว่าจะได้ขึ้นรถก็ประมาณ5โมงครึ่ง โชคดีที่ได้นั่ง รถไปจอดแถว MRT Zhongxizo Fuxing ตอนทุ่มนึง
ตามแพลนคือจะไปตลาดแถว Ximen แต่เราดันนั่งรถ Bannan line ไปฝั่ง Taipei Nangang Exhibition Hall เพราะเบลอ นึกว่าเป็นTaipei Main Station
ตอนนั้นก็ประมาณทุ่มครึ่ง ถ้าย้อนกลับไป ไหนจะเดินอีก คงจะกลับที่พักดึก เราเลยขี้เกียจ กลับเลยดีกว่า
อาหารมื้อเย็นจึงเป็นข้าวกล่อง Hi-Life แสนรันทดอย่างที่เห็น แพงด้วย ตั้ง 65NT ตลาดก็ไม่ได้เดิน เศร้าเลย…

Repost from http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=littlew00dy&month=06-03-2012&group=9&gblog=5

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s