ตะลุยฝนไปตามหาดอกลิ้นมังกร ณ น้ำตกหมันแดง :: สวยงามดังฝัน

ตื่นเช้ามาฝนหยุดตกแล้ว อากาศสดชื่นสุดๆ เลยถ่ายรูป “ดำ” ฮีโร่ประจำทริปคู่กับบ้านพักอุทยานผู้คุ้มกะลาหัวเราเมื่อคืนนี้ไว้ซักหน่อย

DSC04489_

อาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ทำอาหารเช้าง่ายๆกินกัน แล้วก็จัดเสบียงเตรียมไปกินที่น้ำตกตอนกลางวัน

เส้นทางศึกษาธรรมชาติที่น้ำตกหมันแดงเนี่ย ระยะทางประมาณ 3.5 กิโลเมตร มันแปลกกว่าน้ำตกทั่วๆไปที่เราเดินขึ้นไปที่ต้นน้ำ แต่หมันแดงเนี่ย เราเดินลงไปข้างล่างเรื่อยๆเลย ยิ่งล่างเลขชั้นก็ยิ่งมาก จริงๆแล้วน้ำตกมันมี 32 ชั้น แต่ว่าชั้นที่เค้าให้ไปเดินท่องเที่ยวและถ่ายภาพได้แค่ ชั้นที่ 1 ถึง ชั้นที่ 9 ซึ่งที่สุดแล้วเราไปแหมะอยู่ที่ชั้น 5 พอแล้วชีวิตนี้ ฮ่าๆ คือเหนื่อยพอแล้ว เดินไม่ไหวแล้ว และที่เห็นก็คือพอเท่าที่ใจต้องการแล้ว อยู่ดื่มด่ำกับสิ่งที่ต้องการน่าจะดีกว่า

(เราว่าเรามีรูปเราก่อนลงน้ำตกนะ แบบชุดยังสะอาดๆอยู่ แต่ไม่รู้อยู่กล้องใคร ไว้ไปทวงมาได้แล้วค่อยอัพเพิ่ม -*-)

พอไปถึง ก็มีจนท.ที่จะนำทางมารออยู่ พร้อมกับอีกกรุ๊ปนึง เย้^^

พี่จนท.แจกไม้เท้าให้ มันก็อี๋ๆเลอะๆนิดหน่อย เค้าบอกว่าถือไปเถอะ ตอนนี้ยังไม่มีอะไร แต่พอลงไปล่างๆแล้วมันจำเป็นมาก เดินตอนแรกๆ กรุ๊ปเราเดินนำอีกกรุ๊ปนึง เพราะเค้ามัวหยุดถ่ายรูปบ่อย แต่มาตอนหลัง อีกกรุ๊ปเดินนำไปไกลเลย ไม่เห็นฝุ่นเลย เพราะกรุ๊ปเราแต่ละคนเดินช้ามาก ลื่นกันสนุก แก๊งนั้นสงสัยเดินป่ากันบ่อยเลย

นี่ๆๆๆๆๆๆ ดูเหมือนไม่ค่อยสวย แต่ด้วยชื่อของมันทำให้ต้องหยุดต่อคิวถ่ายรูปเลยทีเดียว ชื่อของมันคือ “เอื้องหมันแดง”  ดอกเล็กมากๆ อยู่ริมทางเลย ถ้าไม่มีพี่จนท.ชี้บอกเราคงไม่รู้จัก

DSC04495_

อากาศก็ชิลๆนะ ฝนไม่ตก อากาศเย็นๆ หมอกๆ เดินพอเหนื่อยไปได้ซัก 2 กม. จนท.ก็บอกว่า หลังจากนี้จะเริ่มมีทากแล้วนะ แล้วทางก็จะชันจะยากละ *0*

คือไม่รู้จะอธิบายยังไง ไม่ได้ถ่ายรูปตรงทางเดินไว้ด้วย คือเอาตัวเองให้รอดก็ยากมากแล้ว ก่อนมามีคนบอกว่ามันโหดนะ คือเราก็เข้าใจว่าโหด แต่ยังไม่เห็นภาพไง พอมาจริงๆคือ ยาก ลื่น แฉะ ชัน จนเราจะร้องไห้อะ ว่าต้องเดินแบบนี้ไปอีกเป็นกิโลๆจริงๆเหรอ แล้วจะตกเขาไหม จะบาดเจ็บไหม จะเดินไหวไหม มีแต่ความท้อแท้ในใจ แต่ลุยกันมาขนาดนี้แล้วมันก็ไม่ถอยอยู่แล้วอะ ต้องสู้ให้ถึงเส้นชัย

รองเท้าแสนแพงที่ซื้อมาจะมีประโยชน์ก็งานนี้ คือมันเป็นรองเท้าเดินป่าโดยเฉพาะ ดอกยางมันลึก มันเลยทำให้เราลื่นน้อยกว่าชาวบ้าน (มาลื่นแค่ครั้งเดียวตอนขากลับ) ซึ่งน่าจะเป็นเพราะรองเท้าเราดีสุด แพงสุด หรืออาจจะเป็นเพราะเราสวยสุดก็น่าจะเป็นได้ อันนี้ยังไม่รู้เหตุผลที่แท้จริง

เดินช้ากันจนพี่จนท.ต้องให้กลุ่มแรกเดินไปก่อนแล้วเค้าหยุดรอเรา ฮ่าๆ อันนี้ถ่ายน้ำตกไว้สองชั้น น่าจะเป็นชั้น 1 กับ 2 นะ ไม่แน่ใจแฮะ ตอนนั้นคือ เหนื่อย หิว อยากถึงปลายทางไวๆ แต่อีกใจก็อยากถ่ายรูปเก็บไว้ เลยถ่ายๆพอเป็นพิธีไรงี้

DSC04502_DSC04506_

รู้ตัวอีกทีคือแบบ ถึงชั้นที่ 5 แล้วนะ (ข้ามขั้นที่ 4 มาแบบไม่รู้ตัวเลย) เราแบบ เห้ย เหมือนในรูปที่เคยเห็นจากรีวิวเลย น้ำตกนี้ แล้วก็ดอกลิ้นมังกร มันใช่ๆๆ คือความสวยมันก็อย่างนึงอะ แต่อีกอย่างที่เราไม่มีทางได้จากการอ่านรีวิว คือความภูมิใจ อ่านรีวิวเราก็แค่แบบ เห้ยรูปนี้สวย จบ แต่อันนี้คือเราเดินมาด้วยความยากลำบากมากกกก แทบจะคลานมา เพื่อจะมาเห็นสิ่งที่สวยมากๆแบบนี้ สวยมากจริงๆ และยิ่งสวยมากขึ้นเพราะความลำบากที่เราฝ่าฟันเข้ามาเนี่ยแหละ สวยสมใจสมกายเลยหละ ในที่สุดเราก็มาหาเธอจนได้แล้วนะ น้ำตกหมันแดงกับดอกลิ้นมังกร ^_____^

DSC04518__

ณ จุดนั้นคือหิว ขอกินเอาแรงก่อน ปวดฉี่ด้วย ฮ่าๆ แต่พอกินเสร็จ คำนวณเวลาแล้ว ถ้ามัวไปเดินหาที่ฉี่เนี่ย จะเสียเวลาถ่ายรูป สรุปว่าเราเลยอั้นฉี่ไปจนถึงตอนกลับเลย บรึ๋ยๆๆ

น้ำตกมันแรงมากนะ นั่งกินอยู่ห่างออกมาซัก 20 เมตรได้ คือละอองน้ำโดนตัวจนเปียกเลย แล้วตอนไปถ่ายรูปใกล้ๆนี่เปียกเหมือนเปียกฝนเลย แรงมากจริงๆ แต่เราก็เต็มใจจะเปียกฝนอันนี้ อิอิ

DSC04522__

รูปที่ถ่ายมามันก็ไม่ค่อยสวยมากนะ แบบตอนนั้นก็ยิงๆๆ ไม่ได้มีเวลามาเปิดดูแต่ละรูปเท่าไหร่ อยากจะคืออยากจะมองของจริงให้เยอะๆมากกว่ามามัวตั้งค่านู่นนี่ของกล้องอะ คือถึงรูปจะไม่สวย แต่ความงดงามทั้งหมดมันอยู่ในความทรงจำเราแล้วหละ ถึงถ่ายรูปเก่งแค่ไหนมันคงถ่ายทอดออกมาได้ไม่หมดอยู่ดี (นี่คือข้ออ้างของคนถ่ายรูปไม่เก่งแบบเรา ฮ่าๆ)

ตอนโทรไปถามเจ้าหน้าที่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เค้าบอกว่าดอกลิ้นมังกรเริ่มบาน ก็ทำใจไว้นิดหน่อยว่าแค่พอเห็นก็คงดีแล้ว ปรากฎว่าพอไปจริงๆเจอช่วงบานเต็มที่เลย ดอกลิ้นมังกรของจริงสวยมากๆ สวยเหมือนในฝัน ดอกมันเล็กๆกระจึ๋งเดียวเองนะ แล้วก็ลื่นๆเปียกน้ำตลอดเวลา แบบ น่าทะนุถนอมมากๆ โชคดีมากๆที่ไปเจอตอนฟูลบลูม มีความสุขจังเลย :))

DSC04531__

ตรงนี้แหละ ที่จนท.จะนำทางลงไปดูชั้นล่าง บางคนก็ลงไปนะ แต่เราไม่รู้จะลงไปทำไม สังขารก็ไม่ได้ละ แล้วสิ่งที่อยู่ตรงหน้ามันก็สวยงามจนเราไม่อยากจะไปขวนขวายอะไรเพิ่มแล้ว เย้เย

ขากลับ เค้าว่าจะไวกว่าขาลงมา มันก็จริงนะ ไม่รู้เพราะเรื่องแรงโน้มถ่วง หรือว่ากำลังขาเราเริ่มทนทานมากขึ้นแล้วก็ไม่รู้ จำไม่ได้ว่ามองไปที่หนทางข้างหน้าที่ไม่เห็นจุดหมายไปกี่ครั้ง เดินจนเหนื่อย จนท้อ จนไม่มองข้างหน้าแล้วมองแต่ตรงพื้นอย่างเดียว เหนื่อยมาก เดินจนถึงจุดนึงรู้สึกว่าไม่ไหวแล้ว หายใจไม่ทัน หน้ามืด ขอเค้าหยุดพัก จนดีขึ้นแล้วก็ลุยต่อ

จนถึงทางใกล้จะจบ ก็เริ่มคุ้นทางกันแล้ว พี่จนท.บอกว่า เลอะกันแล้วเค้าจะพาออกอีกทาง ตอนเข้าไม่พาเข้าเพราะยังสะอาดอยู่ -*- แล้วพี่เค้าก็พาไปลุยน้ำอะ T_T น้ำเข้ารองเท้า เละ แล้วก็ลุยพงหญ้าพงน้ำ แลดูอันตรายมาก แต่ว่าเราต้องเชื่อมือพี่เค้า เค้านำทางมาบ่อยคงไม่พาเราไปเสี่ยงอันตราย

พอหลุดจากพงน้ำนั่น แม่เจ้า แบบว่า ดงมอสกว้างมาก สวยมาก เดินแล้วนุ่มๆไปหมดเลย เขียวชอุ่มสวยมาก คือคุ้มค่ากับที่รองเท้าไปจุ่มน้ำอะ สวยเหมือนฝันอีกแล้ว ละอากาศก็ชื้นๆฉ่ำๆ เหมือนเราหลุดไปอยู่อีกโลกนึงเลย ไม่เคยคิดว่าเมืองไทยจะมีอะไรที่สวยแบบนี้ด้วย ในรีวิวไม่มีบอกไว้ด้วย มันสวยงามเหมือนฝันและเราก็คงจะเก็บไว้แต่เพียงในความทรงจำ เพราะว่าไม่มีแรงจะหยิบกล้องขึ้นมาถ่าย (ไม่รู้เพราะคนอื่นที่เคยมาก็เหนื่อยรึเปล่าเลยไม่มีใครรีวิวทุ่งมอสนี้ไว้เลย อิอิ) แต่สวยมากจริงๆ

จบการเดินทางอันแสนเหนื่อยล้า คืนนี้ไปหาที่พักที่ภูทับเบิกนอน ได้บ้านพักใกล้จุดชมวิวเลย ลุ้นว่าพรุ่งนี้จะเจอทะเลหมอกไหม มาคราวก่อนก็พลาดไปแบบโง่ๆทีนึงละ ฮ่าๆ

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s