Chill out @ Samed

Chill out @Sang-Tian Beach, Samed

ทริปนี้เป็นการนัดเจอกันของก๊วนเพื่อนเก่าแก่สมัยมัธยม นัดกันตั้งแต่เมษา แต่เวลามาลงตัวเอาเดือนมิุถุนา
ก่อนไปก็เจอเรื่องหนักใจเล็กน้อย มีมรสุมเข้า ฝนตกพรำๆทั้งสัปดาห์เลย
แต่ว่าในเมื่อหัวใจมันเรียกร้อง เราก็ไม่จำเป็นต้องไปลังเลอะไรมากมาย มุ่งหน้าโลดสู่จุดหมายปลายทาง…เกาะเสม็ด…

ขึ้นรถตู้ตรงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิตอนเช้า มุ่งตรงสู่ท่าเรือนวลทิพย์
ระหว่างทางฝนตกหนักมากๆ แต่เชื่อไม๊ว่าในใจเราคิดว่า ถึงปลายทางแล้วมันจะดีกว่านี้ ฝนต้องไม่ตก อุปสรรคมันต้องหายไป

พอใกล้ถึงฝนก็ซาลงจนหายไป จนถึงท่าเรือก็ไม่มีฝนเลย แต่ว่าท้องฟ้าอึมครึม

ตอนแรกเราหาข้อมูลกันมา ว่าเรือข้ามฟากไปเกาะเสม็ด มีไปลงได้หลายหาด
ซึ่งเราตั้งใจจะไปหาดแสงเทียนกัน ท่าเรือที่ใกล้ที่สุดก็คือตรงอ่าววงเดือน แต่ว่าด้วยคลื่นลมแรง เรือก็เลยไปส่งได้แค่หน้าด่านเท่านั้น
นั่งเรือประมาณครึ่งชม.ก็ถึงหน้าด่านของเกาะเสม็ด ตอนนั้นงงๆกับแผนที่เกาะ ว่าเราอยู่ตรงส่วนไหน ไม่รู้ว่าแต่ละจุดมันไกลกันเท่าไหร่
เค้าบอกว่าให้นั่งรถสองแถวไป เราก็ไปตาม แถมเค้าก็นับราคาแปลกๆด้วย
คือถ้าจะไปหาดแสงเทียน เหมาทั้งคัน350
แต่ตอนนั้นทั้งรถเค้าจะไปหาดอื่น เจ๊เจ้าของรถเก็บตังมาได้7คน140 แล้วจะให้เรารวมไปด้วยกัน แล้วเก็บเราสามคนอีกสองร้อย
เจ๊บอกว่า ถ้าไม่จ่ายเหมาไปก็ต้องรอคนที่จะไปหาดเดียวกันให้ครบทั้งรถ แล้วก็เร่งให้ขึ้นรถ
คนในรถก็มองๆ ไม่รู้เค้าคิดว่าเราทำให้เค้าเสียเวลารึเปล่านะ ก็เลยขึ้นสองแถวไป
คิดไปคิดมา มันไม่ยุติธรรมเลยนี่นา ทำไม 7คน เสียเงิน140 แต่เราสามคนต้องเสียตั้งสองร้อย เพียงแค่ว่าขึ้นรถทีหลัง งี้เหรอ
ว่าจะไม่พูดละแต่พอขอพูดหน่อยนึงก็ยาวเลย ฮ่าๆ ปล่อยผ่านไปเรื่องค่ารถละกัน

เส้นทางเดินรถภายในเกาะนี่โหดมากจริงๆ ขรุขระ หลุมบ่อ มีครบทุกอย่าง
ถ้าไม่จับตรงที่นั่งไว้ดีๆนี่มีหวังกระเด็นลงข้างทาง
ก็ถือเป็นโชคดีที่ฟ้ามืดครึ้ม เพราะอากาศมันเย็นๆไม่ร้อนมาก ไม่งั้นโดนแดดเผาแน่ๆ

ไปถึงก็เดินwalk-inหาที่พัก (อันนี้เราทำการบ้่านมาละ ว่าถ้าlow season หาแบบwalk-inจะดีกว่า
เพราะห้องไม่เต็มอยู่แล้ว และเราจะได้ดูสภาพห้องจริงด้วย)

ได้ที่พักที่ แสงเทียน บีช รีสอร์ท ตอนแรกกะเดินเลยรีสอร์ทนี้ไปละ เพราะว่าที่หาข้อมูลมาราคาค่อนข้างแพง
แต่พอไปคุยจริงๆเค้าลดราคาให้ แถมห้องก็สวยด้วย ชอบมากๆเลย ^0^

//สภาพห้อง//

–เตียง นอนกันสามคน ^^ —

–เตียงจากอีกมุม–

–ในห้องน้ำ มีเครื่องทำน้ำอุ่นด้วย–

–กระจกในห้องน้ำ–

–แอ๊ะ ชักโครก มีสายฉีดด้วย ถูกใจมากๆ–

–อันนี้เป็นโอ่งน้ำ แต่ไม่ได้ใช้ สวยเกิน อิอิ–

–ทีวีก็มีนะจ๊ะ–

–มุมดอกไม้ เลยจับเจ้าแพนด้าลูกชายไปเกาะไว้–

–หน้าบ้านจ๊ะ–

–มุมรวมๆ นี่เป็นบ้านแฝดนะ แต่เราอยู่หลังขวา–

–มุมข้างๆ–

–หน้าบ้าน มีม้านั่งและที่แขวนตากเสื้อผ้าด้วย–

–ทางเดินไปทะเล เห็นทะเลอยู่ไกลๆแว๋บๆนู่น–

เข้าห้องไปเก็บของและนั่งพักเหนื่อยแล้วก็ไปหาข้าวกิน มื้อแรกกินข้าวผัดปู เยอะมากจนหลังๆต้องเลือกกินแต่ปู กินข้าวไม่หมด ฮ่าๆ
กินข้าวเสร็จก็ซักบ่ายสามกว่าๆ ก็เดินเล่นชิลๆไป

** ทางเดินหน้ารีสอร์ท **

** หมาทะเล **

** หมาน้อยคอยรัก **

** พาลูกชายมาเที่ยวด้วย **

** รูปคู่กับลูกชาย **

** สาวเปรี้ยว **

** สามสาว **

** รักหมาจริงปะเนี่ย – -” **

** หนูกลายเป็นคนแบกของไปแล้ว **

** แอบถ่ายเด็กฝรั่ง น่ารักเนาะ **

** หมาหงอย **

ตั้งใจจะเดินไปให้ถึงตรงลุงดำ แต่ว่าดันบ้าถ่ายรูปกันไปหน่อย เลยต้องวกกลับก่อนเพราะถ้าเดินไปจนถึงมีหวังตอนเดินกลับมืดแล้วแน่ๆ

** ฝั่งอ่าวลุงดำ **

** ฝั่งอ่าวแสงเทียน **

ทริปนี้อากาศเย็นๆสบายดีนะ แต่ว่าไม่มีแดดแล้วถ่ายรูปไม่สวยเลย นี่แหละหนาได้อย่างก็เสียอย่าง

ตอนเย็นมีฝนตกมานิดหน่อย(น้อยมากๆ) แปบนึงก็หยุด แล้วเราก็ไปกินมื้อเย็นกัน
ด้วยความที่กินมื้อกลางวันช้าไปเยอะ มื้อเย็นเค้าก็ให้ค่อนข้างเยอะ เลยกินแบบพุงกางเลย อาหารเป็นเช่นไรไปดูกันเลย

++ ข้าวสวย ++

++ กุ้งผัดผงกะหรี่ ++

++ ต้มยำกุ้งกะปลาหมึก ++

++ ปลาหมึกชุบแป้งทอด ++

++ รวมๆ ++

อาหารก็อร่อยนะ ไม่ได้ถึงกับเลิศรสอะไรแต่ก็อร่อยมากในความรู้สึกเรา
พนักงานก็บริการดี ตอนฝนตกเค้าก็จัดโต๊ะใหม่ให้ มียุงเค้าก็เอายากันยุงมาจุดให้ ประทับใจมากๆค่ะร้านอาหารแสงเทียนบีช รีสอร์ท

กินเสร็จแล้วก็ไปนั่งเล่นริมทะเล ชอบมากๆเลย อยากจะนั่งแบบนี้ไปตลอด ไม่อยากจะกลับกรุงเทพ
ไม่อยากกลับมาเรียน กลับมาทำงาน กลับมาเจอปัญหาบ้าบอให้หนักหัว
นั่งเรื่อยเปื่อยไปพักใหญ่ๆคนเค้าก็มาจุดพลุเล่นกัน เสียวๆมันหล่นลงหัวหน่อยๆ แต่ก็สวยดี

พอพลุหมดก็ถึงการแสดงของรีสอร์ท ก็คือโชว์ควงไฟ นักแสดงมีทั้งผู้ใหญ่และเด็ก ใส่แค่กางเกงขายาวสีดำ
แบบว่าตื่นตาตื่นใจมาก กลัวเค้าจะทำพลาด นักแสดงเค้าก็คงซ้อมมาเยอะแหละ ผู้ใหญ่นี่ยังมีพลาดแต่เด็กไม่เลย น่ารักมาก
แล้วก็มีเล่นฮูล่าฮูปที่จุดไฟด้วย อันนี้ก็ลุ้นมากเลย แต่ก็ผ่านไปด้วยดี ^^
พอการแสดงจบสามทุ่มก็กลับเข้าห้องไปอาบน้ำแล้วเข้านอน

เช้าวันรุ่งขึ้นก็ตื่นมาดูพระอาทิตย์ขึ้นตามธรรมเนียม และแน่นอนว่าด้วยสภาพอากาศเช่นนี้ T_T ไม่เห็นพระอาทิตย์
แต่ก็เดินเล่นไปตามแนวโขดหินทางที่จะไปอ่าววงเดือน เดินไปจนสุดทางที่เดินได้หนะ ก็ได้บรรยากาศไปอีกแบบนึง

///ตัวอะไรไม่รู้ อยู่ตามโขดหินเยอะแยะไปหมด ///

เสร็จแล้วกลับรีสอร์ทเก็บข้าวของให้เรียบร้อย เตรียมตัวเดินไปตรงอ่าวลุงดำ(อีกครั้ง) แล้วพอกลับมาจะได้ check out เลย
แย้(นามสมมุติ)เพื่อนเรา ดันรองเท้าหาย ถอดรองเท้าไว้หน้าห้อง ตื่นมาดันไม่อยู่ซะนี่
รองเท้ามันก็ไม่ได้ใหม่สวยงามหรือราคาแพงยังไงนะ ไม่รู้ทำไมหาย เลยต้องซื้อใหม่เลย99บาท จนกันไป ฮ่าๆ

เดินไปจนถึงสะพานตรงอ่าวลุงดำ แอบแปลกใจว่าบนสะพานมีร้านอาหารเยอะแยะเลย
มีคนถ่ายรูปกันอยู่ตรงปลายสะพาน เราก็เลยถ่ายรูปตรงกลางสะพานไปก่อน พอเค้าไป พวกเราค่อยไปยึดพื้นที่ 🙂

พอเริ่มสายๆแสงแดดก็เริ่มโผล่หน้ามาเยี่ยมเยียน ให้ความรู้สึกเหมือนมาทะเลจริงๆหน่อย

ก็ถ่ายรูปเล่นกันจนหนำใจ แล้วก็ไปจุดหมายสุดท้ายของทริปนี้…จุดชมวิวพระอาทิตย์ตก ฮ่าๆ

=========================

อ่านไม่ผิดหรอก จุดชมวิวพระอาทิตย์ตก จริงๆ แต่จะไปดูตอนกลางวันเนี่ยหละ ไหนๆตอนเย็นตอนเช้าก็ไม่เจอพระอาทิตย์ละ
ทางขึ้นอยู่ตรงแถวๆ horizon resort มันจะมีป้ายว่า ทางขึ้นชม sunset view point ก็เดินขึ้นไปตามทาง
พอสุดทางมันจะมีถนน เป็นสามแยก และไม่มีป้ายบอกอะไรอีกเลย ก็เลยเสี่ยงเดินเลี้ยวซ้ายไป
ยิ่งเดินยิ่งร้อนจนกลัวว่าจะมาผิดทาง แต่เดินไปได้ซักพักได้ยินเสียงคลื่น ก็เดินๆไปจนเจอ
โอ้ว มันเหมือนเป็นกึ่งๆหน้ามาอะ ลมแรงมาก คลื่นแรงมาก แดดแรงมาก ฟ้าสวยด้วย
บรรยากาศแบบนี้แหละที่หนูอยากเจอตอนมาทะเล แต่ได้เจอแค่ตอนจะกลับ แต่ก็ยังดีกว่าไม่เจอเนาะ

ชมธรรมชาติกันจนได้ีที่แล้วก็ได้เวลากลับ
ด้วยว่าวันกลับท้องฟ้าสดใส เลยมีหวังว่าเรือจะเข้ามาถึงอ่าววงเดือนได้ ก็เลยตัดสินใจจะลองเดินกันไปดู
(ไม่อยากจะเสียตังแพงๆให้เจ๊รถสองแถวอีกแล้ว!!!!)
กลับรีสอร์ทไปเก็บของ checkout แล้วก็เดินเท้าไปอ่าววงเดือนเสี่ยงดวงรอเรือ
แล้วก็ไม่ทำให้เราผิดหวัง มีเรือใหญ่มาจอดตรงอ่าวด้วย ดีใจๆ ก็เลยไปซื้อตั๋ว(จริงๆคือเพิ่มตัง20บาท จากที่ตอนแรกซื้อตั๋วว่าจะนั่งจากหน้าด่าน)
แล้วก็กินอาหารมื้อสุดท้ายบนเกาะเสม็ด…ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ อร่อยดีแต่ชามตั้ง50แหนะ

ที่มันเซ็งก็คือว่า แบตกล้องดันมาหมดตอนแดดสวยๆฟ้าใสๆเนี่ย
จริงๆเป็นความผิดเราเองหละที่ไม่ได้เอาที่ชาร์จมา ก็ไม่คิดว่าคุณเพื่อนจะถ่ายรูปกันมาราธอนขนาดนี้ ทุกทีเที่ยวสามวันแบตยังไม่หมดเลย
แต่ก็เอาเถอะ การที่กล้องแบตหมดก็ทำให้เราได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศจริงๆมากขึ้นอะนะ

สรุปค่าใช้จ่าย (สำหรับ3คน)

ค่ารถตู้ (200+180)*3
ค่าเรือข้ามฟาก (100+120)*3
ค่าเข้าอุทยาน 20*3
ค่าสองแถวไปหาดแสงเทียน 200
ค่าอาหารกลางวันมื้อแรก 200
ค่าอาหารเย็น 600
ค่าที่พัก 1000
ค่าอาหารกลางวันมื้อสุดท้าย 150

ตกคนละพันต้นๆ ถือว่าน้อยกว่างบที่ตั้งเอาไว้ที่พันห้าซะอีก (ก็เจ๊เล่นไม่ทำกิจกรรมอะไรเลย เดินเล่นอย่างเดียว ฮ่าๆ)

สนุกมากๆเลยกับการเดินทางมาเที่ยวเกาะเสม็ดครั้งแรก และรับรองว่าจะไม่ใช่ครั้งสุดท้ายแน่ๆ
ประทับใจมากๆ ทะเลสวย หาดทรายขาว ถึงท้องฟ้าจะใสบ้างไม่ใสบ้าง แต่บรรยากาศดีมากๆ

Repost from http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=littlew00dy&month=05-07-2011&group=2&gblog=29

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s