Part VI. สเน่ห์ของเมืองในสายหมอก

Part VI. สเน่ห์ของเมืองในสายหมอก

B1: ให้ตายสิ ปางอุ๋งหรอ มันไม่มีอะไรเหมือนที่เราคิดเลย
B2: แล้วคิดว่าอย่างไรล่ะ
B1: เรารู้แต่ว่าที่นี่วิวสวย อากาศดี แต่ไม่รู้ว่าจะมีชาวบ้านอยู่อย่างคึกคักขนาดนี้
B2: อ้าวหรอ กลับไปดูชื่อซะ หมู่บ้านรวมไทย
B1: ง่าา รวมไทยก็รวมไทย แต่ทำไมแต่งตัวเหมือนชาวเขาเลยล่ะ
B2: เมื่อก่อนพื้นที่แถบนี้ ชาวบ้าน(ชาวปางอุ๋ง)ทำไร่เลื่อนลอยจนผืนดินเสื่อมโทรม จนพระราชินีได้พระราชทานพื้นที่แถบนี้เป็นโครงการพระราชดำริ ทั้งยังพัฒนาจนอุดมสมบูรณ์และสวยงามดังเช่นทุกวันนี้ยังไงล่ะ แม้ชาวบ้านพวกนี้จะเป็นแค่ชาวเขา แต่พวกเขาก็รักผืนแผ่นดินไทย และหวงแหนผืนแผ่นดินนี้ไม่น้อยไปกว่าคนไทยคนไหน หมู่บ้านนี้เลยชื่อ หมู่บ้านรวมไทย เสมือนว่าที่หมู่บ้านนี้พัฒนามาได้ดังที่เห็น ก็เพราะความร่วมมือร่วมใจของคนไทยและชาวไทยภูเขาไงล่ะ
B1: Oh I see.

และแล้วมอเตอร์ไซค์สามคันนี้ก็มาถึงจุดหมายปลายทางของพวกเขาจนได้…ปางอุ๋ง…ไปโลดดดด
< บัตรผ่งบัตรผ่าน ไม่มี๊ >

(จนถึงตอนนี้เราก็ยังไม่เข้าใจอะ หาในเว็บไหนๆก็บอกต้องไปขอบัตรอนุญาต แต่เราไม่ได้ขอจริงๆ ทหารเค้าก็ไม่ตรวจเลยด้วย แต่ปีนี้จะกลับไปอีก คิดว่าคงจะไปขอแหละ จะไม่ไปถึงวันอาทิตย์พอดีอีกละมั๊ง ^^ ว่าจะไปขอประกาศนียบัตรด้วย)พอเข้าไป มีบ้านชาวไทยภูเขาอยู่เยอะเลย คนเค้าก็แต่งตัวชุดพื้นบ้านเค้า แล้วก็เปิดเป็นโฮมสเตย์ เลี้ยงเป็ดเลี้ยงไก่
แต่เราไม่ได้พักแบบนี้อะ จะไปนอนเต๊นท์กัน ก็ขับมอเตอร์ไซค์เลยเข้าไปอีก

เข้าไป เจอเหมือนเป็นป้อมทหาร เค้าให้แลกบัตรด้วย (คือเอาบัตรประชาชนไปแลกบัตรผ่าน)
เวลาจะเข้าออกก็ต้องใช้บัตรนี้ ถ้าหลังเวลา(เวลาไหนจำไม่ได้)ถ้าไม่มีบัตรก็ไม่ให้ผ่าน

จองเต๊นท์หลังใหญ่1หลัง (500) อยู่ได้4คน แล้วก็หลังเล็ก1หลัง(250) อยู่ได้2คน
แล้วก็เช่าเตาถ่าน(ร้อยนึงหรือห้าสิบ ไม่แน่ใจ) แล้วก็ไปเก็บของ
โห พอเก็บของเข้าเต๊นท์แล้ว ไม่อยากจะออกไปไหนเลย (แอบนินทา เต๊นดีกว่าของห้วยน้ำดังมากๆ)
ข้างในมีปูด้วยผ้านวมหนาอย่างอุ่น มีหมอน มีผ้าห่มให้ แบบอบอุ่นมาก กรี๊ดค่ะ
แต่อยู่นานไม่ได้ เพราะเริ่มจะมืดแล้ว ไม่มีอะไรจะกินเอา ฮ่าๆ เลยต้องไปซื้อของมาทำอาหารกิน ดูดีมะ ไปกันดีกว่า…

ตอนออกไป เราเจอขบวนแห่ด้วยแหละ เหมือนเค้ามีการแสดงพื้นบ้านให้นักท่องเที่ยวดู แบกเสลี่ยง มีตีฆ้อง ร้องเพลง แล้วชาวบ้านก็ออกมากันเยอะแยะเลย

^^ ฝรั่งมาเที่ยวปางอุ๋งเยอะนะเนี่ย ^^

โอ่ย หัวใจจะวายอีกรอบ(อ้าว รอบแรกตอนไหนล่ะ) มันขับมอเตอร์ไซค์ยังกะจะไปแข่งมอเตอร์คอสน่ะ
ทางก็มืด มีแต่แสงจากไฟหน้า แถมทางก็คดไปคดมา แถมอากาศก็หนาว มันยังจะซิ่งอีก
มาเที่ยวคราวนี้ได้ครบทุกรสชาดจริงๆ เชื่อแล้ว

ขับลงไปจากปางอุ๋งซักหน่อยนึง ไปซื้อพวกผัก หมูสับ กับเนื้อหมู(แบบยังฟรีซอยู่เลย) ไข่ (และนมอัดเม็ดห่อละบาทแบบโบราณที่ไม่ได้กินมาเป็นสิบปี ซื้อมาบึม – – ) จากชาวบ้านแถวนั้น
เป็นคล้ายๆร้านขายของชำ แล้วเพื่อนบ้านก็มาจับกลุ่มเม้าท์ เด็กๆก็วิ่งเล่นไปมา
ชอบบรรยากาศแบบนี้จัง เงียบๆ ราบเรียบๆ ไม่ต้องมาแข่งขันอะไรกัน

ดูพวกผู้ชายจ่ายตลาดสิ

พอกลับมาถึง ก็เตรียมทำอาหาร ล้างผัก ล้างหมู เอาหมูแช่น้ำ เตรียมน้ำมาต้ม ติดเตา แล้วก็ทยอยๆกันไปอาบน้ำ
ห้องน้ำประทับใจเราอีกแล้ว เป็นห้องเดี่ยวๆ มีฝักบัวด้วย ห้องน้ำกว้างมาก ที่แขวนเสื้อก็สวย แค่มันโงนเงนใกล้พังหน่อยนึง
อาบไปก็มองไปรอบๆ(แอบกลัว) แล้วก็ต้องระวังเสื้อผ้าหล่นอีก ตื่นเต้นดี

คืนนี้เราจะทำมาม่ากับสุกี้กินกัน เย้ๆ
อยู่แบบขาดสารอาหารมาหลายมื้อ คราวนี้มีเนื้อมีผัก ก็ถือว่าหรูมากมาย
แต่มีดไม่มี – – ผักก็เลยใช้ฉีกๆเอา
เอาน่ะ มันก็กินได้
ก็ต้มน้ำ เอามาม่าซองมาใส่ถ้วยมาม่า(ที่เก็บมาจากห้วยน้ำดัง) ใส่น้ำร้อนลงไป แล้วก็ใส่ไข่ กับหมูสับ
แต่น้ำดันร้อนไม่มากพอ หมูก็ไม่ค่อยสุก เลยต้องอบไว้นาน มาม่าเลยอืด หุหุ

คราวนี้ต่อที่สุกี้ ก็เอาผักเอาไข่ไปลวก แล้วปิดฝารอสุก รสชาดมันก็ใช้ได้น๊า ^^”
มาถึงไคลแมกซ์แล้ว อาหารรสเลิศ ใครไม่ได้กินถือว่ายังมาไม่ถึงปางอุ๋ง…
นั่นคือ หมูต้มปางอุ๋ง นั่นเอง
วิธีการทำก็แสนจะเลิศหรูอลังการ ทำให้เราได้กินอาหารชั้นเยี่ยมเหมือนจากร้านอาหารดีๆ ด้วยวัตถุดิบไม่มาก
แต่เต็มไปด้วยความทรงจำ ที่จะหาจากที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว

กินสุกี้กับหมูต้มปางอุ๋ง ริมทะเลสาบที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองไทย
ผิงเตากับอากาศหนาวๆ กับเพื่อนร่วมเดินทาง นั่งพูดคุยกันมากมาย
ไม่มีอะไรจะสุดยอดไปกว่านี้อีกแล้ว(ใช่ไม๊จ๊ะ พวกแก)

อุปกรณ์ทำมาหากิน

จนเต๊นท์รอบๆเค้าเงียบกันไปหมดแล้ว เหลือเต๊นท์นึง ตรงริมทะเลสาบเลย เค้าเล่นกีตาร์ด้วย เท่อะ นอกนั้นก็นอนกันหมดแล้ว
ก็เลยเก็บข้าวของ (ขยะเยอะจัง แต่ก็ต้องเก็บให้หมดเนอะ จะได้เหลือธรรมชาติที่สวยงามเอาไว้)
พวกเราตัดใจทิ้งอุปกรณ์คู่ชีพอย่างนึงไป ถ้วยมาม่านั่นเอง เพราะไม่มีใครยอมล้างแล้ว
อากาศมันหนาวมาก อยากนอนมาก ฟันก็ไม่แปรงแล้ว ให้มาล้างถ้วย เกี่ยงกันไปเกี่ยงกันมาสรุปว่าทิ้งไปเหอะ
เดินไปจะไปเข้าห้องน้ำก่อนนอน อุ้ว เค้าตัดไฟแล้ว (ปางอุ๋งปั่นไฟใช้เองนะจ๊ะ สี่ทุ่มเค้าก็ตัดหมด)
แต่ใจดี๊ใจดี มีจุดเทียนไว้ในห้องน้ำด้วย โรแมนติกที่สุด
เสร็จแล้วก็ได้เวลานอนซักทีนะจ๊ะ ราตรีสวัสดิ๊

10/11/08

ด้วยความที่ต้องรีบไปคืนมอเตอร์ไซค์ และขึ้นรถเที่ยวไปปายให้ทันบ่ายโมง น่าเสียดายที่ไม่ได้อยู่ปางอุ๋งให้นานกว่่านี้
เรายังไม่ได้เข้าไปข้างใน ดูสัตว์ป่าและพรรณไม้สวยงามเลย ไว้คราวหน้าจะไม่พลาดเลยแหละนะ

เต๊นท์น้อยที่แสนอบอุ่น

อุณหภูมิเช้าวันนี้ วัดต่ำสุดได้ 9 องศา กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด
เกิดมาหนูยังไม่เคยเจออะไรหนาวแบบนี้มาก่อนเลย (ไม่นับเมืองหิมะนะ – -)
เมื่อก่อน ไปค่ายครั้งไหนพูดแล้วมีควันออกมาซักกระปิ๊ดนึงก็ตื่นเต้นมาก พยายามพ่นออกมา
แต่มาเที่ยวครั้งนี้ทำให้เรารู้สึกว่า พูดแล้วควันออกปากเป็นเรื่องปกติมากๆ คือเจอจนชินไปแล้ว ชอบจัง

บรรยากาศริมทะเลสาบช่วงพระอาทิตย์ขึ้น

ถ่ายรูปซักหน่อยดีกว่า

ก่อนกลับ ขอถ่ายรูปอีก คราวนี้เป็นตรงแถวหน้าหมู่บ้าน

จอดรถกันก่อน

ชอบบรรยากาศจัง

ขอซักรูป

หน้าหมู่บ้าน แต่ดันบังป้ายชื่อหมู่บ้านซะงั้นน่ะ อิอิ

แล้วก็มุ่งหน้าสู่ หมู่บ้านรักไทย เย้ๆ

หนาวแบบจริงอะ แถมด้วยความเร็วลมจากการนั่งมอเตอร์ไซค์อีก ขนาดเราซ้อนยังหนาว คนขับจะขนาดไหนเนี่ย

รถก็ผ่านทางที่เราไปจ่ายตลาดกันมาเมื่อคืน เห็นเด็กๆไปโรงเรียน
บางคนใส่ชุดใหม่ บางคนใส่ชุดเก่า
บางคนใส่ร้องเท้านักเรียน บางคนใส่รองเท้าแตะ
บางคนมีเสื้อกันหนาว บางคนใส่แต่เสื้อบางๆเดินหนาวไป

ก็เป็นวิถีชีวิตของเค้าแหละเนอะ นี่แหละ เค้าถึงว่า คนต่างจังหวัดแกร่งกว่าคนกรุง
นิดๆหน่อยๆก็ป่วยก็อะไรละ เด็กที่นี่ตัวนิดเดียวเดินฝ่าลมหนาวไปเรียน
เราใส่เสื้อตั้งหลายชั้น ทั้งรองเท้าถุงเท้าผ้าพันคอครบชุดยังหนาวมากเลย
นับถือน้องๆจริงๆ

จนในที่สุดเราก็มาถึงจนได้… บ้านรักไทย หนูขอฝากท้องไว้ที่นี่นะคะ

ตอนแรกเจอแต่ร้านแบบอาหารจีนภัตตาคารอย่างนั้น ซึ่งมันไม่ใช๊ (ต้องทำเสียงสูงๆด้วย)
เราจะมาสัมผัสวิถีชีวิตชาวบ้าน (และเป็นทริปยาจกด้วย) มันต้องต่างจากนั้นสิ
วนไปวนมาก็เจอ เป็นเพิงเล็กๆอยู่ริมน้ำ หลังคาจาก เป็นร้านของชาวบ้านเลย ต้องแบบนี้สิเนอะ
เค้ามีชาจีนให้กินฟรีด้วย ขมจัง
แต่มันรู้สึกดีมากนะ อากาศหนาว นั่งอาบแดดตากลมยามเช้า จิบน้ำชา ชื่นชมบรรยากาศเงียบสงบร่มรื่น โอ๊ยๆๆ

นี่ของรองท้อง

ดูอาหารเช้าดีกว่า

อยากจะบอกว่า เห็นว่ามันน่ากินแค่ไหน พูดถึงความอร่อยให้คูณไปอีก ๓.๖๔เลย อร่อยมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

อีกอย่างนึง ห้องน้ำที่นี่สะอาดมากๆๆๆ (และรู้สึกว่ามีเพื่อนเราทำก๊อกเค้าพังด้วยนะ – -)
แบบว่าอุ่นใจ ไม่ว่าไปไกลแค่ไหนห้องน้ำสะอาดทุกที่เลย ประทับใจมากๆค่ะ ^^

เสร็จแล้วก็นั่งชิวๆ ถ่ายรูป

มีเลี้ยงม้าด้วย

แล้วไปดูร้านชา เป็นกระท่อมดินน่ะ แม่ค้าน่ารักมาก ใจดีมาก แนะนำและให้ชิมชา ชงชาแบบต้นตำรับให้เลย แล้วก็แนะนำเยอะแยะเลย
เราได้ชาอู่หลงกลับมาห่อนึงหละ

จนสมควรแก่เวลา ก็จากลาหมู่บ้านรักไทย

แต่เดี๋ยวก่อน ลืมอะไรไปรึเปล่า !!!!

ถ่ายรูปกันก๊อนนนนนนน

Repost from http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=littlew00dy&month=10-10-2009&group=2&gblog=8

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s